​Ultrafast fashion หมัดเด็ดที่แบรนด์ใหม่ ใช้เขย่าบัลลังก์ยักษ์ใหญ่




Cr.fungglobalretailtech.com
 

     แบรนด์ค้าปลีกที่เป็นเจ้าตลาดแฟชั่นเสิร์ฟด่วนหรือ fast fashion อย่าง Zara และ H&M กำลังถูกเขย่าบัลลังก์เมื่อบรรดาแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ ซึ่งไม่มีหน้าร้าน ได้รุกคืบกินกินส่วนแบ่งตลาดทีละน้อย ด้วยกลยุทธ์ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือการสนองตอบความต้องการแบบทันทีทันใดต่อกลุ่มลูกค้า ”รอไม่เป็น” ที่เพิ่มขึ้นทุกขณะด้วยการเปลี่ยนจาก fat fashion เป็น Ultrafast fashion โดยเร่งขั้นทุกขั้นตอนการผลิตให้ไวกว่าแบรนด์ใหญ่ซึ่งครองตลาดอยู่ แม้กระทั่ง Zara และ H&M ซึ่งเป็นต้นแบบ fast fashion และบุกเบิกมาแต่ต้นยังตามไม่ทัน
               

     แบรนด์แฟชั่นซึ่งเป็นร้านจำหน่ายทางออนไลน์เท่านั้น แม้ไม่มีหน้าร้าน แต่การเติบโตของธุรกิจนั้นก้าวกระโดด โดยตัวอย่างที่เห็นชัดเจนสุด ได้แก่ Boohoo, ASOS และ Missguided ผู้ค้าปลีกทั้ง 3 รายล้วนเป็นแบรนด์จากอังกฤษ และใช้กลยุทธ์เดียวกันคือการนำเสนอคอลเลคชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยใช้เวลาตั้งแต่วางคอนเซปต์ ออกแบบ เสาะหาวัตถุดิบ ผลิต จัดส่ง และวางจำหน่าย (เรียกกระบวนการทั้งหมดว่า supply chain) ภายใน 1-2 สัปดาห์ เทียบกับ Zara ที่ใช้เวลาเฉลี่ย 5 สัปดาห์ และ H&M ที่อาจจะนานสุดถึง 6 เดือน
               

     การย่นกระบวนการ supply chain ให้เร็วสุดเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่โหยหาความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา และความต้องการนั้นเป็นแบบเร่งด่วน โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น ยิ่งถึงมือผู้บริโภคเร็วก็ยิ่งได้เปรียบ ผู้ค้าปลีกรายได้ที่สามารถทำให้ supply chain สั้นและกระชับได้ ยอดขายจะโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังที่ผู้เล่นรายใหม่ทั้ง 3 Boohoo, ASOS และ Missguided พิสูจน์ให้เห็นว่าวิธีการปรับตัวแบบนี้สามารถสู้แบรนด์ใหญ่ได้สบายๆ
               




     เหตุผลหนึ่งที่ทำให้การออกแบบคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของแบรนด์ใหม่ๆ ทำได้รวดเร็วขึ้นต้องยกให้เป็นผลพวงของการปฏิวัติด้านดิจิทัล ในยุคนี้เป็นเรื่องง่ายที่จะใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) ช่วยออกแบบ เมื่อได้ต้นแบบมาแล้วก็ทดลองนำเสนอผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นเพื่อดูว่าได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใดโดยการนับจาก click rate หรือจำนวนการคลิกเข้าไปดูของลูกค้า หลังจากนั้นจึงผลิตเป็นสินค้าออกมาทีละน้อยก่อนเพื่อทดสอบตลาดอีกครั้ง หากการตอบรับดี จึงผลิตเพิ่ม วิธีนี้จะทำให้ไม่มีสินค้าตกค้างหรือมีก็ไม่มาก ทำให้แบรนด์ไม่ต้องนำสินค้าที่ตกรุ่นแล้วมาเลหลังลดราคา หากสังเกตดู สินค้าของแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ที่กล่าวมาข้างต้นแทบจะไม่เคยขึ้นป้ายลดราคาเลยเมื่อเทียบกับแบรนด์ดังอย่าง Zara และ H&M
               

     ไปเจาะลึกที่กลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์ว่าทำอย่างไร ยอดขายจึงเติบโตอย่างน่าชื่นใจ เริ่มที่ Boohoo เป็นแบรนด์เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องแต่งกายจากอังกฤษ เป้าหมายเป็นลูกค้ากลุ่มอายุ 16-24 ปี เคล็ดลับความสำเร็จคือการออกสินค้าใหม่ให้เร็ว สำหรับ Boohoo ขั้นตอนตั้งแต่ออกแบบ ผลิต และวางจำหน่ายใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ โดยล้อตแรกผลิตออกมาไม่มาก หากแนวโน้มเป็นที่นิยมในตลาดจึงผลิตเพิ่ม เป็นการลดความเสี่ยงในการสต็อกสินค้า นอกจากนั้น Boohoo ยังร่วมกับบุคคลมีชื่อในสังคม ศิลปิน และผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ร่วมออกแบบสินค้าและทำการตลาด ทั้งยังมีอินสตาแกรมเพื่อติดตามเทรนด์ต่าง ๆ Boohoo โตในอังกฤษ สหรัฐฯ และยุโรป เป็นแบรนด์แฟชั่นออนไลน์รายใหญ่อันดับ 3 ของอังกฤษ มีสินค้าให้เลือกกว่า 29,000 รายการ และยังออกคอลเล็คชั่นใหม่อย่างต่อเนื่อง สนนราคาก็จูงใจ เริ่มที่ชิ้นละ 5 ปอนด์ไปจนถึง 20 ปอนด์ รายได้ในปีการเงินที่สิ้นสุดเมื่อ 28 ก.พ. 2017 อยู่ที่ 294.5 ล้านปอนด์ หรือโต 49%
               

     มาที่ ASOS นี่ก็เป็นแบรนด์แฟชั่นจากอังกฤษเช่นกัน สินค้าบนเว็บ 60% เป็นแบรนด์ของบริษัทเอง ที่เหลือเป็นแบรนด์นอกที่ได้รับความนิยม ความเร็วในการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่อยู่ระหว่าง 2-8 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและความยากง่ายของแบบ รวมถึงแหล่งผลิต หากเป็นแบบที่เรียบง่ายและผลิตในอังกฤษ จะถึงมือลูกค้าใน 2 สัปดาห์ แต่ถ้าย้ายโรงงานไปผลิตในตุรกีหรือมอริเชียส จะใช้เวลานานขึ้น 4-6 สัปดาห์ ยอดขายของ ASOS ในปีที่ผ่านมา คาดว่าโตประมาณ 30-35% ทั้งนี้ ASOS กำลังพยายามปรับสายการผลิตแบรนด์ตัวเองเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าจะมีสินค้าใหม่วางจำหน่ายทุกสัปดาห์ คิดเป็น 10% ของสินค้าทั้งหมด
               

     สำหรับ Missguided แบรนด์แฟชั่นออนไลน์จากอังกฤษอีกเจ้า ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่โตเร็วอย่างน่าทึ่ง ในปีการเงินที่สิ้นสุดเมื่อ 31 มี.ค. 2017 รายได้บริษัทเติบโตถึง 75% จากยอดขาย 206 ล้านปอนด์ ขณะที่ยอดขายในตลาดนอกประเทศโต 130% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Missguided อัพเดทเว็บไซต์ทุกวัน นำเสนอของใหม่ถี่ยิบ มีสินค้าใหม่แนะนำบนเว็บบริษัทเดือนละ 1,000 รายการ สินค้าหมุนเวียนทุกสัปดาห์ รายการไหนยอดขายไม่วิ่ง จะถูกถอดออกเพื่อนำเสนอของใหม่ทันที
               

     นี่เป็นตัวอย่างของการปรับตัวทางธุรกิจในอุตสาหกรรมแฟชั่น ต่อให้เป็นผู้บุกเบิกตลาดมาก่อน แต่ถ้ายังชะล่าใจและไม่หาหนทางรับมือ อาจลงเอยเหมือนนิทานอีสป เต่ากับกระต่ายก็เป็นได้ หากคิดจะอยู่ในวงการแฟชั่นเสิร์ฟด่วน หัวใจสำคัญคือความเร็วต้องเป็นเลิศ
 

ที่มา
www.businessinsider.com/fast-fashion-is-getting-faster-2017-5
www.fungglobalretailtech.com/research/fast-fashion-speeding-toward-ultrafast-fashion/


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง