อย่าตั้งสมมติฐานผิดๆ กับหัวหน้า

 



เรื่อง : เจษฎา ปุรินทวรกุล

     การเป็นผู้นำไม่ใช้เรื่องง่าย และเรามักจะได้ยินวลีที่ว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” นั่นไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลย เพราะคนที่เป็นผู้นำหรือหัวหน้า ต้องคอยตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบริษัทโดยตัดอารมณ์และความชอบส่วนตัวออกไป ทำให้บางครั้งลูกน้องไม่เข้าใจและไม่ชื่นชอบในสิ่งที่หัวหน้าทำสักเท่าไหร่

    นอกจากนั้น คนเราก็มักจะคิดไปเองว่าหัวหน้าควรจะเก่ง มีประสบการณ์ พอเห็นข้อผิดพลาดก็นำไปพูดกันในเชิงลบ แต่คุณต้องอย่าลืมว่า การเป็นผู้นำแบบในจอโทรทัศน์หรือภาพยนตร์น่ะ มันง่ายแสนง่าย แต่นี่คือโลกความจริงที่เราต้องละทิ้งอคติแล้วเผชิญกับความเป็นจริง ว่าหัวหน้าก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเรานั่นแหละ

    และนี่ก็คือคำแนะนำของ Jeff Boss ที่ปรึกษาทางธุรกิจจาก McChrystal Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านการให้คำปรึกษา และช่วยให้องค์กรปรับตัวจนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำในโลกธุรกิจได้ โดยต่อไปนี้คือคำแนะนำว่า เราไม่ควรตั้งสมมติฐานผิดๆ เกี่ยวกับบทบาทของผู้นำดังต่อไปนี้
 


หัวหน้าต้องรู้ทุกสรรพสิ่ง   

    ไร้สาระมาก หัวหน้าเป็นคนนะ ไม่ใช่ Google (ขนาด Google ยังไม่รู้ทุกเรื่องเลย) ถ้าสิ่งที่ต้องรู้ เป็นเรื่องของการทำงาน หน้าที่ กฎระเบียบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพนักงาน เรื่องพวกนี้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าที่ควรรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้รอบรู้เรื่องอื่นๆ รอบตัวทั้งหมด ก็คงต้องบอกว่าคุณมีความคิดที่แปลกมากที่จะให้คนๆ หนึ่งรอบรู้ไปเสียทุกอย่าง

หัวหน้าต้องตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง  

     เป็นคำตอบที่ ...ผิดอีกนั่นแหละ จริงอยู่ที่ผู้นำต้องมีความเด็ดขาด แต่ต้องไม่ใช่การเข้าไปยุ่งในการปรับเปลี่ยนราคาสินค้า หรือกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยตัวเองโดยตรง เพราะหน้าที่ของผู้นำคือบริหารงานโดยให้ลูกน้องในแผนกสามารถทำงานรวมถึงขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่างๆ ออกมา ถ้ากลยุทธ์ใดมีช่องโหว่ หัวหน้าค่อยเข้าไปแนะนำ แสดงความเห็นว่าควรแก้ไขหรือไม่อย่างไร หากหัวหน้าใครเอาแต่สั่งและแทรกแซงการทำงานแผนกนั้นแผนกนี้ เขาคงต้องไปตรวจสอบอีโก้ของตัวเองดูบ้างแล้วละ
 

หัวหน้าต้องคอยปรับปรุงคุณภาพบริษัท

     จำไว้เลยว่า ผลิตภัณฑ์และบริการดีๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการทำงานที่มีคุณภาพของพนักงานทุกคนในบริษัท เหมือนกับถ้าไม่มีพนักงานคอยทำหน้าที่ต่างๆ ของตัวเอง ก็จะไม่มีใครผลิตสินค้า ตรวจสอบคุณภาพของสินค้าและบริการภายในบริษัทของเรา ยกตัวอย่างเช่น บริษัทใหญ่ๆ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลชี้วัดทางการเงินประจำทุกวัน เพราะข้อมูลเหล่านั้นเป็นตัวขับเคลื่อนแสนสำคัญของบริษัทและพนักงานในแผนกนี้ก็เปรียบเสมือนผู้ที่การันตีความอยู่รอดของบริษัทเลยทีเดียว

    เพราะฉะนั้น ความไว้วางใจ เต็มใจแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน และภาพที่ชัดเจนของเป้าหมายบริษัทจะทำหน้าที่เป็นพื้นฐานของคุณภาพภายในองค์กร หากเกิดสิ่งผิดพลาดขึ้นมา เช่น สินค้าจำนวนมากชำรุดในตอนบรรจุลงกล่อง แปลว่าพนักงานขาดความรอบคอบในการตรวจสอบ หรือ พนักงานรับโทรศัพท์พูดจาไม่สุภาพ ก็แปลว่าพนักงานไม่มีทักษะด้านการบริการ สิ่งเหล่านี้จะชี้ให้เห็นถึงช่องว่างซึ่งขาดการพัฒนาของทั้งองค์กร ไม่ใช่จากตัวหัวหน้าเพียงคนเดียว  

    สิ่งที่คุณควรทำก่อนจะรับบทบาทของหัวหน้า หรือผู้นำก็คือ เรียนรู้ให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ คอยสังเกต ตั้งคำถาม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าลุ่มหลงในตำแหน่งและความมีชื่อเสียง รวมถึงคอยสั่งสมประสบการณ์ไปด้วย สิ่งนี้จะคอยสอนคุณเองว่าคุณควรรู้และควรทำอะไรบ้าง


create by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง

สร้างทีมเล็ก ให้คิดการใหญ่ ด้วย Psychological Safety พื้นที่ที่ทำให้ทุกคนกล้าปล่อยของ

ทีมเล็ก แต่ทำไมบางที่ทำงานใหญ่ วิ่งเร็วกว่าทีมใหญ่ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ เพราะเมื่อคนในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก นั่นจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจ

Unstress Your Day กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ เรียกพลังทำงานให้รุ่ง ธุรกิจ-ชีวิตไม่ยุ่งเหยิง    

รู้จัก “Unstress Your Day” กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ ที่จะพาเจ้าของ SME ค่อย ๆ คลายความตึงเครียด เติมพลังให้สมองและหัวใจ พร้อมกลับมาทำงานได้อย่างมีโฟกัส ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง และชีวิตไหลลื่นแบบไม่ต้องยุ่งเหยิงอีกต่อไป