​ร้าน Payless ใช้กลยุทธ์ทดสอบสังคม เปิดร้านปลอมอัพราคารองเท้า แต่คนกลับแห่ซื้อ!







     กลายเป็นไวรัลในทันทีเมื่อ Payless ShoeSource ร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ชื่อดังจากอเมริกาที่จำหน่ายรองเท้าราคาย่อมเยาได้สร้างกระแสอันเป็นผลจากกลยุทธ์การตลาดที่บริษัทได้ทำ social experiment หรือการทดสอบทางสังคมเพื่อให้เห็นปฏิกิริยาของผู้บริโภคในแง่มุมต่างๆ โดย Payless แปรพื้นที่ในห้างที่ซานตามอนิก้าซึ่งเป็นร้านอาร์มานี่เดิม ปรับปรุงเป็นร้านรองเท้าแบรนด์ใหม่ใช้ชื่อว่า “Palessi” ให้ฟังดูคล้ายชื่ออิตาเลียน จากนั้นก็จัดอีเวนต์ มีพิธีเปิดร้านแบบแกรนด์โอเพนนิ่ง เชิญเหล่า influencers กว่า 80 คนมาร่วมงาน  
               

     ร้าน Palessi ที่ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ร้านแบรนด์เนมจัดโชว์รองเท้าทั้งส้นสูง บู้ท และสนีกเกอร์ รองเท้าเหล่านี้ล้วนเป็นรองเท้าจาก Payless แต่อุปโลกน์ว่าเป็นรองเท้าแฮนด์เมดออกแบบโดยดีไซเนอร์ ตั้งราคาจำหน่าย 200-640 ดอลลาร์ ทั้งที่ราคาปกติอยู่ระหว่าง 20-40 ดอลลาร์เท่านั้น บรรดา influencers ต่างเลือกซื้อเลือกช้อปโดยมีกล้องตามจับภาพ หลายคนพูดถึงรองเท้าแบบเลิศเลอ เช่น สวยหรูดูมีคลาส งานเนี้ยบ 500-600 ก็ซื้อได้ แต่คู่ที่ถืออยู่นั้น ขายจริงใน Payless แค่ 20 ดอลลาร์เอง
               

     กระทั่งคู่ที่ตั้งราคาไว้สูงสุด เป็นสนีกเกอร์ราคา 640 ดอลลาร์ก็ยังมีคนยอมจ่ายเงินซื้อ ภายในเวลา 3 ชั่วโมง ร้าน Palessi ซึ่งเป็นร้านอวตารของ Payless ก็ทำยอดขายไปได้ 3,000 ดอลลาร์ เมื่อลูกค้าชำระเงินที่แคชเชียร์ก็จะได้รับการเปิดเผยความจริงว่ารองเท้าหลายร้อยดอลลาร์ที่พวกเขาถืออยู่นั้น แท้จริงแล้วเป็นรองเท้า Payless คู่ละไม่กี่ตังค์ ก็สร้างความเซอร์ไพรส์ บางคนถึงกับช็อก ไม่อยากจะเชื่อ สุดท้าย ทางร้านก็จ่ายเงินส่วนต่างคืนให้ลูกค้าทุกคน
               

     ซาร่า เคาช์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Payless เผยแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ตรงไปตามจุดประสงค์ของร้านที่ทำ social experiment เพื่อพิสูจน์ว่ารองเท้า Payless คู่ละ 20-30 ดอลลาร์ก็สามารถเพิ่มมูลค่าไปถึง 600 ดอลลาร์ได้ ชี้ให้เห็นว่ารองเท้าจากร้าน Payless มีความแฟชั่นทันสมัย ดังนั้น ลูกค้าจะจ่ายแพงกว่าทำไม ทั้งนี้ Payless จะนำภาพจากแคมเปญนี้ไปใช้ในสื่อต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์
               

 โฉมหน้าร้าน Palessi ร้านอวตารของ Payless
 
               
     เคยมีงานวิจัยออกมาเกี่ยวกับการตั้งราคาว่ามีผลต่อความรู้สึกในเรื่องของคุณภาพสินค้า โดยในการทดลองได้นำไวน์คุณภาพต่ำราคาถูกมาให้กลุ่มเป้าหมายดื่มและแจ้งว่าเป็นไวน์ราคาแพง ผลคือพวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวว่ารสชาติดี ดื่มแล้วเพลิน  Social experiment หรือ prank ซึ่งเน้นสร้างความเพอร์ไพรส์ให้ลูกค้าและทำให้เกิดไวรัลไม่ใช่กลยุทธ์ใหม่ แบรนด์ใหญ่ อาทิ พีแอนด์จี โดฟ ไฮเนเก้น เบอร์เกอร์คิง และโคคา-โคล่าต่างเคยใช้มาแล้วทั้งนั้นในประเด็นที่แตกต่างกัน
               

     สำหรับ Payless การทำแคมเปญนี้หวังกระตุ้นธุรกิจบริษัทหลังจากหลายปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากคู่แข่งที่เป็นร้านรองเท้าออนไลน์ ได้แก่ Allbirds และ Zappos ซึ่งเป็นร้านของอเมซอน ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซเอง โดยเมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว Payless ได้ยื่นขอศาลคุ้มครองในฐานะล้มละลาย และต้องปิดร้านไปกว่า 670 สาขา ปัจจุบัน Payless เปิดร้านออนไลน์แต่ยังคงสาขาราว 2,700 แห่งในอเมริกาเหนือและอีกหลายประเทศทั่วโลก
 

 
อ้างอิง
https://abc7chicago.com/shopping/payless-opens-fake-luxury-shoe-store-selling-$600-shoes-/4790473/
https://observer.com/2018/11/payless-palessi-fake-luxury-shop/
https://edition.cnn.com/2018/11/29/business/payless-fake-store/index.html?utm_content=2018-11-29T19:10:05&utm_medium=social&utm_source=twbusiness&utm_term=link



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง