ถึงเวลาไปต่อ! 5 วิธีช่วย SME ก้าวข้ามวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง




Main Idea
 
 
  • สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยกำลังคลี่คลาย เรากลับมาดำเนินชีวิตกันได้ปกติ ร้านค้าและธุรกิจได้ผ่านช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุดกลับเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเสียที
 
  • แต่ผลกระทบในช่วงวิกฤติที่ผ่านมาสร้างบาดแผลให้กับธุรกิจไม่น้อย นี่คือ 5 สิ่งที่ SME ต้องคิดเพื่อให้ก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่ง




      ภาพรวมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นมาก เราได้เห็นภาพการดำเนินชีวิตในแบบที่ “เกือบ” ปกติ ต่างออกไปก็ตรงที่เรายังต้องป้องกันตัวเองจากโรค สวมหน้ากาก ล้างมือ และรักษาระยะห่างเท่าที่จะทำได้ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค
              

      สำหรับภาคธุรกิจเอง นี่ถึงเวลาก้าวข้ามวิกฤต เชิดหน้า เดินตัวตรง วางแผนพาธุรกิจก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่ง แต่จะทำอย่างไรได้นั้น ลองมาเริ่มจาก 5 วิธีต่อไปนี้
 



 
  1. ปรับตัวให้ไวพร้อมกับทุกสถานการณ์


      ธุรกิจส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากน้อยแตกต่างกันไปตามรูปแบบธุรกิจ ดังนั้น การปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้ โดยต้องวางแผนแบ่งเป็นการปรับตัวในระยะสั้น และสำหรับอนาคตในระยะยาว


      ระยะสั้น ได้แก่ การนำวัตถุดิบมาแปรเปลี่ยนเป็นสินค้าที่เข้ากับสถานการณ์หรือปรับกระบวนการจัดจำหน่ายให้เข้ากับวิถี New Normal เช่น ผันธุรกิจเข้าสู่วงการออนไลน์ การปรับรูปแบบพื้นที่ร้านอาหารหรือร้านค้า เพื่อให้ธุรกิจยังคงมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจ


      ระยะยาว ได้แก่ การปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์สินค้าโดยเน้นสุขอนามัยและสะดวกปลอดภัยในการจัดส่ง การออกแบบพื้นที่ภายในร้านให้ถูกต้องตามหลักอนามัยแต่ยังคงรองรับลูกค้าได้ในปริมาณใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการวางแผนตั้งรับหากเกิดสถานการณ์คล้ายคลึงกันอีกในอนาคต เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 



 
  1. เพิ่มช่องทางการขาย กระจายความเสี่ยง

      ในช่วงวิกฤต เราตระหนักได้ว่าธุรกิจที่มีช่องทางการขายทางเดียวหรือมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มจะได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจที่มีช่องทางหลากหลายและกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ดังนั้น การเพิ่มช่องทางการขาย โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์จะสามารถช่วยธุรกิจได้มาก การศึกษาเรียนรู้ระบบออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทในธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางการขาย รวมถึงสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ เพราะไม่ควรที่จะฝากความหวังทั้งหมดไว้กับลูกค้าเพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป
 




 
  1. จริงใจต่อพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า

      ช่วงการระบาด ธุรกิจต่างต้องเจอกับความไม่แน่นอนว่าจะมีเงินพอหล่อเลี้ยงธุรกิจหรือไม่ ต้องปิดตัวลงหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้กระทบทั้งพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า ผู้ประกอบการจึงควรเปิดเผยสถานการณ์ของธุรกิจให้กับพนักงานรับทราบเพื่อสร้างความมั่นใจและรู้สึกการมีส่วนร่วม พวกเขาจะพร้อมช่วยเหลือให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ และเข้าใจเมื่อต้องโยกย้ายงาน มีภาระงานที่เพิ่มมากขึ้น หรือลดค่าตอบแทน เป็นต้น


      สำหรับคู่ค้า ควรสื่อสารกันมากขึ้น และแบ่งเบากันในส่วนที่ช่วยเหลือได้ หรือหากทราบว่าคู่ค้าไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ควรเตรียมหาคู่ค้ารายอื่นได้อย่างทันท่วงที


      ในส่วนของลูกค้า หากการดำเนินธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งในแง่ดี เช่น การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย มีสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่ลูกค้าได้รับ หรืออาจจะให้บริการได้ล่าช้ากว่าปกติ ต้องแจ้งให้ลูกค้ารับทราบก่อนจะได้รับสินค้าและบริการ



 
  1. รักษาสภาพคล่อง และคำนึงถึงเงินทุนสำรอง

       สิ่งที่ SME ควรคำนึงถึงเสมอ คือ การรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้เพียงพอ เพราะการจะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ขึ้นอยู่กับมีเงินหมุนเวียนหรือไม่ การวางแผนด้านเงินหมุนเวียนเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง และยังต้องหาแหล่งเงินทุนสำรองยามคับขัน จึงควรต้องติดตามข่าวสารไม่ว่าจะเป็นนโยบายช่วยเหลือของภาครัฐ หรือผลิตภัณฑ์จากธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น
 


 
  1. รักษามุมมองเชิงบวก

      เมื่อธุรกิจเผชิญกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ มุมมองเชิงบวกของผู้ประกอบการเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง จะช่วยให้มีกำลังใจและหาหนทางพาธุรกิจข้ามผ่านอุปสรรคได้ง่ายขึ้น จิตใจที่เข้มแข็งจะทำให้สามารถพลิกมุมมองและดึงศักยภาพการบริหาร รวมถึงเป็นขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน


       นอกจากนี้ การมองหาข้อดีในสถานการณ์ลบ จะทำให้สามารถเตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ที่จะมาถึงในอนาคตได้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจดำเนินต่อได้อย่างมั่นคงขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตก็ตาม

 
ที่มา : ทีเอ็มบีและธนชาต



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร