​ผู้ประกอบการไทย กร้าว!! ฟ้องแจ็ค หม่า ละเมิดลิขสิทธิ์

​Text : ไศลธร เหมะสิขัณฑกะ






     ในยุคที่คนหันมาทำการค้าออนไลน์กันมากขึ้น มีแพลทฟอร์มร้านค้าออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ผู้ประกอบการนอกจากจะต้องเผชิญกับการแข่งขันโดยคู่แข่งที่ปรากฏขึ้นราวกับดอกเห็ดแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องระวังคือ การถูกละเมิดลิขสิทธิ์ของสินค้า ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศก็ตาม ล่าสุดก็มีเหตุการณ์สะเทือนตลาด e-Commerce รับยุค 4.0 เมื่อบริษัท อีไลด์ไฟร์บอล โปร จำกัด ผู้ประกอบการชาวไทยเจ้าของผลงานนวัตกรรมลูกบอลดับไฟยื่นฟ้องดำเนินคดี แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อาลีบาบา ข้อหานำสินค้าลอกเลียนแบบออกขายตัดราคา เสียหายกว่า 3 พันล้านบาท 


     ภณวัชร์นันท์ ไกรมาตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิไลด์ ไฟร์บอล โปร จำกัด ระบุว่า เว็บไซต์อาลีบาบา และ อาลีเอกซ์เพรส ได้นำสินค้าลอกเลียนแบบยี่ห้อ AFO ออกมาขายตัดราคา โดยสินค้าดังกล่าวได้ละเมิดสิทธิบัตรของลูกบอลดับไฟซึ่งทางอีไลด์ไฟร์บอล โปร เป็นเจ้าของสิทธิบัตรแต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งสินค้าที่ลอกเลียนแบบก็ไม่สามารถใช้งานได้จริง เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าลอกเลียนแบบไปแล้วพบว่าไม่สามารถใช้งานได้จริงจึงหมดความเชื่อใจและยกเลิกการสั่งซื้อทำให้สินค้าของอีไลด์ไฟร์บอล โปร ได้รับผลกระทบไปด้วย จนเกิดความเสียหาย โดยบริษัทฯ ยื่นฟ้องอาลีบาบา และแจ็ค หม่า ในฐานะที่เป็นผู้กระทำการโฆษณาและจัดจำหน่ายสินค้าเลียนแบบของ AFO ในประเทศไทยและทั่วโลก

 
     อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ แจ็ค หม่า เคยเรียกร้องให้รัฐบาลจีนออกมาตรการขั้นเด็ดขาดกวาดล้างบรรดาผู้จัดจำหน่ายสินค้าปลอมให้หมด โดยเขาให้เหตุผลว่า สินค้าปลอมคือสิ่งที่บ่อนทำลายทุกอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการตัวจริงต้องลงทุนลงแรงวิจัยและพัฒนาอย่างยากลำบากกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ มา นอกจากนี้ข้อมูลของ องค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือ OECD เมื่อปี 2556 ยังระบุด้วยว่ายอดการซื้อขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาด e-Commerce ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยครอบคลุมถึงสินค้าทุกระดับโดยมีประเทศจีนเป็นแหล่งผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุด


     ในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์หรือละเมิดสิทธิบัตรนั้น แหล่งข่าวผู้สันทัดกรณีให้คำแนะนำว่า ผู้ประกอบการ SME ที่มีสินค้าแบรนด์ของตัวเองและเป็นสินค้าที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ต้องเห็นความสำคัญของการจดสิทธิบัตร เนื่องจากผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญานั้น ผู้ประกอบการไทยไม่น้อยเข้าใจผิดว่าการขึ้นทะเบียนลิขสิทธิ์จะคุ้มครองได้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้วยังไม่ใช่เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ได้คุ้มครองผลงานที่เกิดจากไอเดียความคิด หากมีใครทำสินค้าเลียนแบบหรือคล้ายคลึงขึ้นมาก็สามารถอ้างได้ว่าไม่ได้ลอกแต่เป็นแรงบันดาลใจ แต่การจดสิทธิบัตรจะเป็นการขึ้นทะเบียนเพื่อแสดงถึงการยืนยันความเป็นเจ้าของในไอเดียความคิดนั้นจริงๆ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ไม่สามารถอ้างแรงบันดาลใจได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ถือสิทธิบัตร

 
     ด้วยเหตุนี้ SME ที่มีสินค้าที่สร้างจากไอเดียจึงควรให้ความสำคัญและรีบจดสิทธิบัตรผลงานของตนเองอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก้าวออกสู่ตลาดโลก ไม่อย่างนั้นหากมีใครทำสินค้าลอกเลียนแบบขึ้นมาแล้วผู้ที่เลียนแบบชิงจดสิทธิบัตรเสียก่อน ก็จะกลายเป็นว่าผลงานที่เกิดจากความคิดความทุ่มเททั้งหมดของเรากลายเป็นของเลียนแบบได้ในทันที


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

6 สิ่งที่ SME ต้องเข้าใจเกี่ยวกับ TikTok ปี 2026 ทำอย่างไรให้คนจำได้ ไม่ใช่แค่ดู

พามาเจาะลึก 6 หัวใจสำคัญ ช่วยเปลี่ยน TikTok จากแค่ช่องทางสื่อสาร ให้กลายเป็นช่องทางสร้างยอดขายและการเติบโตอย่างยั่งยืน

แบบนี้ก็มีด้วย! อ่อยลูกค้าด้วย “ขยะ” เทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ ยิ่งรก ยิ่งเลอะ ยิ่งดูเหมือนขายดี น่าเข้า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การนำขยะออกมาโรยที่หน้าร้าน กำลังเป็นเทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ที่พ่อค้าแม่ค้าจีน นำมาใช้เรียกลูกค้ากันในวันที่เงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเข้า

คิดได้ไง! ร้านขายยำสุดครีเอท ใช้ป้ายร้านยาเก่า เปลี่ยน "ยา" เป็น "ยำ" จนดังทั้งโซเชียล

กลายเป็นกระแสไวรัลดังอยู่บนโซเชียลในขณะนี้ เมื่อป้ายร้านขายยาเก่า ถูกดัดแปลงเป็นป้ายร้านยำเล็กๆ ชื่อว่า “ยำแซ่บเวอร์ สุขุมวิท 101”