​เบื้องหลังแบรนด์แฟชั่นหรู ปันใจจากห้าง หันหาอเมซอน





 
               
     เริ่มต้นในปี 1994 ใช้เวลาแค่สองทศวรรษกว่า อเมซอนก็ขึ้นแท่นเป็นอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่สุดในโลก จากเว็บจำหน่ายหนังสือออนไลน์  ธุรกิจอเมซอนขยายไปยังบริการเพลงและวิดีโอออนไลน์ และเริ่มรุกธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคหรือโกรเซอรี กระทั่งช่วงหลายปีที่ผ่านมา อเมซอนได้เข้าไปรุกตลาดค้าปลีกเสื้อผ้าจนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญแบบหายใจรดต้นคอของวอลมาร์ท ผู้ค้าปลีกแฟชั่นเสื้อผ้ารายใหญ่สุดของสหรัฐฯ
               

     ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดแฟชั่นหรู คือจากที่เคยยึดติดกับการฝังตัวในห้างสรรพสินค้า บรรดาแบรนด์แฟชั่นระดับบนเริ่มหันมาสนใจช่องทางจำหน่ายในอเมซอนมากขึ้น ทำให้กลายเป็นว่าหากผู้บริโภคต้องการส่องเทรนด์แฟชั่น ไม่ต้องแสวงหาอื่นไกล แค่เข้าไปดูในอเมซอนก็พอจะบอกแนวโน้มได้เนื่องจากอเมซอนกำลังจะเป็นแหล่งรวมแฟชั่นจากแบรนด์ดังๆ
               

     ทั้งนี้ รายงานของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระบุสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ Calvin Klein และ Tommy Hilfiger ของบริษัทพีวีเอช คอร์ปที่ก่อนหน้านั้นเปิดช้อปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น ปัจจุบันมีขายในอเมซอนแล้ว และจำนวนสินค้าที่จำหน่ายมากกว่าในห้างเมซี่ หรือเจซีเพนนีเสียอีก นักวิเคราะห์มองว่าอเมซอนมีแนวโน้มแซงหน้าวอลมาร์ท และจะกลายเป็นผู้นำในวงการค้าปลีกเสื้อผ้าในปี 2018 นี้เนื่องจากอเมซอนไม่ได้จำหน่ายแค่เสื้อผ้าแบรนด์ทั่วไปหากกำลังดึงแบรนด์แฟชั่นมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมระดับโลกเข้ามาร่วม
               

     รายงานระบุนอกจากหันหาช่องทางอเมซอน สินค้าหรูหลายแบรนด์ดังยังตบเท้าออกจากห้างเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย ยกตัวอย่างแบรนด์ Michael Knors ที่พยายามวางตำแหน่งให้เป็นแบรนด์ค้าปลีกไฮเอนด์ด้วยการไม่ทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า และปิดช้อปลดละการขายในห้างเพื่อให้แบรนด์ไม่ “แมส” หรือไม่อยู่ในตลาดเน้นจำนวนเกินไป
               

     ขณะที่แบรนด์ Coach และ Ralph Lauren ก็เช่นกัน ปี 2016 Coach ประกาศปิดสาขาราว 25% ของช้อปกว่า 1,000 แห่งในห้างเพื่อยกระดับสถานะแบรนด์หลังจากที่มีการขยายสาขามากเกินไปจนทำให้เกร่อ และทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ลดราคา ส่วน Ralph Lauren เมื่อปีที่ผ่านมาได้เรียกสินค้าคืนจากห้าง 20-25% หลังจากที่ห้างสต็อกสินค้าไว้เยอะแล้วขายไม่ทัน ทำให้นำออกมาลดราคา ซึ่งทางแบรนด์มองว่าทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ดูไม่ดี 
               

     นักวิเคราะห์คาดการณ์อเมซอนจะกลายเป็นสมรภูมิของบรรดาแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ และมีการประเมินว่าในปี 2021 อเมซอนจะทำยอดขายทะลุ 62,000 ล้านเหรียญจากเซ็กชั่นเสื้อผ้าแฟชั่น ก่อนหน้านั้น อเมซอนจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้าแบรนด์ทั่วไป แต่ช่วงหลังเริ่มดึงแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมระดับโลก อาทิ ไนกี้ เข้ามาขายบนแพลทฟอร์มตัวเอง นอกจากนั้น อเมซอนเองยังผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ตัวเองออกสู่ตลาดด้วยเพื่อกระตุ้นยอดขาย
               

     แน่นอนว่าหนึ่งในไม้เด็ดที่ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์เจ้านี้ใช้ต่อกรกับห้างต่างๆ เช่น เมซี่ เจซีเพนนี และนอร์ดสตรอมก็คือ”Prime Wardrobe” ซึ่งเป็นบริการลองก่อนซื้อ โดยลูกค้าสามารถสั่งเสื้อผ้ามาลองทีละหลายชิ้น ถูกใจชิ้นไหนค่อยจ่ายเงิน ที่เหลือส่งกลับคืนโดยอเมซอนไม่คิดค่าส่งแต่อย่างใด แถมยังลดราคาให้ เช่น ลูกค้าเลือกซื้อ 3 ชิ้น ได้รับส่วนลด 10% หรือถ้าเลือก 5 ชิ้น ส่วนลดเพิ่มเป็น 25% ด้วยกลยุทธ์ที่จูงใจขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่ผู้บริโภคจะให้การตอบรับดีจนทำให้ธุรกิจแฟชั่นของอเมซอนเติบโตอย่างต่อเนื่องเขย่าวงการค้าปลีกในห้างไปโดยปริยาย
 

อ้างอิง
www.businessinsider.com/calvin-klein-tommy-hilfiger-choose-amazon-over-department-stores-2018-10



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

6 สิ่งที่ SME ต้องเข้าใจเกี่ยวกับ TikTok ปี 2026 ทำอย่างไรให้คนจำได้ ไม่ใช่แค่ดู

พามาเจาะลึก 6 หัวใจสำคัญ ช่วยเปลี่ยน TikTok จากแค่ช่องทางสื่อสาร ให้กลายเป็นช่องทางสร้างยอดขายและการเติบโตอย่างยั่งยืน

แบบนี้ก็มีด้วย! อ่อยลูกค้าด้วย “ขยะ” เทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ ยิ่งรก ยิ่งเลอะ ยิ่งดูเหมือนขายดี น่าเข้า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การนำขยะออกมาโรยที่หน้าร้าน กำลังเป็นเทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ที่พ่อค้าแม่ค้าจีน นำมาใช้เรียกลูกค้ากันในวันที่เงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเข้า

คิดได้ไง! ร้านขายยำสุดครีเอท ใช้ป้ายร้านยาเก่า เปลี่ยน "ยา" เป็น "ยำ" จนดังทั้งโซเชียล

กลายเป็นกระแสไวรัลดังอยู่บนโซเชียลในขณะนี้ เมื่อป้ายร้านขายยาเก่า ถูกดัดแปลงเป็นป้ายร้านยำเล็กๆ ชื่อว่า “ยำแซ่บเวอร์ สุขุมวิท 101”