ป้องกันแรงงานขาดลาออกไปเลี้ยงลูก SME สหรัฐ ผุดไอเดียยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เปิดที่เลี้ยงเด็กคู่กับธุรกิจเดิม

TEXT : Sir.nim

     เพราะค่าใช้จ่ายการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งทุกวันนี้ ไม่ถูกเลย หลายบริษัท ร้านค้าต้องเสียพนักงานดีๆ ไป ก็เพราะด้วยเหตุผลว่า “ต้องออกไปดูแลลูก ไม่มีคนเลี้ยงลูกให้”

     ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย หรือประเทศโซนเอเชียเท่านั้น แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาที่ค่าเงินสูง ก็ประสบปัญหาไม่แตกต่างกัน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่ต้องขาดแคลนแรงงานฝีมือดี จากการลาออกเพื่อไปเลี้ยงดูลูก

จ้างเลี้ยง ค่าใช้จ่ายสูง เลยต้องออกมาเลี้ยงเอง

     โดยมีการกล่าวไว้ว่า ค่าใช้จ่ายในการส่งเด็กคนหนึ่งไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กในสหรัฐอเมริกานั้น เฉลี่ยสูงกว่า 10,000 ดอลลาร์ต่อปีทีเดียว ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้หลายครอบครัวเลือกที่จะย้ายออกจากเมืองใหญ่ ไปยังชานเมืองเพื่อหาทางเลือกที่ประหยัดกว่า เมื่อต้องย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย ก็ต้องย้ายงาน ทำให้ต้องลาออก หรือบางคนก็ตัดสินใจลาออกเพื่อไปดูแลเอง

     ในขณะที่รัฐบาลช่วยเงินสนับสนุนเพียง 900 ดอลลาร์ต่อปีต่อเด็กวัยหัดเดินหนึ่งคนเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเงินสนับสนุนในฝรั่งเศสและสวีเดนอย่างมาก โดยผลสำรวจของ www.Care.com ระบุว่าพ่อแม่ของเด็กอายุ 14 ปีหนึ่งคนหรือต่ำกว่า จะจัดสรรรายได้ถึง 1 ใน 4 ให้กับการดูแลเด็ก และเหลือ 3 ส่วนไว้เป็นค่าใช้จ่าย

     จากผลกระทบดังกล่าว ทำให้หลายธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจไซส์เล็ก เกิดปัญหา Turnover Rate อัตราการลาออกของพนักงาน ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ไหนจะต้องเสียเวลาฝึกพนักงานใหม่, จำนวนการทำงานที่ลดลง เนื่องจากพนักงานไม่ชำนาญเหมือนเก่า, ไปจนถึงการสูญเสียบุคลากรที่มีองค์ความรู้ความชำนาญ ฯลฯ

Zach Wiley พนักงานร้านกาแฟที่เคยลาออกงานไปดูแลลูก

ผุดไอเดีย เปิดสถานรับเลี้ยงเด็กเอง เพิ่มช้อยส์ทางเลือก จูงใจพนักงาน

     จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่หลายแห่งในสหรัฐอเมริกา เกิดไอเดียจัดเตรียมสถานที่ เพื่อเปิดบริการรับเลี้ยงเด็กขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานของพวกเขาในราคาย่อมเยา ทำให้นอกจากไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งลูกไกลๆ แล้ว ยังสร้างความอุ่นใจให้แก่พนักงานที่ได้อยู่ใกล้ๆ ลูกของพวกเขาด้วย

     Zach Wiley วัย 31 ปี ในรัฐเวอร์จิเนีย หนึ่งในเคสตัวอย่างของพนักงานที่เคยลาออกจากงาน เพื่อไปดูแลลูก กล่าวว่าต้องลาออกจากงานที่ Red Rooster Coffee ในปี 2021 เนื่องจากต้องเดินทางไกลไปที่ทำงานและไปส่งลูกยังสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ปัจจุบันทางร้านได้เพิ่มบริการรับเลี้ยงเด็กเองแล้ว เขาจึงกลับไปหาเจ้านายเก่า เพื่อขอสมัครทำงานใหม่อีกครั้ง แถมยังมีเงินซื้อบ้านในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย

     “การดูแลเด็กคนหนึ่ง เป็นเรื่องใหญ่ และมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะมีขนาดใหญ่มาก ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเลย ถ้าไม่มีที่รับเลี้ยง ที่สำคัญ ยิ่งเป็นสถานที่รับเลี้ยงในที่ทำงานด้วย ยิ่งทำให้เกิดความอุ่นใจ เพราะลูกเราก็อยู่ในประตูถัดไปนี่เอง” Zach Wiley ให้สัมภาษณ์เอาไว้

ช่วยแก้ปัญหา และยังเป็นรายได้เพิ่มด้วย

     โดยค่าใช้จ่ายที่ Zach Wiley ต้องจ่ายให้กับร้านที่ทำงานนั้น เขาบอกว่าถือว่าคุ้มค่า โดยทาง Red Rooster Coffee จะเรียกเก็บเงิน 2 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงต่อการดูแลเด็ก 1 คน โดยศูนย์ดังกล่าวสามารถรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 เดือน - 13 ปี โดย Zach เขาสามารถส่งลูกสองคนมาอยู่ดูแลที่นี่ได้เลย โดยมองว่าแนวโน้มการทำงานและดูแลครอบครัวไปด้วย เป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ โดยเฉพาะการทำงานยุคนี้

     สอดคล้องกับผลสำรวจของ Society for Human Resource Management ที่กล่าวไว้ว่าปัจจุบันมีร้านค้าและบริษัท หันมาเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กด้วยตัวเอง เพื่อแก้ปัญหาอัตราการลาออกของพนักงาน โดยเพิ่มขึ้นจาก 26% ในปี 2562 เป็น 32% ในปี 2566 ทีเดียว

     โดยมีรายงานว่า ณ ปัจจุบันกำลังแรงงานในสหรัฐอเมริกา ที่กลับเข้ามาทำงานในบริษัทต่างๆ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 62.7%  ซึ่งต่ำกว่าก่อนการแพร่ระบาดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 ด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นได้ว่าการกลับเข้ามาในระบบของแรงงานนั้นยังเป็นไปได้ช้า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลายธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับการรักษาแรงานที่มีอยู่ไว้ให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าแรงเพื่อจูงใจ ไปจนถึงการเปิดสถานที่รับเลี้ยงเด็กดังที่กล่าวไปแล้วนี่เอง

     ถือเป็นอีกไอเดียนวัตกรรมดีๆ ของการต่อสู้ เพื่อป้องกันอัตราการลาออกของพนังงานได้อย่างน่าสนใจ ผู้ประกอบการไทยคนไหน สนใจอยากลองนำไอเดียมาใช้กับธุรกิจดูบ้าง ก็ไม่ว่ากัน

ที่มา : https://www.businessinsider.com/small-business-child-care-turnover-retention-benefits-2024-4

https://super.news/en/articles/2024/04/07/addressing-staff-turnover-with-child-care-a-growing-trend-among-us-companies

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง

สร้างทีมเล็ก ให้คิดการใหญ่ ด้วย Psychological Safety พื้นที่ที่ทำให้ทุกคนกล้าปล่อยของ

ทีมเล็ก แต่ทำไมบางที่ทำงานใหญ่ วิ่งเร็วกว่าทีมใหญ่ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ เพราะเมื่อคนในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก นั่นจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจ

Unstress Your Day กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ เรียกพลังทำงานให้รุ่ง ธุรกิจ-ชีวิตไม่ยุ่งเหยิง    

รู้จัก “Unstress Your Day” กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ ที่จะพาเจ้าของ SME ค่อย ๆ คลายความตึงเครียด เติมพลังให้สมองและหัวใจ พร้อมกลับมาทำงานได้อย่างมีโฟกัส ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง และชีวิตไหลลื่นแบบไม่ต้องยุ่งเหยิงอีกต่อไป