​รู้จัก “ผู้บริโภคจีน” ผ่านพฤติกรรมออนไลน์





 

     จีน ถือเป็นอีกตลาดใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของผู้ประกอบการไทย ด้วยความที่เป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกกว่า 1,300 ล้านคน ยิ่งเมื่อเทคโนโลยีด้านออนไลน์พัฒนาเติบโตมากยิ่งขึ้น การอ้าแขนเปิดรับนักลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลจีนเอง ก็ยิ่งเชื้อเชิญให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่อยากเข้าไปทำธุรกิจกับประเทศยักษ์ใหญ่แห่งนี้ด้วยกันทั้งนั้น แต่ด้วยนโยบายหลักของประเทศ และวัฒนธรรมที่มีอยู่หลากหลาย ทำให้คนจีนเองมีพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ ซึ่งมีความสำคัญกับโลกการค้ายุคใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ลองมาดูกันสิว่าหากคิดจะทำการค้าขายในจีน อะไร คือ กุญแจสำคัญสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ในจีน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแดนมังกรแห่งนี้ให้ได้มากที่สุด
 

คนจีนนิยมใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือมานานแล้ว
 
     หากย้อนกลับเมื่อสิบกว่าปีก่อน ในยุคที่เริ่มมีการใช้งานอินเตอร์เน็ต ในขณะที่ทั่วโลกอาจเริ่มต้นด้วยการใช้งานผ่านเดสก์ท็อป โน๊ตบุ๊ค เพจเจอร์ มือถือ จนเขยิบขึ้นมาเป็นสมาร์ทโฟนที่รวบรวมทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียวอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ ประชากรจีนกลับเริ่มต้นเข้าถึงอินเตอร์โดยผ่านจากมือถือเลยตั้งแต่ต้น เนื่องสามารถผลิตใช้เองได้ในประเทศ เช่นเดียวกับที่ Google ได้เริ่มต้นถือกำเนิดขึ้น และเพียงไม่นาน Baidu เว็บไซต์สำหรับการเสิร์ชค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตก็ถือกำเนิดขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ดังนั้นคนจีนส่วนใหญ่จึงคุ้นเคยกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือมานานแล้ว ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของคนจีนไม่เหมือนกับที่อื่น
 

     ยกตัวอย่างเช่นในการติดต่อธุรกิจ หากเป็นประเทศอื่นก็มักจะใช้อีเมลเพื่อส่งหากัน แต่สำหรับคนจีนแล้วกลับนิยมใช้ WeChat แอพพลิเคชั่นสำหรับแชทมากกว่า หรือแม้แต่การสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ชของคนจีนเอง ซึ่งหากเป็นในต่างประเทศทั่วไปแล้ว กลุ่มผู้บริโภคที่นิยมซื้อกันมาก คือ ลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมือง แต่สำหรับในเมืองจีนแล้วการสั่งซื้อสินค้าผ่านสมาร์ทโฟนถือเป็นเรื่องปกติ แม้แต่ในผู้สูงวัยอย่างอากง อาม่า ก็มีการสั่งซื้อกันเป็นประจำ เป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตมานานแล้ว โดยล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Alibaba เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังของจีนยังได้ประกาศรับสมัครนักวิจัยอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อมาทำวิจัยการทำให้ผู้สูงวัยสามารถมาช้อปปิ้งออนไลน์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้ายผู้ที่ได้ตำแหน่งมาครอบครอง ก็คือ อาม่าคนหนึ่งที่มีอายุกว่า 80 ปี
 




Social Commerce และ Social Search 2 เทรนด์ใหม่มาแรง
 

     จากพฤติกรรมดังกล่าวที่เล่ามานั้น ชฎากร ธนสุวรรณเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท AVG Thailand จำกัด ดิจิทัลเอเยนซี่ผู้เชี่ยวชาญการทำตลาดในประเทศจีน ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับ 3 เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ของจีน คือ Alibaba, Tencent และ Baidu ได้เปิดเผยถึงเทรนด์ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งล่าสุดที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของคนจีน โดยมี 2 ส่วนสำคัญด้วยกัน คือ Social Commerce และ Social Search
 

เทรนด์แรก – Social Commerce

     ตามปกติทั่วไปแล้ว การสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หากเป็นในประเทศไทย มักจะนิยมทำการซื้อโดยเข้าไปดูสินค้าจากอินสตาแกรมหรือเฟซบุ๊กเพจ จากนั้นจึงจะทำการแคปหน้าจอสินค้าที่สนใจ เพื่อเข้ามาสอบถามรายละเอียดกับร้านค้าผ่านทางไลน์ เมื่อสามารถตกลงกันได้จึงจะทำการโอนผ่านธนาคารต่างๆ แต่สำหรับในเมืองจีนแล้ว ทุกอย่างสามารถทำได้ครบจบในที่เดียวโดยผ่าน WeChat แอพพลิเคชั่นแชทยอดนิยมของคนจีน ซึ่งได้ถูกพัฒนาไปมาก โดยได้รวบรวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่รูปสินค้า ห้องแชทสำหรับพูดคุย ไปจนถึงระบบเพย์เมนท์ ทำให้เกิดการรวมกันขึ้นมาของโซเซียลมีเดียและอีคอมเมิร์ซ หรือ Social Commerce ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยคิดว่าในปีนี้น่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในหมู่ผู้ใช้งานคนจีน ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้ WeChat ในเมืองจีนกว่า 900 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 1,300 – 1,400 ล้านคน โดยมีรายงานจากปี 2560  กล่าวว่าผู้ใช้งาน WeChat กว่า 31 % เคยซื้อของผ่าน WeChat ด้วยกันทั้งนั้น
 




เทรนด์ที่สอง – Social Search

     การค้นหาข้อมูลในโซเซียลมีเดีย โดยปกติแล้วหากเราจะค้นหาข้อมูลสักอย่างบนอินเตอร์เน็ต เรามักเข้าไปที่เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินอย่าง Google แต่สำหรับคนจีนที่นิยมใช้โซเซียลมีเดียในการทำทุกอย่าง โดยเฉพาะ WeChat รวมถึง Weibo เอง กลับไม่ได้มองว่าโซเซียลมีเดียมีไว้เพื่อติดต่อพูดคุยกับเพื่อนอย่างเดียว แต่ยังนิยมใช้สำหรับการหาข้อมูลกันอีกด้วย จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Social Search’ ที่มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงสอบถาม ขอคำแนะนำ และโปรโมชั่นต่างๆ โดยเป็นเทรนด์ที่เริ่มขึ้นมาประมาณ 1 -2 ปีแล้ว แต่มีการคาดการณ์ว่าปีนี้ความนิยมจากโซเซียลเสิร์ชของผู้บริโภคชาวจีน อาจเพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นแซงเสิร์ชเอนจินเลยก็ว่าได้ โดยการค้าหาข้อมูลของคนจีนในโซเซียลเสิร์ชนั้นมักเริ่มจาก Friend Circle – ดูว่าเพื่อนพูดถึงแบรนด์นั้นๆ ว่าอย่างไรบ้าง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากกว่าที่แบรนด์พูดเอง ตามมาด้วย Article – คอนเทนต์ของแบรนด์, Official Account – ช่องทางสื่อสารและสร้างตัวตนของแบรนด์กับลูกค้า, นวนิยาย, เพลง และสติ๊กเกอร์
 

     โดยแต่เดิมนั้นข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในโซเซียลมีเดียอาจมีไม่มากเท่ากับในเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิน แต่ปัจจุบันกลับมีความนิยมทำการตลาด รวมถึงนำเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแชร์บนโซเซียลมีเดียเพิ่มมากขึ้นอย่างเข้มข้น ทำให้คอนเทนต์ที่อยู่ในโซเซียลมีเดีย ไม่ได้น้อยไปกว่าบนเว็บไซต์เสิร์ชเอนจินเลย
 

     สำหรับคำแนะนำในการใช้โซเซียลมีเดียของจีน โดยเฉพาะ WeCaht เพื่อทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ชฎากรกล่าวว่า หากเป็นแบรนด์หรือองค์กรขนาดใหญ่ แนะนำให้เปิด Official Account ของแบรนด์เลย ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ต่อลูกค้าคนจีนได้ค่อนข้างมาก เพราะแทนที่ลูกค้าจะไปค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว แต่หากมี Official Account ลูกค้าสามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลและติดต่อสอบถามได้เลยทันที ทำให้เกิดความพึงพอใจมากกว่า โดยปัจจุบัน WeChat มี Official Account สำหรับแบรนด์รวมกว่า 8 ล้านแอคเคาท์
 

     แต่สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก การเปิด Official Account อาจยังไม่เหมาะสมเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ที่สำคัญแม้จะเป็นที่นิยมในเมืองจีน แต่ WeChat เป็นระบบที่ค่อนข้างปิด ไม่เหมือนเฟซบุ๊กที่สามารถซื้อโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็นได้ตลอดเวลา ฉะนั้นหากคิดว่าเปิดขึ้นมาแล้วอยู่ดีๆ จะมีลูกค้าคนจีนวิ่งเข้ามาขอแอดเป็นเพื่อนและซื้อสินค้า โดยไม่ได้ทำการประชาสัมพันธ์จากช่องทางอื่นเลย ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องนัก วิธีการที่ผู้ประกอบการรายเล็กจะสามารถทำได้ คือ การพยายามสร้างคอนเทนต์ที่ดี มีประโยชน์ เพื่อให้เกิดการนำมาแชร์บนโซเซียลมีเดีย และเมื่อนั้นแบรนด์ของเราจะเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงเอง


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง