SME พร้อมยัง! ผู้บริโภค 4 ใน 5 ใช้เงินดิจิทัลกันมากขึ้นแล้วนะ



Main Idea
 
  • จากความก้าวล้ำของเทคโนโลยีการชำระเงินในปัจจุบันที่มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าชาวไทยที่เปลี่ยนไป
 
  • โดยพบว่า 4 ใน 5 หรือประมาณ 78 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคชาวไทย มีการใช้จ่ายเงินผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น
 
  • 57 เปอร์เซ็นต์เป็นการทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล อาทิ บัตรเดบิต บัตรเครดิต แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และคิวอาร์โค้ด มีเพียง 43 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังนิยมใช้เงินสด


     ถ้าเป็นแต่ก่อนหากใครพูดว่ามีเงินลอยอยู่ในอากาศ ไม่ถูกมองว่าเพี้ยนก็คงว่าบ้ากันไปเลย แต่ในวันนี้จากคำพูดเล่นลอยๆ กลับกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยความก้าวล้ำทันสมัยของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนจากเงินเหรียญ เงินกระดาษให้กลายมาเป็นเงินในอากาศหรือเงินดิจิทัลที่แม้จับต้องสัมผัสไม่ได้ แต่กลับมีมูลค่า ใช้ชำระหนี้สิน ซื้อสินค้าและบริการได้ไม่แตกต่างจากเงินที่จับต้องได้ซึ่งเราคุ้นเคยกันมาอย่างดี

 

   
      วีซ่า หนึ่งในผู้ให้บริการบัตรเครดิตและเงินดิจิทัลระดับโลก ได้ออกมาเปิดเผยผลสำรวจการศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี 2561 (Visa Consumer Payment Attitudes Survey 2018) จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้นกว่า 4,000 คนจาก 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 500 คนจากประเทศไทย โดยพบว่า 4 ใน 5 หรือ 78 เปอร์เซ็นต์ของคนไทย มีความพยายามในการใช้จ่ายเงินผ่านช่องทางดิจิทัลเพียงอย่างเดียวในชีวิตประจำวันสูงเพิ่มขึ้นกว่าปี 2560 ที่มีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์
 

     โดย 57 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคชาวไทยนั้นนิยมทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล อาทิ บัตรเดบิต บัตรเครดิต แอปพลิเคชั่นการชำระเงินบนสมาร์ทโฟน และคิวอาร์โค้ด มีเพียง 43 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังนิยมใช้เงินสด ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีการชำระเงินในปัจจุบันที่มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ รวมไปถึงตัวร้านค้าเองที่มีการรับชำระเงินดิจิทัลมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังเป็นเพราะความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนเองที่ช่วยกันผลักดันระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (National e-Payment) ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย



   

      ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ พบว่า 2 ใน 5 หรือประมาณ 42 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยมีการพกเงินสดน้อยลง มากกว่าผลสำรวจปี 2560 ที่มีเพียง 26 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้บริโภคพกเงินสดน้อยลงมาจาก 3 สาเหตุด้วยกัน คือ 1.ความไม่ปลอดภัยในการพกพาเงินสด 65 เปอร์เซ็นต์ 2.การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลที่มากขึ้น 65 เปอร์เซ็นต์ และ3.ความไม่สะดวกในการใช้เงินสด 39 เปอร์เซ็นต์
 

     นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าสำหรับคนที่พยายามใช้เงินผ่านช่องทางดิจิทัลเพียงอย่างเดียวนั้นกว่า 60 เปอร์เซ็นต์สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้หนึ่งวันโดยไม่ใช้เงินสด และกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดเลยได้นานถึงสามวัน



     

     จากข้อมูลที่ได้กล่าวมานั้น จึงอาจสรุปได้ว่าคนไทยจำนวนมากขึ้นมีความมั่นใจในระบบเงินดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาก้าวไปสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดได้ไม่ยากนัก โดยผลสำรวจได้ระบุในตอนท้ายว่า คนไทยกว่า 29 เปอร์เซ็นต์ มีความมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้ภายใน 3 ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีเพียง 11 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วน 39 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าจะใช้เวลาสี่ถึงเจ็ดปีเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด มีเพียง 6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่คิดว่าต้องใช้เวลามากกว่า 15 ปี
 

     เมื่อมีแนวโน้มว่าลูกค้าจะใช้จ่ายด้วยเงินดิจิทัลกันมากขึ้น SME ก็ต้องเร่งปรับตัวโดยมีระบบรับชำระเงินผ่านดิจิทัลมารองรับ ไม่เช่นนั้นก็อาจพลาดโอกาสดีๆ ไปเพราะตามไม่ทันโลกยุคดิจิทัล 

 
     ที่มา : Visa Consumer Payment Attitudes Survey 2018
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร