4 ทางออกช่วย SME เคลียร์หนี้ช่วงวิกฤต ช่วยธุรกิจผ่อนหนักให้เป็นเบาตามมาตรการ ธปท.

TEXT : นเรศ เหล่าพรรณราย





     การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนจำนวนมากที่ต้องขาดรายได้จนนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้กับทางสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตามธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตราการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมาในหลายระดับขั้นตามความรุนแรงของความเป็นหนี้ ไปลองดูกันว่าผู้ประกอบการจะมีหนทางแก้ไขอย่างไร
 

       1. หากลูกหนี้ยังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้บ้าง แต่อยากจะให้สถาบันการเงินช่วยลดภาระหนี้เช่นจากเดิมต้องชำระเดือนละ 1,000 บาท แต่ต้องการจะขอชำระเหลือ 500 บาท กรณีนี้สามารถติดต่อไปยังสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้อยู่เพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือเป็นรายกรณีตามเครดิตที่มีอยู่
 

      2. หากเริ่มมีการผิดนัดชำระหนี้ แต่ไม่ต้องการจะเสียประวัติในเครดิตบูโร สามารถติดต่อไปยังสถาบันการเงินเพื่อหาทางออกร่วมกันได้ เพราะธนาคารเองก็ไม่ต้องการจะต้องตั้งสำรองส่วนของหนี้เสีย โดยสิ่งที่จะสามารถขอต่อรองได้ก็คือการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไปหรือลดดอกเบี้ยให้ ตลอดจนการรวมหนี้ส่วนต่างๆ เช่นหนี้สินบ้านและบัตรเครดิตให้เป็นก้อนเดียวกันเพื่อลดภาระผ่อนต่อเดือน ก็จะช่วยไม่ให้เสียประวัติในเครดิตบูโร



 

        3. เกิดเป็นหนี้เสียหรือ NPL แล้ว จากการผิดนัดชำระหนี้สามเดือนติดต่อกัน สามารถติดต่อไปได้ที่คลินิกแก้หนี้หรือสถาบันการเงิน เพื่อขอให้ปรับโครงสร้างหนี้เช่นผ่อนหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้เป็นระยะเวลา 10 ปี ดอกเบี้ยเหลือ 4-7 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี หรืออาจจะออกแบบโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับรายได้ที่มี ก็จะช่วยให้ไม่ถูกฟ้องจากสถาบันการเงินให้เกิดคดี
 

       4. หากอยู่ในช่วงของการถูกฟ้องร้องไปแล้วหรือว่าถูกบังคับคดีเป็นที่เรียบร้อยและกำลังจะถูกยึดทรัพย์ ตอนนี้มีหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือในการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมคุ้มครองสิทธิ โดยสามรถติดต่อได้ทางช่องทางออนไลน์ หน่วยงานดังกล่าวจะเข้ามาเจรจาเรื่องข้อตกลงการชำระหนี้ใหม่เพื่อที่จะจบคดีในชั้นศาลหรือไม่ถูกยึดทรัพย์


       ทั้งนี้หากถูกฟ้องร้องนอกจากจะถูกยึดทรัพย์แล้วยังอาจตกเป็นผู้ล้มละลายซึ่งจะไม่สามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินได้อีกแม้แต่การเปิดบัญชีธนาคาร ลูกหนี้จึงควรใช้สิทธิที่มีเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงิน



 

        การเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้อาจจะเกิดได้หลายกรณีไม่ว่าจะเป็นการ Hair Cut หรือตัดหนี้ทิ้งบางส่วนและปรับระยะเวลาการชำระคืนหนี้ใหม่ วิธีนี้จะทำให้เสียประวัติในเครดิตบูโรแต่จะยังไปไม่ถึงชั้นศาลในการสั่งฟ้องยึดทรัพย์
 

        แต่หากยังคงดำเนินการชำระหนี้ได้แม้จะไม่ได้ตามสัดส่วนที่เคยชำระได้ก็ตาม วิธีนี้จะไม่ทำให้ประวัติในเครดิตบูโรเสียแต่อย่างไร ผู้ที่ยังคงมีกำลังในการชำระหนี้ได้และมีความจำเป็นต้องอาศัยเครดิตทางการเงินในอนาคตจึงควรเลือกเส้นทางนี้ 


       ถือได้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตราการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมาในทุกเคส อย่างไรก็ตามบางเคสอาจเป็นดุลยพินิจของสถาบันการเงินเอกชนที่จะรับความช่วยเหลือหรือไม่ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารพาณิชย์นั้นๆ ด้วย



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร