4 ข้อที่แบรนด์เล็กควรทำ! ถ้าอยากทำตลาดผ่าน “โมเดิร์นเทรด” ได้สำเร็จ






 
     ถ้าพูดถึงโมเดิร์นเทรด หลายคนอาจจะมองว่าเป็นช่องทางสุดหินสุดโหด ดูเข้ายากเหลือเกินสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แบรนด์หน้าใหม่หรือแบรนด์เล็กๆ นอกจากการเตรียมตัวแล้วยังต้องไปเผชิญกับคู่แข่งมากมายมหาศาลที่อยู่ในนั้น แต่เอาเข้าจริง ถ้าคุณเตรียมตัวให้ดีก็ไม่มีอะไรยากอย่างที่คิด หนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์นำพาสินค้าของตัวเองเข้าไปอยู่ในโมเดิร์นเทรดตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าเครือเดอะมอลล์ วิลล่ามาเก็ต Foodland ไปจนถึงร้านขายยาบูธอย่าง ไมค์ - อธิปปวรรธน์ สิริอรรถิยะประภา เจ้าของแบรนด์ Nuttarin ที่ขายสินค้าเกี่ยวกับมะพร้าว ตั้งแต่น้ำมันมะพร้าวประกอบการ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ยาหม่องมะพร้าว ไปจนถึง Skincare เกี่ยวกับมะพร้าว ไมค์ได้เล่าให้ฟังว่าเขาพาแบรนด์ Nuttarin บุกโมเดิร์นเทรดได้ตั้งแต่ในปีแรกที่ทำเลย โดยเขามีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานด้านโมเดิร์นเทรด รีเทลมาก่อน ไมค์จึงมองว่าการพาสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรดไม่ยากแต่ก็ประมาทไม่ได้ 

 
     “แบรนด์เล็กๆ หรือเพิ่งเริ่มต้นก็เข้าได้ ทุกคนสามารถเข้าโมเดิร์นเทรดได้หมด แต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะอยู่รอดปลอดภัยในการแข่งขันที่สูงขนาดนั้นหรือเปล่า ถ้าเราเป็นคนเล็กๆ Power น้อยๆ แล้วขายของไม่ได้ภายในสามเดือน เขาก็อาจจะเขี่ยคุณออกได้เลย มันขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว พอเข้าไปมันคือ 50/50 เลย ถ้าเราเตรียมตัวดีก็เป็นโอกาสที่ดี แต่ถ้าเราไม่พร้อม เข้าไปแบบติดๆ ขัดๆ ก็เป็นข้อเสีย ต้องดูว่าคุณยังขาดตรงจุดไหน ถ้าสินค้าดีแล้ว แต่จุดอื่นยังไม่ดีเข้าไปอาจจะแย่ก็ได้ ต้องมีความพร้อมและการซัพพอร์ทที่ดีจากหลังบ้าน เพราะยังไงผมมองว่าโมเดิร์นเทรดก็ยังเป็นโอกาสที่ดี เป็นประตูสู่โลกกว้างอีกทางหนึ่งเลย”
 

1. สินค้าต้องมีอย.และข้อมูลให้ชัดเจน 


     สิ่งสำคัญที่สุดในการนำสินค้าเข้าสู่โมเดิร์นเทรด คือเครื่องหมาย อย. ถ้าหากไม่มีอย. ก็ไม่สามารถเข้าโมเดิร์นเทรดได้ สเต็ปแรกที่ SME ต้องทำคือการขอเครื่องหมายเหล่านี้ให้พร้อม มี Product Information ที่จำเป็น เมื่อคุณเตรียมข้อมูลเหล่านี้พร้อมแล้วก็มาถึงสเต็ปต่อไป
 

2. มีรูปลักษณ์ที่สวยงามโดนใจ 


     อีกเรื่องที่คุณต้องใส่ใจถ้าอยากพาสินค้าเข้าสู่โมเดิร์นเทรดคือเรื่องของแพ็คเกจจิ้ง รูปลักษณ์ภายนอกของสินค้า ยิ่งห้างที่มีระดับยิ่งต้องพัฒนาแพ็คเกจจิ้งให้สวยงาม โดยขั้นแรกที่คุณต้องผ่านด่านคือเหล่าฝ่ายจัดซื้อ ถ้าคุณทำให้สินค้าโดนใจพวกเขาได้ ก็ผ่านฉลุย 
 

3. อย่าปล่อยให้สต็อกขาด 


     หลังจากที่คุณเข้าไปวางสินค้าตามโมเดิร์นเทรดได้แล้ว มีเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญคือการ Forecast สินค้า คำนวณดูว่าสินค้าจะขาดไหม ขายได้ไหม ถ้าสินค้าขาดสต็อก ไม่มีสินค้าบนชั้นวางจะสามารถผลิตได้ทันความต้องการของผู้บริโภคไหม เพราะถ้าคุณขายดีจนสินค้าขาดแล้วปล่อยให้ขาดเป็นเวลานาน ก็อาจจะถูกแบรนด์อื่นมาวางแทนที่  

 
4. ต้องทำการตลาดควบคู่ไปด้วย 


     การที่คุณเข้าสู่โมเดิร์นเทรดได้แล้ว ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าสินค้าจะขายดีด้วยตัวเอง ในช่วงแรกคุณอาจจะต้องทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ให้ลูกค้ารับรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนบ้าง หาซื้อสินค้าของคุณได้ที่ไหน จัดโปรโมชั่นไปจนถึงการลองสำรวจตลาดในแต่ละร้านว่าสินค้าของคุณขายดีไหม มีลูกค้าสนใจบ้างหรือเปล่า อย่างไมค์เองในตอนแรกๆ ก็ได้ลงไปสำรวจตลาด ไปยืนเชียร์สินค้าด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่มีเงินในการทำมาเก็ตติ้งเยอะ จึงใช้วิธีการใช้ข้อมูลลูกค้าแบบตัวต่อตัว



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง