6 มหันตภัยทางการเงินของธุรกิจขนาดเล็ก

 



    สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว มักมีปัญหาเข้ามาให้เจ้าของธุรกิจต้องคอยรับมืออยู่เสมอและหนึ่งในปัญหาสำคัญที่อาจทำให้ธุรกิจที่เพียรสร้างด้วยแรงกายแรงใจมีโอกาสล้มครืนลงมาได้ก็คือ เรื่องการจัดการด้าน “การเงิน” ใครที่กำลังกังวล Peter Karpas ซีอีโอแห่งบริษัทซอฟต์แวร์บัญชีที่ชื่อว่า Xero ผู้มีชื่อเสียงด้านการให้คำแนะนำและความช่วยเหลือต่อผู้เริ่มต้นธุรกิจให้สามารถเติบโตไปได้พร้อมกับสถานะทางด้านการเงินที่แข็งแรง ได้รวบรวมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงินซึ่งเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไม่ควรมองข้าม ออกมาได้ 6 ข้อดังต่อไปนี้

    1. ไม่เก็บบันทึกทางการเงินให้เป็นปัจจุบัน นี่คือความผิดพลาดอันดับต้นๆ ของธุรกิจขนาดเล็กเลยก็ว่าได้เพราะถึงแม้เราจะรู้ว่าควรทำบันทึกทางการเงินเสมอ แต่ในความเป็นจริง ความคิดก็ง่ายกว่าการลงมือทำ ดังนั้น การใช้เครื่องมืออย่าง Cloud หรือ Cloud Computing เข้ามาช่วยก็จะทำให้การทำงานมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

    2. มองข้ามงบประมาณประจำปีและการประมาณการงบทางการเงิน จำไว้เสมอว่าข้อมูลคือคลังความรู้ การจะสร้างแผนธุรกิจขึ้นมาได้ดีแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจรวมถึงความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มทางการตลาดเพื่อที่จะได้คาดการณ์ล่วงหน้าและวางแผนการใช้เงินได้อย่างเหมาะสม

    3. ไม่เคยปรึกษานักบัญชีมืออาชีพ บางครั้งถ้าธุรกิจของเราเจอปัญหาด้านบัญชีที่ค่อนข้างหนัก ลองเอาภาระเหล่านั้นออกไปด้วยการปรึกษามืออาชีพดูบ้างก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีน้อยคนนักที่จะทำ เพราะคิดว่ามันสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ อารมณ์ประมาณเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายนั่นแหละ

    4. ไม่จำแนกรูปแบบพนักงาน    ปัญหานี้ในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่และได้รับการจับตามองจากกรมสรรพากรอย่างใกล้ชิด เพราะหลายบริษัทจ้างพนักงานแบบเอาต์ซอร์ซ เมื่อเป็นพนักงานแบบเอาต์ซอร์ซนายจ้างจึงไม่ต้องจ่ายเงินค่าความปลอดภัยทางสังคม โครงการประกันสุขภาพ และภาษีการประกันการว่างงาน ปัญหานี้จึงเป็นเรื่องคล้ายๆ กับการหลบเลี่ยงภาษีรูปแบบหนึ่ง (ของประเทศไทยผลกระทบยังไม่มากเท่ากับสหรัฐฯ เพียงแต่ควรต้องจำแนกรายจ่ายของพนักงานแต่ละประเภทให้ชัดเจน เช่น ถ้ามีพนักงานประจำมากเกินไป อาจลดจำนวนพนักงาน แล้วลองใช้เอาต์ซอร์ซเพื่อลดค่าใช้จ่ายดู เป็นต้น)

    5. ยื่นรูปแบบธุรกิจไม่ถูกต้อง    โครงสร้างรูปแบบธุรกิจแต่ละประเภท มีเรื่องของเงินลงทุน ค่าใช้จ่าย ภาษี การยื่นเอกสารที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น จดทะเบียนในนามบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือทำเพียงคนเดียว ตรงนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อนว่าธุรกิจของเราเหมาะกับการจดทะเบียนประเภทใด เพราะค่าใช้จ่ายกับภาษีแตกต่างกันพอสมควร

    6. นำค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาปนกับเงินที่ใช้ทำธุรกิจ    นี่คือเรื่องเล็กๆ ที่เป็นปัญหาใหญ่โตมโหฬารจนธุรกิจรายย่อยต้องปิดกิจการมาแล้วนับไม่ถ้วน เพราะผู้ประกอบการบางรายคิดว่าร้านค้าตัวเองเป็นขนาดเล็ก จึงไม่จำเป็นต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย เช่น ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ขายของแล้วนำเงินเก็บไว้ในลิ้นชัก แต่กลับนำเงินในลิ้นชักไปซื้ออาหาร เติมน้ำมัน ซื้อของมาเติมร้าน ซื้อเครื่องใช้ต่างๆ สุดท้ายจึงไม่รู้ว่าในแต่ละวันขายสินค้าได้เท่าไหร่ กำไร ขาดทุนอย่างไร วิธีที่ถูกต้องคือ ให้ค่าแรงตัวเองต่างหาก ส่วนเงินที่ขายของได้ก็ทำบัญชีแยกไว้อีกส่วนเพื่อเก็บเป็นข้อมูลและเพื่อยื่นภาษีในอนาคตด้วย

Crate by smethailandclub.com


 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร