คุณภาพสินทรัพย์สินเชื่อ SME ของธนาคารไทยน่าจะปรับตัวแย่ลง

 




          บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินความเสี่ยงในด้านคุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ของธนาคารพาณิชย์ไทย เชื่อว่ามีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่อาจส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์โดยรวมปรับตัวแย่ลง และส่งผลให้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นในอีก 12 – 18 เดือนข้างหน้า
 
         อย่างไรก็ตามธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างธุรกิจที่กระจายตัวและมีความหลากหลายกว่า น่าจะสามารถรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าวได้ดีกว่า และไม่น่าจะมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตมากนัก

          สินเชื่อ SME เป็นสินเชื่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประมาณ 39% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 (เทียบกับสัดส่วนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 30% และ สินเชื่ออุปโภคบริโภคที่ 31%) สินเชื่อ SME มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูงมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงปี 2554-2556 ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 14% ต่อปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อ SME รายเล็กที่มีฐานะทางการเงินที่อ่อนแอกว่า ทั้งนี้เป็นผลมาจากภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นและอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงกว่า 
 





    แต่อย่างไรก็ตามสินเชื่อ SME ได้เริ่มชะลอตัวลงอย่างมาก โดยมีอัตราการเติบโตเพียง 3.4% ในปี 2557 และ 3.7% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีการเข้มงวดและระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ 

          สภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานโดยรวมยังคงไม่เอื้ออำนวยนัก โดยการเติบโตของเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ตลาดการเงินยังคงมีภาวะผันผวน และความเชื่อมั่นทางธุรกิจก็ยังคงซบเซา นอกจากนี้ระดับหนี้สินโดยรวมที่อยู่ในระดับสูง (อัตราส่วนหนี้สินของภาคเอกชนที่ 150% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ GDP ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558) สะท้อนถึงความสามารถในการชำระคืนหนี้ที่อาจปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว หากสภาวะแวดล้อมในการดำนเนินงานยังคงปรับตัวแย่ลงต่อเนื่อง 

          อย่างไรก็ตามคุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้ SMEs ยังคงไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงที่ผ่านมา โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อ SME ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากนักในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 มาอยู่ที่ 3.4% จาก 3.1% ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ หรือ Special Mention Loans ซึ่งคือลูกหนี้สินเชื่อที่ค้างชำระแต่ยังไม่จัดชั้นเป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่ 2.4% 


 


          ทั้งนี้ ฟิทช์เชื่อว่าความเสี่ยงในด้านคุณภาพสินทรัพย์อาจจะยังไม่ปรากฎขึ้นอย่างชัดเจนนักในระยะสั้น เนื่องจากการปรับโครงสร้างสินเชื่อและการที่ภาครัฐมีมาตรการที่จะช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ SME (เช่น โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือโครงการค้ำประกันสินเชื่อ) อย่างไรก็ตามคุณภาพสินทรัพย์อาจจะปรับตัวแย่ลงอย่างรวดเร็วได้ หากภาวะเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอและมาตรการช่วยเหลือต่างๆ เริ่มทยอยสิ้นสุดลง 

          เนื่องจาก SME เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีขนาดใหญ่และมีความหลากหลาย ดังนั้นฐานะทางการเงินของลูกหนี้ SME จึงอาจมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างลูกหนี้สินเชื่อ SME ภายในแต่ละธนาคารและภายในอุตสาหกรรมโดยรวม

          ทั้งนี้ฟิทช์คาดว่าธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และมีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งน่าจะมีความสามารถที่ดีกว่าในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าสินเชื่อ SME รายใหญ่และมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งน่าจะส่งผลให้ธนาคารมีความเสี่ยงในด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่น้อยกว่า นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่โดยรวมยังมีโครงสร้างรายได้และโครงสร้างสินเชื่อที่กระจายตัวและหลากหลายกว่า และยังมีความสามารถในการรองรับเสี่ยงที่แข็งแรงกว่า 

 



          อุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวมยังคงมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสมเหตุสมผล ในด้านของระดับเงินสำรองหนี้สูญและเงินกองทุน ซึ่งน่าจะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวมสามารถรับมือกับความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในระดับปรกติตามวัฎจักรได้

        โดยอัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ยของอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ประมาณ 136% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 ในขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ยอยู่ที่ 14% นอกจากนี้สินเชื่อ SME โดยทั่วไปจะมีสัดส่วนมูลค่าหลักประกันในระดับที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กก็ยังมีการใช้การค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ เพื่อลดความเสี่ยง

www.smethailandclub.com ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร