ก้าวใหญ่ของ SCB สู่ SCBX ปฏิวัติธุรกิจการเงินทุกแพลตฟอร์ม ก่อนวงการธนาคารจะถูกดิสรัปต์

TEXT : กองบรรณาธิการ
 
  
           
     หลังจากนี้ “ไทยพาณิชย์” ที่เรารู้จักจะไม่ใช่แค่ธนาคารอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นกลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจการเงินและแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของผู้บริโภคในวันนี้และอนาคตได้


     จากการที่กลุ่มไทยพาณิชย์ หรือ SCB Group ได้จัดตั้งบริษัทแม่ที่ชื่อว่า บริษัท ไทยพาณิชย์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX ที่จะมาเป็นร่มไม้ใหญ่ถือหุ้นบริษัทย่อยที่จะพัฒนาและให้บริการเรื่องการเงินต่างๆ รวมถึงธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB เดิม โดยจะมีการ Share Swap เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของธนาคารกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่นี้ และจะมีการตั้งบริษัทใหม่ รวมไปถึงร่วมทุนกับหลายๆ บริษัท
 




เปลี่ยนแปลงให้ทันก่อนถูกดิสรัปต์

 


     ทำไมไทยพาณิชย์ถึงมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ขนาดนี้?


     เหตุผลก็เป็นเพราะ SCB มองเห็นแนวโน้มของการถูกดิสรัปต์มาตั้งแต่ 6 ปีก่อน และจะชัดเจนมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า พวกเขาจึงตั้งโจทย์ว่า SCB จะต้องแปลงสภาพตัวเองอย่างไรจึงจะสามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นและผู้บริโภค รวมถึงเติบโตไปกับโลกใบใหม่ได้


     อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในปี 2025 การมาถึงของ decentralized finance technology การขยายตัวและการบุกของแพลตฟอร์มระดับโลกเข้าสู่ธุรกิจการเงิน พฤติกรรมของผู้บริโภคหลังโควิด (post-covid) รวมถึงกฎระเบียบข้อบังคับที่เปลี่ยนไปอย่างมาก จะทำให้รูปแบบการทำธุรกิจที่เป็นตัวกลางเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคารแบบดั้งเดิมจะลดบทบาทลง เพราะจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังใหม่ของผู้บริโภคได้ ความสำคัญของธนาคารต่อผู้บริโภคจะลดลงและจะส่งผลลบต่อการให้มูลค่าอนาคตของนักลงทุนต่อธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


     ฉะนั้น SCB จึงจะต้องไม่จำกัดตัวเองอยู่ที่ธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่จะต้องใช้ความเข้มแข็งทางการเงินของธุรกิจธนาคารในปัจจุบันให้มีประโยชน์ แล้วเร่งขยายเข้าสู่ธุรกิจการเงินประเภทอื่นที่ตลาดต้องการ และสร้างขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยี รวมถึงการบริหารจัดการแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยี (technology platform) ขนาดใหญ่ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับโลก เข้าสู่สนามการแข่งขันแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อที่จะอยู่รอดปลอดภัยในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้ให้ได้
 

 

SCBX แผ่ร่มไม้ใหญ่คลุมธุรกิจการเงินและเทคโนโลยี

           


     บริษัทแม่อย่าง SCBX ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจธนาคาร จะมาปลดล็อกข้อจำกัดจากกฎระเบียบแบบเดิมที่ธนาคารทำไม่ได้ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว และลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่ต่อยอดการเติบโตได้
ซึ่งในช่วงแรกจะมีการนำธุรกิจในเครือของ SCB จัดตั้งเป็นบริษัทย่อยต่างๆ ประมาณ 15 บริษัท เพื่อให้มีการบริหารงานที่คล่องตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการร่วมทุนกับพันธมิตร เช่น

  • AISCB ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่าง AIS กับธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อให้บริการด้านการเงินดิจิทัล เช่น บริการด้านสินเชื่อ

 

  • Alpha X เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ MGC Group โดย Alpha X จะให้บริการเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และให้สินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับรถยนต์หรู รถจักรยานยนต์ หรือ Big Bike และยานพาหนะทางน้ำ เช่น Yacht และ River Boat

 

  • CPG-SCB Group JV ซึ่งไทยพาณิชย์ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตั้งกองทุน Venture เน้นการลงทุนใน Disruptive Technology ด้านบล็อกเชน หรือ Blockchain สินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Assets เทคโนโลยีด้านการเงิน หรือ FinTech รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงทั่วโลก

 


  • Auto X ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์จับกลุ่ม Mass

 

  • Tech X ธุรกิจเทคโนโลยี

 

  • Purple Ventures ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood

 

  • Card X ซึ่งเป็นธุรกิจบัตรเครดิต

 
 
     และธุรกิจอื่นๆ ที่จะมีการจัดตั้งเพิ่มในอนาคต เช่น

  • TokenX ที่ให้บริการโทเคนดิจิทัล

 

  • Data X ธุรกิจด้านข้อมูลดิจิทัล

 

  • SCB Securities

 

  • SCBABACUS

 

  • monix

 
     นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างธุรกิจภายใต้ SCBX ซึ่งจะมีตามมาอีกเป็นจำนวนมาก
 
 



ช่วยผู้ประกอบการด้วยเทคโนโลยี

 


     จะเห็นได้ว่าแต่ละบริษัทที่จะเกิดขึ้นภายใต้ SCBX ล้วนเป็นเทรนด์ของอนาคตแทบทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ส่งผลดีต่อไทยพาณิชย์และผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ SME ด้วย


     “ธนาคารตั้งใจลดภาระของผู้ประกอบการ เพราะไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่หรือเล็กก็ตามต่างกำลังเผชิญกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะโลกหลังโควิด-19 ซึ่งเรื่องนี้เป็นจุดโฟกัสที่สำคัญที่ธนาคารจะเปลี่ยนแปลงหรือปฏิวัติรูปแบบของการให้บริการและโปรดักต์เพื่อที่จะช่วยให้ SME โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นหรือธุรกิจออฟไลน์ในปัจจุบันให้สามารถทำธุรกิจผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล หรือบล็อกเชนได้ง่าย สะดวก และเข้าถึงด้วยต้นทุนที่ต่ำได้นั่นเอง” อาทิตย์กล่าวทิ้งท้าย
             
 

 

 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร