​โปรโมตซีรี่ย์เรื่องใหม่ ต้องเล่นเบอร์ใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ Netflix!?


 


 Cr: Twitter @Schmuck46


     ช่วงนี้กลายเป็นกระแสแรงมากสำหรับซีรี่ย์เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะเข้าฉายบน Online streaming ชื่อดังอย่าง Netflix กับซีรี่ย์ผีกระตุกขวัญ The Haunting of Hill House ที่เปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ ในเดือนตุลาคมรับวันฮัลโลวีนแบบนี้
 

     ด้วยตัวซีรี่ย์เองที่ทำออกมามีความขนพองสยองเกล้าเป็นทุนเดิมบวกกับความดราม่าเรียกต่อมน้ำตาได้ไม่น้อย ทำเอาแฟน Netflix ออกมารีวิวให้คะแนน ++ กันแบบไม่หยุดหย่อน แต่ที่แรงไปกว่านั้นคือการโปรโมตซีรี่ย์เรื่องนี้ ที่ทำเอาคนขวัญอ่อนช็อคไปตามๆ กัน นั่นคือการจัดฉากโปรโมตแบบ (โคตร) เรียล ใช้บ้านร้างติดกับ BTS สำโรง ที่มีความหลอนเป็นทุนเดิม จัดฉากเหมือนหลุดออกมาจากหนังผี ที่สำคัญไปกว่านั้นคือมีตัวละครผีจริงโผล่มาเป็นระยะๆ นอกจากที่คนจะตกอกตกใจจนกลายเป็นกระแสแล้วยังมีการมายืนรอดูผีกันอีกด้วย
 

ลงทุนขนาดนี้ Netflix จะคุ้มมั้ย


     เมื่อทุ่มทุนกันขนาดนี้ หลอกผีโปรโมตซีรี่ย์กันขนาดนี้ พูดถึงเรื่องของการสร้าง Awareness นั้นประสบความสำเร็จแน่นอน ดูจากยอดคน retweet แค่โพสต์เดียวที่เกินหมื่น จาก Twitter ของคุณพลอย @Schmuck46 ไหนจะคนผ่านไปผ่านมาในย่านนั้นอีก ที่สำคัญการที่ผู้คนเห็นเรื่องราวแปลกๆ ใหม่ๆ แบบนี้ก็คงอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปลงโซเชียลแบ่งปันให้คนอื่นได้ดูกัน เท่ากับว่าลงทุนครั้งเดียวแต่ได้สร้างกระแสบอกต่อในสังคมออนไลน์ เรียกได้ว่าถ้าใครไม่รู้จัก The Haunting of Hill House ก็ต้องรู้จักกันคราวนี้แหละ

 


     นอกจากที่ทำให้คนรู้จักซีรี่ย์เรื่องนี้เพิ่มขึ้นแล้ว ถ้าอยากจะดูล่ะต้องทำยังไง? แน่นอนว่าต้องสมัคร Netflix ก่อน เพราะThe Haunting of Hill House เป็นซีรี่ย์ Original ของ Netflix เท่านั้น นั่นหมายความว่าอะไร? ฐานลูกค้าใหม่ที่จะเกิดขึ้นยังไงล่ะ ไม่ว่าก่อนหน้านี้คุณจะไม่ได้เป็นแฟน Netflix มาก่อน แต่ถ้าอยากดูเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ต้องสมัคร Netflix เพราะฉะนั้นการทำตลาดของ Netflix ครั้งนี้เลยเป็น Viral ที่แพร่กระจายและถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วแถมได้ทำให้ได้ฐานแฟนใหม่ๆ  
 

     แต่การเล่นกับความรู้สึกกลัวของคนแบบนี้ ก็มีความเป็นดาบ 2 คมอยู่เหมือนกัน เมื่อมีอีกด้านของฟีดแบคที่ค่อนข้างตกใจและกลัวจริงๆ จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่อาจจะเกิดดราม่าบนโลกออนไลน์ แต่ทั้งนี้ทั้งการที่ Netflix เองหรือใครก็ตามตัดสินใจที่จะทำการตลาดสร้างกระแสแบบนี้แล้วก็ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดดราม่าได้ง่าย ที่สำคัญยังค่อนข้างฉาบฉวย มาไวไปไว เหมาะกับการสร้างความรับรู้แบบรวดเร็ว ซึ่งสินค้าหรือโพรดักส์ของคุณเองก็ต้องดีจริงด้วย เพราะถ้าเล่นใหญ่แต่สินค้าไปต่อไม่ได้ การทำตลาดที่ลงทุนไปก็อาจไม่เกิดผล แถมอาจจะโดนเสียงสะท้อนของผู้บริโภคกลับมาตู้มใหญ่ว่าไม่เห็นจะดีเหมือนโฆษณาเลย
 


Cr: Twitter @Schmuck46    


     เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดแล้ว การตลาดจะเล่นใหญ่หรือเป็นกระแสแค่ไหน แต่พื้นฐานจริงๆ ก็คือตัวสินค้าหรือโพรดักส์ที่ดีมีคุณภาพนั่นเอง อย่างซีรี่ย์เรื่องนี้ที่ทำดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้การตลาดที่ดึงดูดคนได้ ยิ่งดังไปกันใหญ่ เอาเป็นว่า ใครดู The Haunting of Hill House มาแล้วก็มากระซิบบอกกันหน่อยนะว่าสนุกอย่างที่เขาลือกันจริงมั้ย?



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

หยุดขายสินค้าแบบเดิม! โลกกำลังเข้าสู่ยุค Dopamine Economy การเติมใจ ทำให้คนไทย 78% เปิดใจให้แบรนด์

ล่าสุดงานวิจัยจาก Hakuhodo เผย Insight ที่น่าสนใจว่า ท่ามกลางความหวังต่อความสุขของคนไทยที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี กลับมีคนไทยสูงถึง 78% ที่พร้อม "เปิดใจ" ให้แบรนด์ใหม่ๆ หากแบรนด์นั้นสามารถสร้างแรงกระตุ้นเชิงบวก (Dopamine) ให้กับเขาได้!

People > Brand > Product จากคนเบื้องหลังสู่พลังการตลาด ตัวจริงหลังโลโก้ แรงขับเคลื่อนใหม่ของธุรกิจ

นี่คือยุคของ Trust Economy เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจมากกว่าความหวือหวาของแคมเปญ ธุรกิจที่กล้าเปิดเผยเบื้องหลัง ผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารกล้าออกมาพูดด้วยเสียงของตัวเอง ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกกว่าแค่การขายสินค้า

หมดยุคสร้างภาพว่าสำเร็จ? เจาะลึกทำไมคอนเทนต์ 'เล่าความล้มเหลว' ถึงได้ใจคนยุค 2026

เลิกเป็น "เทพเจ้า" ที่ไม่เคยทำผิด แล้วมาเป็น "มนุษย์" ที่ลูกค้าอยากเดินข้างๆ พบกับ 3 เหตุผลทางจิตวิทยาว่าทำไมความสมบูรณ์แบบ ถึงกำลังฆ่าแบรนด์ของคุณในยุค 2026