​บทเรียนจากคูเวต เมื่อ Influencer ทำพัง จนแบรนด์ต้องพากันเท!




cr.Youtube - ซอนดอส อัล กัตตัน บิวตี้บล็อกเกอร์สาวชาวคูเวต
 

     เทรนด์การตลาดอย่างหนึ่งในยุคดิจิทัลที่หลายแบรนด์นิยมทำ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย นั่นคือ การอาศัย Influencer หรือผู้มีอิทธิพลในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่ง influencer เหล่านี้จะมีผู้ติดตามจำนวนมากผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม หรือทวิตเตอร์ การใช้ influencer จึงเป็นหนทางที่ง่ายและเร็วในการผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แต่หลายครั้งก็เกิดเหตุพลิกผัน แทนที่จะส่งเสริมแบรนด์ influencer หลายคนกลับก่อดราม่า สร้างความไม่พอใจให้ผู้ติดตาม จนแบรนด์ที่สนับสนุนต้องพากันถอนตัวก็มี
 
 
     ยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นในคูเวต “ซอนดอส อัล กัตตัน” บิวตี้บลอกเกอร์สาวแห่งคูเวต ที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากถึง 2.3 ล้านคน ได้ตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนักหน่วงกรณีที่เธอโพสต์คลิปแสดงความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการปกป้องแรงงาน กฎหมายระบุให้นายจ้างไม่มีสิทธิ์ยึดหนังสือเดินทางของลูกจ้างชาวต่างชาติ และอนุญาตให้ลูกจ้างได้มีวันหยุดพักผ่อนสัปดาห์ละ 1 วัน
               
 
     โดยซอนดอสกล่าวว่าจะปล่อยให้ “คนใช้” ในบ้านเก็บพาสปอร์ตเองได้อย่างไร ถ้าพวกนี้หนีกลับประเทศ ใครจะรับผิดชอบ ที่เลวร้ายคือพวกนี้จะได้หยุดพักสัปดาห์ละวัน ด้วยความสัตย์จริง เธอไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้แม้แต่น้อย พลันที่คลิปวิพากษ์กฎหมายแรงงานที่รัฐบาลคูเวตแก้ไข เพื่อร่วมมือกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ ในการคุ้มครองแรงงานฟิลิปปินส์จำนวนมากที่เข้าไปทำงานเป็นแม่บ้านในคูเวต
               
 
     ด้วยทัศนคติและคำพูดที่ส่อให้เห็นถึงความคิดว่าซอนดอสที่มองแรงงานต่างชาติเป็นเพียงทาสหรือคนรับใช้ และการขาดเมตตาจิตทำให้ influencer ผู้มีอิทธิพลในแวดวงความงามคูเวตถูกโจมตีอย่างหนักไม่เฉพาะจากคนทั่วไป แม้กระทั่งผู้ติดตามเธอนับล้านคนก็ไม่ปลื้ม บางองค์กร เช่น Migrante International ซึ่งเป็นตัวแทนของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศประณามว่าเป็นคำพูดที่น่ารังเกียจและเรียกร้องให้เธอออกมาขอโทษ
               
 
     ฝ่านซอนดอส นอกจากไม่ขอโทษ ไม่แสดงท่าทีสำนึกยังไล่ตอบโต้คนที่เข้ามาต่อว่าเธออีกด้วย ผลคือ บรรดาสินค้าที่เคยร่วมงานกับเธอต่างพากันถอนตัวเป็นแถว อาทิ Max Factor Arabia แบรนด์เครื่องสำอางดังที่ระบุว่า รู้สึกช็อคกับคำพูดของซอนดอสจึงขอระงับการทำงานกับเธอ โฆษกแม็กซ์ เผยว่าทางบริษัทซีเรียสกับประเด็นอันอ่อนไหวนี้มาก
 
 
     ขณะที่ M. Micallef แบรนด์น้ำหอมจากฝรั่งเศสก็ “เท” เน็ตไอดอลสาวเช่นกันโดยระบุแค่ว่า “รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ต้องระงับความสัมพันธ์ในทันที” ด้าน Chelsea Beautique แบรนด์เครื่องสำอางจากอังกฤษตัดสินใจถอดคลิปทุกคลิปของซอนดอสออกจากแชนเนลต่างๆ ของบริษัท มองว่าพฤติกรรมของบิวตี้บลอกเกอร์สาวไม่สอดรับกับปรัชญาของแบรนด์ ยังไม่พอ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแบรนด์ Phyto จากสหรัฐฯ ได้ทวีตแนะนำตัวแทนจำหน่ายในคูเวตให้คว่ำบาตรซอนดอส
               
 
     จะเห็นว่าจุดประสงค์ของการใช้ influencer คือเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในด้านบวก แต่เมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวกับ influencer ที่เป็นตัวแทน บรรดาแบรนด์ต่างๆ ต้องพากันชิ่งหลบเพื่อลดทอนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับแบรนด์ แต่บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะควบคุม ดังนั้น ในการจ้าง influencer สิ่งที่ต้องระวังเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบต่อแบรนด์ได้แก่ เรื่องอื้อฉาวอันเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัวของเน็ตไอดอล ทางแบรนด์จึงควรสื่อสารกับเจ้าตัวให้ชัดเจน และวางกรอบให้ influencer ปฏิบัติตามคร่าวๆ เป็นการป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่ามาแก้ไขในภายหลัง


 
ที่มา
www.arabianbusiness.com/culture-society/401389-brands-cut-ties-with-kuwaiti-blogger-sondos-al-qattan-over-filipino-worker-comments
www.thisisinsider.com/instagram-star-fired-by-brands-for-comments-on-servants-passports-and-days-off-2018-7



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง