อยู่ดีๆ ตกงาน ควรใช้บัตรเครดิตต่อหรือไม่?

 


 

เรื่อง : MoneyGuru

    หากวันหนึ่ง คุณพบว่าคุณต้องตกงาน และคุณยังไม่มีงานใหม่ คุณอาจเกิดคำถามกับตัวเองว่า ปกติเป็นคนที่ใช้บัตรเครดิตตลอด พอตกงาน ขาดรายได้ ยังควรใช้ต่อไปหรือไม่ แล้วถ้ามีหนี้บัตรเครดิตอยู่ด้วยแล้วล่ะ จะทำอย่างไรกับชีวิตการเงินของคุณดี  วันนี้ MoneyGuru อยากให้คุณใจเย็นๆ เพราะทุกปัญหาการเงินมีทางแก้ วันนี้เราจึงเอาคำตอบของสถานการณ์นี้มาฝากกัน

หากยังมีหนี้อยู่ ทำอย่างไรกับหนี้สินดี?

     วิธีจัดการเบื้องต้นนั้น ก็ไม่ต่างอะไรมากนักกับเวลาที่บรรดาธุรกิจที่ประสบกับภาวะหนี้สิน นั่นก็คือการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการชำระหนี้ในช่วงระยะเวลานั้นๆ นั่นเอง 

    เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่คุณต้องทำเลยคือ อย่าหนีหนี้ ยกหูโทรศัพท์หาธนาคารเจ้าของบัตร เล่าสถานการณ์ให้ฟัง และดูว่าธนาคารสามารถช่วยอะไรเราได้บ้างหรือไม่ 

    ต่อมา ที่ควรทำคือ การชำระหนี้อย่างน้อย จ่ายขั้นต่ำ สำหรับหนี้ทุกก้อนที่คุณมี โดยเริ่มจากหนี้สินที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันก่อน ทั้งค่ารถ ค่าบ้าน เพราะหากคุณไม่ยอมจ่ายหลายๆเดือน คุณอาจจะถูกยึดหลักทรัพย์เหล่านั้นไป 

    ต่อมาคือ หนี้สินที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ได้แก่ บัตรเครดิต ซึ่งก็เหมือนกับหนี้สินประเภทอื่นๆ คือ พยายามจ่ายขั้นต่ำของทุกบัตรที่คุณมีอยู่ ลองคุยกับธนาคารว่าสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้หรือไม่ แล้วยิ่งหากคุยมีประวัติเครดิตที่ดีมาตลอด ถือว่าคุณเป็นลูกหนี้ชั้นดี คุณจะยังมีภาษีพอที่จะต่อรองธนาคารได้ 

    ซึ่งส่วนมากนั้น หากคุณซื้อสัตย์กับธนาคารจริง ธนาคารจะเข้าใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือ ดีกว่าคุณไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ กลายเป็นบุคคลล้มละลาย หนี้ของคุณจะกลายเป็นหนี้สูญทันที และธนาคารจะไม่ได้ประโยชน์อะไร หรืออีกกรณีหนึ่งคือ คุณบอกกับธนาคารว่า คุณจะทำการโอนยอดหนี้ไปบัตรอื่น ธนาคารอื่น ก็อาจจะเป็นการช่วยเพิ่มน้ำหนักในการเจรจาอีกทางหนึ่ง

เป็นคนปลอดหนี้ ควรใช้บัตรเครดิตต่อไปหรือไม่?

    หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ อาจจะน่าโล่งใจกว่าคนกลุ่มแรก เพราะคุณไม่มีหนี้สินต้องพะวง เพียงแค่ต้องหารายได้มาจุนเจือค่าใช้จ่ายรายวัน และรายเดือนในช่วงเวลาที่คุณยังหางานไม่ได้ และยังต้องใช้เงินเก็บสำรองกรณีฉุกเฉิน ที่คุณเก็บสะสมไว้ก่อนหน้านี้

     แต่กระนั้น คุณก็คงไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้ว่าคุณจะได้งานเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น การใช้เงินในช่วงนี้ของคุณต้องใช้อย่างระมัดระวังมากที่สุด ดังนั้น การใช้บัตรเครดิต อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ว่า คุณต้องคุยเจรจากับทางธนาคาร หรือ เลือกบัตรเครดิตที่อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ เพื่อที่คุณสามารถใช้จ่ายในช่วงสองถึงสามเดือนที่คุณหางานทำอยู่ โดยที่คุณไม่ต้องเสียดอกเบี้ยมากจนเกินไป 

ตัดลดงบประมาณจนกว่าจะได้งานใหม่

    ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คุณก็หลีกเลี่ยงข้อนี้ไม่ได้ คือ คุณต้องประหยัด! คุณจะไม่สามารถมีไลฟ์สไตล์เดิมก่อนที่คุณจะตกงานได้ไปซักพัก ก่อนที่จะได้งานใหม่ เพราะตอนนี้คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกองทุนฉุกเฉินที่ไม่มากมายเท่าไหร่นัก (แล้วแต่ว่าก่อนหน้านี้คุณอมเงินไว้มากแค่ไหน) ถึงจะมากก็ไม่ควรใช้จ่ายมากอยู่ดี ควรที่จะใช้ให้ประหยัดที่สุด ซึ่งในส่วนของค่าใช้จ่ายที่คุณไม่สามารถตัดออกได้ ก็ควรใช้บัตรเครดิตในการจ่าย เพราะอย่างน้อยคุณยังสามารถสร้างเครดิตของคุณได้ต่อไป แต่อย่าลืมล่ะ ต้องมีเงินพอที่จะชำระบิลบัตรเครดิตด้วยนะ มิฉะนั้น คะแนนเครดิตสกอร์ของคุณย่ำแย่แน่นอน 

    หากมีข้อสงสัยด้านการเงิน หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงิน MoneyGuru อยู่เคียงข้างคุณเสมอที่ www.moneyguru.co.th หรือ info@moneyguru.co.th 

Create by smethailandclub.com


 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร