ตามไปดูไอเดียแบรนด์ใหญ่ สร้างประสบการณ์ใหม่ในการช้อป เอาใจลูกค้ายุคสมาร์ทโฟน







     เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมากับร้านต้นแบบแห่งใหม่ของไนกี้ในนิวยอร์กที่จะสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในการช้อปให้กับลูกค้า ก่อนหน้านั้นไนกี้เคยมีร้านต้นแบบบนถนนฟิฟธ์เอเวนิวในนิวยอร์กเช่นกัน แต่ปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2017 ด้วยเหตุผลบางประการ หลังจากซุ่มเงียบไปนานก็ได้เวลาเปิดตัวร้านใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมบนพื้นที่ 68,000 ตารางฟุตรวมทั้งหมด 6 ชั้น
               

     ภายใต้คอนเซปต์ "House of Innovation 000" ร้านไนกี้ที่มี 6 ชั้นตั้งอยู่ในแมนฮัตตันแห่งนี้ จะผนวกรวมการช้อปปิ้งแบบดั้งเดิมเข้ากับแอพพลิเคชั่นของร้าน เพียงลูกค้าสแกน QR code บนสินค้าและเสื้อผ้าก็จะทราบในทันทีว่าขนาดและสีที่ต้องการมีในสต็อกหรือไม่ โดยไม่ต้องเสียเวลารอพนักงานเช็คให้ และหากต้องการลองสินค้า ก็แค่คลิกสั่งไปหย่อนที่ห้องลอง ชุดที่ต้องการลองจะไปแขวนรอที่ห้องลองให้ ไม่ต้องหอบหิ้วพะรุงพะรัง

               

Cr.Nike   


     นอกจากนั้น ร้านไนกี้แห่งใหม่ยังเป็นระบบไร้เงินสด ไม่มีแคชเชียร์ มีเพียงจุดเช็คเอ้าท์ให้ลูกค้าสแกนสินค้าที่ต้องการซื้อเพื่อหักผ่านแอพ และที่ล้ำไปกว่านั้น ทางร้านยังนำระบบ customization มาใช้ กล่าวคือลูกค้าสามารถออกแบบรองเท้าสนีกเกอร์ตามแบบฉบับตัวเองได้เองที่ Sneaker Bar หรือถ้าต้องการคำแนะนำ ในร้านก็มีบริการ  concierge services ที่พนักงานจะช่วยเลือกชุดและรองเท้าที่เหมาะสมและพอดีให้ รวมไปถึงการแก้ไข ปรับ เปลี่ยนทรงเสื้อผ้าด้วย  สำหรับคนที่รักและสะสมสนีกเกอร์ บนชั้น  5 ของร้านไนกี้แห่งใหม่เปรียบดังพิพิธภัณฑ์หรือโชว์รูมที่รวบรวมรองเท้าไนกี้จากทั่วทุกมุมโลกมาแสดง

                
     ช่วงปี 2016 ที่มีการเปิดร้านไนกี้ผสานความไฮเทคในย่านโซโหของนิวยอร์ก และบนถนนเมลโรส ย่านช้อปปิ้งในแอลเอ ไนกี้พยายามออกแบบให้ทุกมิติของการช้อปปิ้งมีระบบดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทำให้สมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นไนกี้ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุดอยู่แล้ว สิ่งที่วางไว้กลายเป็นจริงที่  “House of Innovation 000" ไม่ว่าจะเป็นเช็คเอ้าท์อัตโนมัติ ที่ลูกค้าหยิบสินค้า สแกนผ่านแอพเพื่อชำระผ่านบัตรเครดิต แอปเปิลเพย์ หรือ PayPal 


Cr.Nike               


     หรือการสแกน QR code บนสินค้าที่สนใจ ข้อมูลจะขึ้นให้ดูว่ามีสีหรือขนาดใดบ้าง และหากกดปุ่มลองเสื้อผ้า ชุดที่ต้องการลองจะส่งไปรอที่ห้องลอง โดยลูกค้าได้รับการแจ้งเตือนผ่านมือถือว่าให้ไปลองได้ที่ห้องใด หน้าห้องจะมีชื่อลูกค้าติดไว้ให้เห็น อีกบริการหนึ่งที่มีในร้านไนกี้คือลูกค้าสามารถออกแบบรองเท้าได้เอง โดยมีดีไซเนอร์ของแบรนด์คอยแนะนำ หลังจากออกแบบแล้ว ไนกี้จะทำการผลิต และลูกค้าจะได้รับสินค้าใน 2-7 วัน ที่ร้านไนกี้ต้นแบบในนิวยอร์กยังเป็นจุดที่ลูกค้าที่สั่งสินค้าออนไลน์สามารถแวะมารับสินค้าที่ร้านได้ โดยสินค้าจะถูกจัดเก็บในล็อคเกอร์อย่างปลอดภัย  
               

     ในช่วงเวลาที่ดูเหมือน physical store กำลังอยู่ในขาลงเนื่องจากการค้าปลีกแบบดั้งเดิมชะลอตัว ไนกี้กลับมองว่า “House of Innovation 000" ไม่ใช่การ เปิดหน้าร้านทั่วไป แต่เป็นมอบประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ในร้านแค่ 5 นาทีหรืออ้อยอิ่งนานนับชั่วโมง
ผลพวงที่ตามมาจากนั้นอาจเป็นความประทับใจ และความผูกพันที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์
 

อ้างอิง
www.cnbc.com/2018/11/15/nike-opens-new-flagship-store-in-nyc-with-customized-sneakers.html
www.engadget.com/2018/11/15/nike-house-of-innovation-000-new-york-city/


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง