ทำความรู้จัก ไม้ยืนต้น 58 ชนิด ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขอสินเชื่อได้




        ไม่ใช่แค่ต้นไม้ด่างหรือไม้ฟอกอากาศที่มีค่าราคาเป็นแสนเท่านั้น เพราะไม้ยืนต้นจำนวน 58 ชนิดก็มีค่าสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้
 
 
         ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เพิ่มให้ "ไม้ยืนต้น" กลายมาเป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้แล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากจะให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือเกษตรกร สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
 
 
         สำหรับหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาไม้ยืนต้นที่จะใช้เป็นหลักทรัพย์คือ ต้นไม้มีอายุ 1 ปีขึ้นไป มีลำต้นสูงเกิน 2 เมตร อยู่บนที่ดินตัวเอง หรือเกณฑ์อื่นๆ ที่เจ้าหน้าที่กำหนดเอาไว้ โดยเจ้าของที่ดินจะสามารถใช้ต้นไม้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าทั้งหมด



 
 
วิธีการคำนวณ
 
 
        จากที่เคยกู้เงินโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน มูลค่าที่ดิน 1,000,000 บาท ธนาคารให้กู้ได้ 500,000 บาท
แต่.. บนที่ดินนั้นปลูกต้นไม้ตามรายชื่อที่กำหนด มีมูลค่าต้นไม้อีก 600,000 บาท ธนาคารก็จะปล่อยกู้เพิ่มอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าต้นไม้ หรือ 300,000 บาท เท่ากับว่า จากเดิมกู้ได้เพียง 500,000 บาท ก็จะสามารถกู้ได้ถึง 800,000 บาท
 
 
          สำหรับรายชื่อต้นไม้ทั้ง 58 ชนิด ตามรายชื่อด้านล่างนี้





ที่มา :
https://www.opsmoac.go.th/chumphon-dwl-preview-431391791906
https://gfms.gistda.or.th/node/72




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร