ทีเอ็มบีควบธนชาต รวมกันครั้งนี้ SME ได้อะไร

Text : Cheerawat






Main Idea
  • ภายหลังธนาคารทีเอ็มบีและธนชาตรวมกิจการกัน จะมีฐานลูกค้าแตะระดับ 10 ล้านคน  มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท กลายเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 
 
  • ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์จะยังเป็นอันดับ 1 สินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นอันดับ 4 ขณะที่สินเชื่อ SME จะขยับมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด มีฐานผู้ใช้ Mobile Banking เพิ่มเป็น 2-3 ล้านราย
 
  • ระหว่างกระบวนการรวมกิจการซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 นี้ ทั้ง 2 ธนาคารจะยังดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อเดิม และยังไม่มีนโยบายปรับลดพนักงานลงแต่อย่างใด



     ภายหลังการลงนามในบันทึกข้อตกลงแบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่าง ING Groep N.V. (ING), บมจ.ทุนธนชาต (TCAP), Bank of Nova Scotia (BNS), ธนาคารธนชาต (TBANK) และธนาคารทหารไทย (TMB) เพื่อการรวมกิจการระหว่างธนาคารทีเอ็มบีและธนาคารธนชาต แม้จะยังไม่ได้ชื่อธนาคารใหม่เพราะอยู่ระหว่างกระบวนการรวมกิจการซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 แต่สิ่งที่ชัดเจนแล้วคือ การรวมกันครั้งนี้จะทำให้มีฐานลูกค้าแตะระดับ 10 ล้านคน  มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท และกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6  ทันที






     จุมพล ริมสาคร
รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะตัวแทนประธานกรรมการธนาคาร TMB บอกเราว่า แผนการรวมกิจการในครั้งนี้นับเป็นการผนึกกำลังกันอย่างชัดเจนซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทำให้ธนาคารมีความมั่นคงมากขึ้น ทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดของภาครัฐในการส่งเสริมการรวมกิจการเพื่อเพิ่มขนาดกิจการและศักยภาพในการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ไทยให้มีความสามารถทัดเทียมสากลอีกด้วย


     ด้าน ศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทุนธนชาต (TCAP)  กล่าวเสริมว่า แผนการรวมกิจการครั้งนี้ จะทำให้ธนาคารหลังการรวมกิจการมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น มีเงินทุนมากเพียงพอ มีช่องทางการให้บริการที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยมีจุดแข็งจากธนาคารธนชาตที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งถือเป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาด รวมกับทีเอ็มบี ที่มีจุดเด่นในการระดมเงินฝาก และนวัตกรรมด้านการบริการใหม่ๆ จะทำให้ธนาคารหลังรวมกิจการมีต้นทุนการทำธุรกิจที่สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น มีศักยภาพในการสนับสนุนลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้น ตลอดจนอุตสาหกรรมธนาคารไทย และระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย


     ขณะที่ Mr. Mark Newman, Head of Challengers & Growth Markets Asia ผู้แทนของ ING กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า การรวมกิจการระหว่างสองธนาคารจะทำให้เกิดสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ดี และมีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่ออุตสาหกรรมธนาคารไทย ตลอดจนต่อลูกค้าในประเทศไทย ทั้งนี้มองว่าทั้งสองธนาคารถือเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน เนื่องจากต่างมีจุดแข็งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้ธนาคารภายหลังการรวมกิจการมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือประมาณ 10 ล้านราย โดยเฉพาะฐานลูกค้ารายย่อย และด้วยขนาดกิจการที่ใหญ่ขึ้น ผสานกับศักยภาพการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมทั้งการบริหารและใช้ประโยชน์จากงบดุล (Balance Sheet Optimization) ได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้นด้วย


     ในฐานะผู้ประกอบการ SME จะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการควบรวมกิจการครั้งนี้ ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี บอกเราว่า การรวมกิจการครั้งนี้จะทำให้สินเชื่อ SME ของธนาคารขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ ยังเป็นอันดับ 1 ของตลาด ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นอันดับ 4 โดยเชื่อว่าจะมีผลิตภัณฑ์และบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มได้ดีขึ้น


     “มองว่าทั้งสองธนาคารมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน โดยทีเอ็มบีมีจุดแข็งทางด้านนวัตกรรมการบริการ ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ส่วนธนชาตก็เชี่ยวชาญการให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ ที่เป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาด ซึ่งการรวมกันครั้งนี้จะทำให้เราสามารถนำสิ่งที่ทำได้โดดเด่นนี้ไปส่งมอบให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง ทีเอ็มบีมีลูกค้าประมาณครึ่งหนึ่งอยู่ในดิจิทัล หากลูกค้ากลุ่มนี้อยากได้สินเชื่อรถยนต์ ในอดีตทีเอ็มบีไม่มีให้บริการ แต่จากนี้เราจะสามารถบริการได้ครอบคลุมขึ้น เช่นเดียวกับธนชาตซึ่งมีลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SME ที่เช่าซื้อรถยนต์ อาจต้องการผลิตภัณฑ์ทางด้านการลงทุนอื่นๆ ซึ่งจากนี้เราจะสามารถให้บริการได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ใช่แค่การสร้างจุดแข็งใหม่ แต่เป็นการนำจุดแข็งเดิมที่แต่ละคนมีมาเสริมซึ่งกันและกัน และทำให้เราสามารถแข่งขันได้มากขึ้นนับจากนี้”


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

จากสงครามสู่ชั้นวางสินค้า  โลกผันผวนแบบนี้ ควรสต็อกเพิ่มไหม?

“วันนี้ควรสต็อกของเพิ่มไหม?” คำถามเดิมที่เคยตอบไม่ยาก กำลังซับซ้อนขึ้นในวันที่ต้นทุนผันผวน การตัดสินใจจึงไม่ใช่แค่เรื่อง จำนวนสินค้าอีกต่อไป แต่คือ การเลือกว่าจะวาง เงิน ไว้ตรงไหน ระหว่างในรูปของ “สินค้า” หรือ “เงินสด”

ทีทีบี เดินหน้าหนุน SME ไทย ดันสินเชื่อและโซลูชัน “ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ท พลัส” วงเงินสูง-ดอกเบี้ยพิเศษ เสริมสภาพคล่องธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ทีทีบี ตอกย้ำบทบาทพันธมิตรทางธุรกิจของผู้ประกอบการ SME เดินหน้าสนับสนุนสินเชื่อและโซลูชัน “ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ท พลัส” ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 333% ของมูลค่าหลักประกัน

เทคนิคการจัดการหนี้ บริหาร Clash Flow ให้ธุรกิจได้ไปต่อ ด้วย 5 หลักคิด S.M.A.R.T

บางครั้งหนี้อาจไม่ใช่ปัญหาของ SME แต่การไม่มีแผนต่างหากที่ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้ หลายคนพยายามเร่งจ่ายหนี้ ลดต้นทุน แต่สุดท้ายกลับยิ่งตึง เพราะขาดระบบคิดที่ชัดเจน ดังนั้น จะดีกว่าไหม ถ้าลองวิธีใหม่ด้วยการใช้หลักคิดสุดคลาสสิกอย่าง S.M.A.R.T