เทรนด์การขอสินเชื่อเปลี่ยนไป แค่ยอดคำสั่งซื้อ - ยอดการขนส่ง ก็ใช้กู้เงินได้

TEXT : กองบรรณาธิการ

Main Idea

  • ปัญหาหลักในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับ SME ก็คือ การขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน และประวัติธุรกรรมการเงิน

 

  • ล่าสุดได้มีการคิดสินเชื่อรูปแบบใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาผ่าน 2 ปัจจัยใหม่ ได้แก่ 1. สถิติการขายผ่านช่องทางออนไลน์ และ 2. ยอดการขนส่งผ่านระบบ COD หรือ ชำระเงินปลายทาง

 

    ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ SME ทุกวันนี้ ก็คือ การขาดแคลนแหล่งเงินทุนในการช่วยพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ โดยจากผลสำรวจของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( สสว.) ระบุว่าผู้ประกอบการ SME ไทยมากกว่าร้อยละ 80 ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขาดประวัติธุรกรรมทางการเงิน

     จาก Pain Point ที่เกิดขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพยายามหาวิธีแก้ไข เพื่อให้ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยการปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ จนเกิดเป็นรูปแบบการกู้เงินระบบใหม่ที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องมีการเดินบัญชี ก็สามารถกู้เงินได้

ทำไม SME จึงไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

     ก่อนจะไปพูดถึงระบบกู้เงินรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น ลองมาดูกันก่อนสิว่าเหตุใดในระบบการกู้เงินแบบเดิม จึงทำให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก

     โดยทุกครั้งที่ผู้กู้ทำเรื่องเสนอขอกู้เงิน สิ่งที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ มักถามถึง หรือต้องการดูก่อนให้การอนุมัติ ก็คือ

  • หลักทรัพย์ค้ำประกัน

 

  • การเดินบัญชีธนาคารอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี

 

  • การจดทะเบียนการค้าอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี

 

  • การเขียนแผนธุรกิจ

 

  • การบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจที่ถูกต้อง

 

     ซึ่งผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ยังไม่มีหลักทรัพย์มากพอ และส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจในการเตรียมเอกสารข้อมูล เพราะบางคนต้องดูแลกิจการและจัดการด้วยตัวเองเกือบทุกอย่าง ทำให้ไม่มีเวลา สิ่งเหล่านั้นจึงมักเป็นอุปสรรค ทำให้หลายคนแม้จะมีศักยภาพเพียงพอที่จะผ่อนชำระคืนได้ แต่ก็ขาดโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากบางข้อมูล เช่น ประวัติ สถิติด้านการเงินและบัญชีจากการทำธุรกิจบน Marketplace ธนาคารก็ยังไม่รองรับนำมาประกอบการพิจารณา แถมรูปแบบสินเชื่อบางอย่างถึงแม้จะสามารถกู้ได้ แต่ก็ไม่ตอบโจทย์กับความต้องการ เช่น การอนุมัติเงินกู้ระยะสั้นที่มีดอกเบี้ยสูงหรือ การอนุมัติเงินกู้ในระยะยาว

เงินกู้สายพันธุ์ใหม่ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ ไม่ต้องเดินบัญชี ก็กู้ได้

     จากปัญหาด้านการเตรียมเอกสารทางการเงิน ไปจนถึงหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เป็น Pain Point ทำให้ SME ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ หลายหน่วยงานและบริษัทต่างช่วยกันคิดค้นรูปแบบวิธีการพิจารณาการกู้เงินแบบใหม่ที่เหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น โดยปัจจุบันเท่าที่เริ่มมีตัวอย่างออกมาให้เห็นมีอยู่ 2 รูป ได้แก่

     1. การใช้ฐานข้อมูลจากยอดขายของออนไลน์

    โดยแทนที่จะใช้ Statement หรือการเดินบัญชีธนาคาร ก็เปลี่ยนมาใช้ข้อมูลสถิติจากออร์เดอร์หรือยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์แทน ทำให้สามารถประเมินรายได้ประจำทุกเดือนของผู้กู้ ไปจนศักยภาพการชำระหนี้ และเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

     ตัวอย่าง เช่น “สินเชื่อ ZORT X Investree” ที่เป็นการจับมือร่วมกันของ ZORT แพลตฟอร์มบริหารจัดการออร์เดอร์และสต็อกออนไลน์ครบวงจร และ Investree บริษัทสตาร์ทอัพ Crowdfunding Platform ที่เพิ่งประกาศความร่วมมือไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าที่ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ZORT ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 4,500 ร้าน ให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนระดมทุนได้ โดยไม่ต้องไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่สามารถใช้ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน สถิติด้านการซื้อขายและบัญชีบน Marketplace ของ  ZORT  มาใช้ประโยชน์ในการขอเงินทุนจากได้ ซึ่งสามารถระดมทุนขั้นต่ำต่อรายได้ตั้งแต่ 100,000 บาท ไปจนถึงสูงสุด 5 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6% - 26% ผ่อนชำระสูงสุด 12 เดือน

     โดยวิธีการ คือ Investree จะใช้คะแนนเครดิตที่เป็น Data-Driven Model มาเป็นตัวกำหนดวงเงินระดมทุนให้สอดคล้องกับรายได้และสถานะทางธุรกิจของผู้ประกอบการนั้นๆ ทำให้จำนวนเงินที่ระดมทุนของบริษัทแต่ละรายจะแตกต่างกัน

     คุณสมบัติ สำหรับผู้ที่ต้องการระดมทุน คือ ต้องจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทจำกัด มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร และใช้แพลตฟอร์ม ZORT มาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 เดือน และมี ยอดขายจาก Marketplace Integration เฉลี่ย 100,000 บาทต่อเดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   www.investree.co.th

     2. การใช้ข้อมูลการขนส่งสินค้า

     นอกจากการใช้ข้อมูลสถิติยอดขายของร้านค้าออนไลน์แต่ละแห่งแล้ว ยอดการขนส่งสินค้าก็เป็นอีกทางเลือกใหม่ที่สถาบันการเงินเริ่มนำมาใช้พิจารณาเงินกู้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการส่งสินค้าในรูปแบบการชำระเงินปลายทาง หรือ Cash on Delivery (COD) เพราะทำให้สามารถเห็นยอดรายได้แท้จริงที่เข้ามาจากร้านค้าได้ และยังเป็นรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่องทางการค้าออนไลน์ เนื่องจากช่วยให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น และตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหลอก หรือไม่ได้สินค้า และยังเป็นการเพิ่มโอกาสได้ลูกค้าใหม่จากผู้ที่ไม่สะดวกจ่ายเงินออนไลน์ด้วย

     ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัดในรูปแบบการกู้ยืมเงินลักษณะนี้ ได้แก่ “สินเชื่อ COD ไปรษณีย์ไทย” ที่เป็นการจับมือร่วมกันระหว่างไปรษณีย์ไทย และ SME D Bank ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยจับมือร่วมกับสถาบันการเงินอื่นๆ มาแล้ว เช่น การจับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในการให้ลูกค้า COD ของไปรษณีย์สามารถเข้าถึง “สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์” และ “สินเชื่อตั้งหลัก” ได้

     สำหรับสินเชื่อ COD ไปรษณีย์ไทย มีการตั้งวงเงินไว้กว่า 300 ล้านบาท โดย SME D Bank จะนำข้อมูลการใช้บริการผ่าน COD ของไปรษณีย์ไทยมาเป็นเกณฑ์วิเคราะห์ในการให้สินเชื่อ โดยเปิดกว้างให้กู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล วงเงินสูงสุด 300,000 บาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 1.05% ต่อเดือน

     คุณสมบัติ ผู้ขอกู้ เพียงแค่เจ้าของกิจการมียอดขายผ่าน COD หรือสมัครใช้บริการชำระเงินปลายทางกับไปรษณีย์ไทย เฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน ก็สามารถขอยื่นกู้ได้ เพียงสมัครผ่าน Wallet@POST เปิดรับคำขอสินเชื่อตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิ.ย. 66 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.smebank.co.th

     จากตัวอย่างสินเชื่อที่ได้นำมาเล่าให้ฟังนั้น นับเป็นนิมิตรหมายอันดีแสดงให้เห็นว่า ต่อไปในอนาคตวันข้างหน้าเราอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์รูปแบบทางการเงินใหม่ๆ ที่มีความเหมาะสมและช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้

     นอกจากการคิดค้นรูปแบบวิธีการพิจารณาการกู้เงินแบบใหม่ที่เหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้นแล้ว ปัจจุบันรูปแบบการขอสินเชื่อยังมีความหลากหลาย แยกย่อย และเจาะลึกลงไปเฉพาะแต่ละธุรกิจมากขึ้นด้วย เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้สนใจประกอบธุรกิจด้านต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การปล่อยกู้ของ SCB Abacus ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเงินกู้ “เงินทันเด้อ” ที่ปัจจุบันได้จับมือร่วมกับ 3 พันธมิตรธุรกิจ ได้แก่ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว, เทรนด์ดี้วอช และชิปป็อป เพื่อสนับสนุนลูกค้าของแต่ละธุรกิจให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น สร้างผู้ประกอบการ SME ไทยให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นนั่นเอง

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร