​ส่องกลยุทธ์ suspened coffee ส่งผ่านน้ำใจไปกับกาแฟ




 

     หลายวันก่อนอาจบทความสั้นๆ ของ “สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก” ซึ่งเป็นนามแฝงของพี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง อดีตสมาชิกวงเฉลียงนั่นเอง พี่เขาเขียนถึงเรื่องที่ไปร้านกาแฟบ้านๆ ร้านหนึ่งในตำบลบางระกำ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนคนปฐมแล้วสะดุดกับตู้รับบริจาคขนาดใหญ่เหมือนตู้รับบริจาคตามวัด แต่ตู้นี้ตั้งวางอยู่บนเคาน์เตอร์ ข้างในกระจกใสมองเห็นเหรียญและธนบัตรจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่ตู้บริจาคขององค์กรการกุศลใดๆ เข้าใจว่าเป็นของทางร้านเอง ด้านหน้าตู้มีกระดาษ A4 เขียนด้วยลายมือหวัดๆ “กองทุนเลี้ยงกาแฟเพื่อน.”  แปะไว้ แนวคิดก็คือคนที่ผ่านไปมา อยากจิบกาแฟแต่ด้วยเหตุขัดสนกลใดทำให้ไม่มีปัจจัยพอจะซื้ อกาแฟสักแก้ว ก็สามารถล้วงเอาเงินในตู้นั้นออกมาเติมคาเฟอีนให้ตัวเอง
               

     พออ่านบทความจบ สิ่งที่ลอยเข้ามาในหัวของผู้เขียนคือ นี่มันกลยุทธ์ suspened (หรือ pending) coffee ที่เคยเป็นกระแสตามคาเฟ่ต่างๆ ในต่างประเทศนี่นา กระแสที่ว่าเกิดขึ้นเมื่อสักสี่ซ้าห้าปีก่อน เหมือนจะเริ่มในอังกฤษหรือไอร์แลนด์นี่แหละแล้วลามไปทั่วยุโรป อเมริกาเหนือและเอเชีย จนถึงตอนนี้มีร้านกาแฟหลายพันแห่งทั่วโลกที่นำวัฒนธรรมนี้มาใช้
               

     ว่ากันว่า suspended coffee นี้มีมานานมากแล้ว บางข้อมูลก็ว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองเนเปิ้ลในประเทศอิตาลี ตั้งแต่ยุคสงครามโลกโน่นแน่ะ ต้นเหตุมาจากสภาพสังคมที่ขัดสนทำให้ผู้คนต้องการแบ่งปันกัน วัฒนธรรมนี้หายไปนานและเพิ่งกลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้งประมาณปี 2012-2013 มาถึงยุคปัจจุบัน suspended coffee ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากเหตุผลด้านความรู้สึกและอารมณ์ เช่น วันไหนเป็นวันดี เป็นวันที่เพิ่งได้รับโชค มีข่าวมงคล กระทั่งแค่ปลอดโปร่งโล่งใจมีความสุข หรือมีความทุกข์ในใจก็จะสั่งกาแฟ 2 แก้ว แต่รับมาแค่แก้วเดียว อีกแก้วฝากไว้ก่อน เป็นกาแฟรอกินที่เก็บไว้ให้คนจรจัด คนยากไร้ คนที่ไม่สามารถจ่ายได้ได้รื่นรมย์กับรสชาติกาแฟ
               

    ตัวโครงการ suspended coffee มีหลักเดียวกันคือการแบ่งปันน้ำใจให้คนแปลกหน้าผ่านกาแฟ 1 แก้ว แต่วิธีการของแต่ละร้านอาจจะแตกต่าง เช่น หลายร้านขึ้นป้าย suspended coffee เป็นการแจ้งคนให้ (ลูกค้า) และคนที่รอรับน้ำใจทราบ จะได้แสดงความประสงค์ใช้บริการ บ้างก็ใช้วิธีแจกใบปลิวให้รู้ว่าที่ร้านมีบริการกาแฟรอกิน และบางร้านแปรเงินค่ากาแฟที่ลูกค้าจ่ายเกินเป็นบัตรแลกกาแฟฟรี แล้วนำบัตรนั้นไปฝากองค์กรการกุศลหรือหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ให้ช่วยแจกคนที่ต้องการ เป็นต้น
               

     การส่งน้ำใจให้คนในสังคมในรูปแบบ suspended coffee ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจอื่น ๆ ด้วย อาทิ ร้านอาหาร และร้านพิซซ่าหลายแห่ง แม้กระทั่งโรงละคนก็ยังมี เช่นที่โรงละคร Teatro delle Muse ในกรุงโรม เมื่อครั้งที่จัดการแสดงละครตลกเรื่อง You are not Napolitans เป็นเวลาครึ่งเดือนก็เชิญชวนผู้ชมให้ซื้อตั๋วเผื่อคนที่ไม่มีค่าตั๋วจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการชมละครมากขึ้น   
               

     suspended coffee นอกจากเป็นกลยุทธ์ที่บรรดาร้านกาแฟนำมาใช้เพื่อเพิ่มยอดขายแล้วยังสร้างอารมณ์ feel good ให้กับลูกค้าอีกด้วย เพราะการจ่ายเงินค่ากาแฟเผื่อคนอื่นที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่เพียงเป็นการแสดงน้ำจิตน้ำใจ ได้ทำดีในสังคม ถ้าเป็นชาวพุทธกรให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนยังเสมือนได้ทำทานเล็ก ๆ
               

     แต่กลยุทธ์นี้เวิร์กจริงหรือ ในไทยมีร้านกาแฟที่ทำโครงการ suspended coffee มากน้อยแค่ไหนไม่แน่ใจ แต่ในต่างประเทศ ปัญหาหนึ่งที่ประสบคือมีคนให้มากกว่าคนรับ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนยากไร้บางคนอาย ไม่กล้าเข้ามาถามที่ร้าน แต่หนึ่งมาจากการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรับจึงไม่รู้มากกว่า จนเจ้าของร้าน ค่ากาแฟที่ลูกค้าจ่ายเผื่อคนอื่นสะสมพอกพูนมากต้องออกปล่าวประกาศให้คนไร้ทรัพย์มารับกาแฟฟรีกันบ้างก็มี ถามว่าโครงการนี้ดีหรือไม่ เชื่อว่าไม่เลวร้ายอะไรเพราะทางร้านไม่เสียอะไร แถมยังได้ยอดขายเพิ่ม ภาพลักษณ์ของร้านก็ดูดีด้วย ส่วนลูกค้า หากการสั่งค่ากาแฟเพิ่มอีก 1 แก้วไม่สร้างความเดือดร้อนเงินในกระเป๋า แลกกับความรู้สึกอิ่มใจ ก็คงคุ้มแหละ
  
 
 
ที่มา : http://blog.etundra.com/tundra-restaurant-supply/suspended-coffee-dream-big-start-small/
www.bbc.com/news/blogs-news-from-elsewhere-38968616
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง