TEXT : กองบรรณาธิการ
นับเป็นอีกภาพมุมมองของสื่อโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ที่นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มช่องทางการสื่อสารของผู้คนทั่วไป แบรนด์ และธุรกิจต่างๆ แล้ว วันนี้เฟซบุ๊กยังทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจอีกด้วย
โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมานี้ เฟซบุ๊กได้ทำการจับมือกับ “Indifi” บริษัทสินเชื่อออนไลน์ของอินเดีย เพื่ออช่วยจัดหาเงินกู้ให้ธุรกิจรายย่อยวงเงินตั้งแต่ 5 แสน – 5 ล้านรูปี (6,719 - 67,191 ดอลลาร์สหรัฐ) ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
มีเงื่อนไขง่ายๆ เพียงแค่ต้องเคยเป็นธุรกิจที่ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก หรือบริษัทในเครือมาก่อนอย่างน้อย 180 วันก่อนสมัครเข้าขอใช้บริการ โดยหากผ่านการอนุมัติจะได้รับเงินกู้ภายใน 3 วันเท่านั้น
Ajit Mohan กรรมการผู้จัดการของ Facebook India ได้กล่าวในงานแถลงข่าวออนไลน์ว่าเฟซบุ๊กไม่ได้ต้องการสร้างรายได้จากโครงการดังกล่าว เพียงแต่อยากช่วยสนับสนุนและฟื้นฟูกิจการในอินเดียให้ดีขึ้นหลังเผชิญวิกฤตไวรัสโควิด-19 ด้วยเครื่องมือดิจิตอล ซึ่งเมื่อธุรกิจต่างๆ กลับมาฟื้นตัวได้ดีเมื่อนั้นก็จะส่งผลกลับมายังการใช้โฆษณาบนแพลตฟอร์มที่ขยายเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
โดยอินเดียนับเป็นตลาดที่มีการเติบโตสำคัญสำหรับ Facebook ซึ่งมีผู้ใช้งานมากถึง 410 ล้านคน และเป็นตลาดผู้ใช้งาน WhatsApp มากที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียใต้โดยมีผู้ใช้งานกว่า 530 ล้านคน รวมถึง Instagram ซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 210 ล้านคนในอินเดีย และยังได้รับประโยชน์จากการห้ามใช้ TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของจีนเมื่อปีที่แล้ว
จากผลสำรวจในปี 2563 ที่ Facebook จัดทำร่วมกับหน่วยงานพัฒนาทางเศรษฐกิจในอินเดีย และธนาคารโลกพบว่าปัญหาหลักที่ผู้ประกอบการรายย่อย 1 ใน 3 บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กประสบมากที่สุด ก็คือ กระแสเงินสดไม่เพียงพอนั่นเอง
เรียกว่าคงต้องจับตาดูกันยาวๆ กันต่อไปสำหรับความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียเจ้านี้ที่ชอบมีเซอร์ไพรส์ออกมาให้แปลกใจอยู่เรื่อยๆ หลังจากเมื่อกลางปีก่อนก็ได้ประกาศเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองขึ้นมาอย่าง Libra จนเป็นที่ฮือฮามาแล้ว ส่วนในไทยและประเทศอื่นๆ จะมีการปล่อยเงินกู้จากเฟซบุ๊กเหมือนกับอินเดียหรือเปล่านั้น ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปเช่นกัน
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
RECCOMMEND: FINANCE
ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน
“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน
เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร