อย่าปล่อยให้ออฟฟิศเฉา สูตรปรับองค์กรให้น่าอยู่ กระตุ้นให้พนักงานอยากทำงาน

              


        ทำงาน Work From Home กันมานาน จนพนักงานหลายคนคุ้นเคยกับการทำงานที่บ้านเพราะรู้สึกว่าสามารถบริหารจัดการเวลาและดูแล Work Life Balance ได้มากกว่า แต่ผู้ประกอบการหลายคนก็รู้สึกว่าถ้ากลับมาทำงานที่ออฟฟิศเต็มรูปแบบคงจะดีกว่า แบบนี้แล้วลองมาเจอกันครึ่งทาง สร้างออฟฟิศให้น่าอยู่ สร้างองค์กรที่พนักงานจะสามารถทำงานได้โดยที่มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีกันดีกว่า
               

         การพัฒนาสุขภาพที่ดีในบริษัทมีมากกว่าการจัดคอร์สโยคะ หรือเลี้ยงอาหารพนักงาน สุขภาพจะต้องถูกรวมเข้ากับรากฐานของธุรกิจ การสร้างวัฒนธรรมแห่งสุขภาพที่ดีจะนำไปสู่ความยั่งยืนสำหรับองค์กรได้ด้วย



               

         และนี่คือ 7 วิธีที่จะสร้างความอยู่ดีมีสุขให้เกิดขึ้น
 

  1. ทบทวนนโยบายด้านสุขภาพ การสร้างนโยบายจะบอกพนักงานได้ว่าเจ้านายใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ของพวกเขา ลองทบทวนนโยบายโดยพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ เช่น เวลาที่ยืดหยุ่น ให้ลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตร หรือการสนับสนุนด้านสุขภาพใจ

 

  1. สร้างพื้นที่เพื่อสุขภาพ การผสมผสานพื้นที่สีเขียวเข้ากับส่วนต่างๆ ในออฟฟิศสามารถส่งเสริมสุขภาพจิตได้ อาจจะหมายถึงการซื้อต้นไม้ในร่มสัก 2-3 ต้น และมีโต๊ะสำหรับยืนคุย สนับสนุนให้พนักงานเดินเพื่อไปพบปะหรือประชุมกัน ถ้าเป็นไปได้อาจจะมียิมเล็กๆ ที่ให้พนักงานออกกำลังกายในช่วงพักได้โดยไม่ต้องออกจากอาคาร หรือมีช่วงพักเบรกสั้นๆ เพื่อสุขภาพด้วย



 

  1. จัดเตรียมอาหารที่มีประโยชน์ไว้ในครัวที่ออฟฟิศ ให้ตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพเพื่อเติมพลังงานให้กับคนในบริษัท จะช่วยให้เขามีสุขภาพดีเพราะได้กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหาร วิธีนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายยังช่วยให้คนทำงานตื่นตัวมากขึ้น

 

  1. สร้างแรงบันดาลใจด้านสุขภาพ คนมักไม่กระตือรือร้นที่จะออกกำลังกายเท่าไรถ้าถูกบังคับ ลองสำรวจนิสัยและไลฟ์สไตล์ของคนในออฟฟิศดูเพื่อหาวิธีกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือหาผู้นำสักคนที่ชอบการออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพ ขอให้เขาสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ เมื่อพนักงานเห็นคนที่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และสามารถดูแลสุขภาพในวันทำงานได้ ก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นลุกขึ้นมาทำเหมือนกัน



 

  1. จัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และกระตือรือร้น เสนอทางเลือกที่สนุกสนานและกระฉับกระเฉง เช่น มีชั้นเรียนทำอาหาร เรียนเต้นรำ หรือการวิ่งกันเป็นหมู่คณะ วิธีเหล่านี้สร้างความสนุกสนานได้โดยที่แฝงเรื่องสุขภาพเอาไว้ด้วย แถมยังช่วยให้พนักงานผูกพันกันมากขึ้น

 

  1. สร้างความท้าทายด้านสุขภาพ ดึงจิตวิญญาณความเป็นนักแข่งของคนออกมา กระตุ้นให้พวกเขาออกกำลัง มีตัวอย่างพนักงานของ Cisco ประมาณ 1,300 คน พบว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานที่เข้าร่วมการแข่งขันที่บริษัทสนับสนุน หลังจากจบการแข่งพวกเขาก็ยังออกกำลังกายกันต่อไป

 




  1. ตั้งทีมกีฬาของบริษัท การรวมพนักงานเข้าเป็นทีมไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาเคลื่อนไหวหรือออกกำลงกายมากขึ้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมการทำงานเป็นทีมด้วย

 

           การจะทำให้เกิดวัฒนธรรมการอยู่ดีมีสุขในองค์กรนี้ลึกซึ้งกว่าการจัดคลาสออกกำลังกายแค่ครั้งคราว เรื่องพวกนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เชื่อเถอะว่ามันดีต่อธุรกิจในระยะยาวจริงๆ
 
 
           ที่มา : www.forbes.com
 
 



www.smethailanclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Empathy Is Strategy ใช้กลยุทธ์ความเห็นใจ เปลี่ยนวิกฤติเป็นศรัทธา เทคนิคการบริหารคนของ Brian Chesky CEO  Airbnb

เมื่อ Brian Chesky ซีอีโอของ Airbnb ต้องเผชิญวิกฤตหนักจากโควิด รายได้หายไปแทบข้ามคืน และต้องลดพนักงาน 25% แต่เพราะ “วิธีที่เขาปลด” ได้เป็นบทเรียนที่ ผู้นำองค์กรสามารถหยิบมาคิดในวันที่โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

เช็กด่วน! คุณคือเจ้านายที่กำลัง Gaslighting   ทำให้พนักงานสงสัยและไม่มั่นใจในตัวเอง จนองค์กรพังอยู่หรือเปล่า?

คำพูดบางประโยคที่มองว่า “ก็พูดปกติ” อาจกำลังทำให้พนักงานสงสัยในความสามารถของตัวเอง ไม่กล้าแย้ง และทำงานแบบเอาตัวรอดแทนที่จะทุ่มเท ดังนั้น ถึงเวลาเช็กตัวเองแล้วว่า คุณกำลังพัฒนาคน..หรือกำลังทำลายความมั่นใจของพวกเขา

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง