​PARA จับนวัตกรรมเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย เอาใจคนรักงานดีไซน์





 

     จากการเห็นถึงปัญหาของยางพาราล้นตลาดในประเทศไทย จุดประกายให้ อรกานต์ สายะตานันท์ นักออกแบบดีกรีปริญญาโทด้านโปรดักต์ดีไซน์จาก Domus Academy มิลาน ประเทศอิตาลี เกิดความคิดที่จะเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นที่มาของการก่อตั้งแบรนด์ PARA ภายใต้คอนเซปต์ “Simply Innovative Design” ที่ใช้หลักการออกแบบด้วยนวัตกรรมแบบเรียบง่ายในทุกๆโปรดักต์
 

“คีย์เวิร์ดของแบรนด์มีอยู่ 3 คำ คือ Thailand, Innovation และ Environment”
 

     อรกานต์: จากการไปเรียนที่ต่างประเทศทำให้เห็นว่าเขามีการใช้ขวดไวน์กันเยอะ บวกกับกระแสโลกร้อนซึ่งเป็นประเด็นที่เราควรให้ความสนใจ เลยเกิดแรงบันดาลใจว่า ต้องมองหา Material ของไทยสักอย่างมาทำการเพิ่มมูลค่าที่ต้องมีทั้งดีไซน์และสามารถลดร้อนโลกได้ด้วย และด้วยความที่ยางพาราในบ้านเรานั้นล้นตลาด เลยทำให้เห็นช่องทางของการนำมาแปรเปลี่ยนสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมแบบเรียบง่ายให้เป็นโปรดักต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการหยิบเอา Innovation เข้ามาดีไซน์ให้เป็นของที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันจะทำให้เราสู้ได้ในตลาดและทำให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น
 




“แม้โปรดักต์แต่ละอย่างจะมีการทำในกรรมวิธีที่แตกต่างกันไป แต่ทุกชิ้นจะมีการตั้งต้นด้วยการใช้ยางจากธรรมชาติทั้งหมด”
 

     อรกานต์: ปัจจุบันยางที่เขาใช้กันนั้นยังไม่ค่อยมีคนใช้ในวงการออกแบบสักเท่าไร ส่วนมากที่ใช้กันก็จะออกมาในรูปของการเป็นยางรถยนต์ ยางรัดของ หรือถุงมือยาง ด้วยความที่เป็นนักออกแบบ เราก็จะมาดูตั้งแต่ต้นว่าคุณสมบัติของยางเป็นแบบนี้ จะสามารถทำการแปรรูปเป็นโปรดักต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ยังไงบ้าง ที่สำคัญคือการที่เราต้องการที่จะสื่อให้เห็นว่า แค่เพียง Material เดียวของไทยที่มีอยู่เยอะมากอย่าง “ยางพารา” นั้นสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายแบบและหลายวิธี ซึ่งบางครั้งเราอาจจะหลงลืมไป และอยากทำให้รู้ว่ายางจากธรรมชาตินั้นสามารถอยู่ในวงการดีไซน์ได้เช่นเดียวกับวงการอื่นๆ
 

“จุดแข็งของแบรนด์คือ การมีความเป็นธรรมชาติและมี Innovation ตอบโจทย์คนรักงานดีไซน์ที่มีความยั่งยืน”
 

     อรกานต์: สิ่งที่ทำให้โปรดักต์ของเราโดดเด่นคือ การที่เราสามารถผสมความเป็นธรรมชาติที่คนติดภาพว่าต้องมีความดิบหรือดูเป็นสิ่งที่มีความเปียกให้สามารถมาอยู่บนโต๊ะอาหารได้ด้วยการใช้นวัตกรรมด้านการออกแบบและมีฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่ามันเข้าถึงยาก
 




“Tree – in – One: ที่ปิดจุกขวด – ที่รินน้ำ – กรวยกรอกน้ำ ภายในอันเดียว”
 

     อรกานต์: คอลเลคชั่นแรกของเราที่ทำออกมาคือตัว Tree – in – One ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นการใช้งาน 3 อย่างในชิ้นเดียว โดยฟังก์ชั่นแรกเรียกว่า “A Vacuum Stopper” เป็นจุกปิดขวดแก้ว ซึ่งพอทำการพลิกขึ้นมาก็จะเปลี่ยนรูปฟอร์มเป็นคล้ายๆกับรูปกลีบ เป็นฟังก์ชั่นที่ 2 หรือ “A Smart Funnel” ที่สามารถรินน้ำได้ ช่วยให้น้ำไม่หกตามปากขวด และฟังก์ชั่นที่ 3 หรือ “A Perfect Pourer” เป็นการรณรงค์ให้คนนำขวดแก้วกลับมาใช้ใหม่ โดยในรูปฟอร์มเดิมสามารถเป็นกรวยกรอกน้ำได้เลย โปรดักต์ชิ้นนี้ทำมาจากยางธรรมชาติซึ่งสามารถใช้ได้กับขวดแก้วทุกขนาด ไม่สามารถนำไปใช้กับขวดพลาสติกได้ เพราะเราเน้นไปที่การนำขวดแก้วกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งการ Reuse ขวดแก้วนั้นจะไม่ทิ้งสารตกค้างและมีความปลอดภัย แตกต่างจากขวดพลาสติกที่พอนำกลับมาใช้หลายๆครั้งจะเกิด Toxic และมีสารตกค้าง  
 

“Ta – Kraw: ที่ห้อยต้นไม้ ห้อยของ”
 

     อรกานต์: ผลงานชิ้นนี้ใช้วิธีของการถักมือ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากลูกตะกร้อที่เขาเล่นกัน ซึ่งเรามีวัตถุประสงค์ที่จะให้คนนำขวดแยมที่ทานหมดแล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยตัว Ta – Kraw จะเป็นที่ใช้ห้อยต้นไม้หรือห้อยของ ซึ่งสามารถรูดขึ้น -ลงได้เพื่อทำการปรับขนาด และด้วยความที่ทำมาจากยางก็จะสามารถยืดหยุ่นได้และสามารถปรับให้เข้ากับขนาดขวดแยมที่มีหลายไซส์ได้ ในส่วนของการรองรับน้ำหนักจะได้มากขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับเรื่องของความร้อนด้วย ถ้าอยู่ในร่มหรือใช้ในบ้านจะสามารถรองรับน้ำหนักได้ที่ประมาณ 1 – 2 กิโลกรัม เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก และไม่แนะนำให้ใช้นอกบ้านหรือกลางแจ้ง เพราะยางจะเสื่อมไว เนื่องจากเราใช้ยางธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์และไม่ได้ใส่สารกันร้อน
 




“Weave: ที่จับขวดไวน์ ขวดแก้ว กันลื่น”
 
 
     อรกานต์
: ชิ้นงานนี้เราใช้เทคนิคการทอมือเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการหยิบจับขวดไวน์หรือขวดแก้วที่มีความเย็นได้อย่างไม่ลื่นมือ โดยตัวแพทเทิร์นนั้นพัฒนามาจากการถักลาย 1 ของไทยให้มีความโมเดิร์นและเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ซึ่งลวดลายดังกล่าวทำให้สามารถนำขวดหลายๆขวดไปวางซ้อนทับกันได้โดยไม่กลิ้งหรือตกลงมา ช่วยประหยัดพื้นที่ในการเก็บไวน์
 

“Layer: ที่รองจาน รองแก้ว”
 

     อรกานต์: คอลเลคชั่นนี้ใช้น้ำยางเป็นตัวตั้งต้นในการสร้างสรรค์ศิลปะลวดลายต่างๆ เป็นงานแฮนด์เมด 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเราจะใช้สีผสมกับน้ำยางแล้วนำไปเทใส่แม่พิมพ์ รอจนแห้งก็จะได้เป็นที่รองจานและรองแก้วออกมา ซึ่งสีแต่ละสีที่ใช้นั้นจะมีการเกาะกันเองเกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์ การที่สีอยู่ในเนื้อยางซึ่งไหลมาปนกันกับสีอื่นก็เป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับตัวชิ้นงาน เรียกได้ว่างานแต่ละชิ้นนั้นจะมีแค่เพียงชิ้นเดียวและไม่ซ้ำใครแน่นอน
 

“ทุกแพ็กเกจจิ้งสามารถ Reuse ได้ทั้งหมดและเป็น Zero Waste”
 

     อรกานต์: ตั้งแต่ Material คอนเซปต์การออกแบบชิ้นงานไปจนถึงแพ็กเกจจิ้งของเราจะมุ่งเน้นไปที่การนำมากลับมาใช้ใหม่หรือ Reuse ได้ทั้งหมด เพราะเราคำนึงถึงวัฏจักรของสิ่งแวดล้อมจริงๆ โดยแพ็กเกจจิ้งทุกอันจะเป็นกระดาษคราฟท์ไม่ขัดสี ไม่มีการใช้กาวและไม่มีการใช้สารเคมีในตัวแพ็กเกจเลย อย่างแพ็กเกจจิ้งของ Tree – in – One เมื่อนำเอาผลิตภัณฑ์ออกไปแล้ว จะสามารถฉีกตามรอยปะให้เป็นที่รองแก้วได้ ในส่วนของ Ta – Kraw ก็สามารถทำการพับตามคำแนะนำบนกล่องก็จะได้เป็นที่เตรียมดินสำหรับปลูกต้นไม้ หรือของ Layer ก็สามารถพับตามรอยเป็นแจกันประดับบนโต๊ะอาหาร และ ของ Weave นั้นก็สามารถทำการ Reuse ออกมาเป็นตัวตกแต่งแก้วได้ เช่น ใช้ในงานปาร์ตี้ ปกติคนดื่มไวน์เขาจะมีที่ตกแต่งแก้วเพื่อให้รู้ว่าอันนี้คือแก้วของเขา ช่วยให้แก้วไม่หายหรือจำแก้วตัวเองได้ ดังนั้นตัว Reuse ของแพ็กเกจทุกชิ้นจะมีความสอดคล้องไปกับตัวโปรดักต์นั้นๆและไม่ก่อให้เกิดขยะตามมา
 



“การดีไซน์ทุกวันนี้ต้องมีทั้งประโยชน์และความสวยงามควบคู่กันไป”
 

     อรกานต์: การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงและมีความสวยงามนับว่าสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะพอทั้ง 2 อย่างมาเข้าคู่กันจะช่วยให้วิถีชีวิตของเราดีขึ้น มีความสุขและใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่าต้องเป็นโปรดักต์ที่มีประโยชน์และให้คุณค่าทางใจ ในขณะที่พร้อมใช้งานได้จริงในเวลาเดียวกัน และด้วยความที่ยางพารามาจากธรรมชาติ การควบคุมมาตรฐานและการคงรูปจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นการออกแบบต้องออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติของยางแต่ละแบบ ถ้าเรารู้ว่าธรรมชาติของยางประเภทนี้เป็นยังไง ก็จะช่วยให้การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นั้นมีความสอดคล้องกับคุณสมบัติของยางประเภทนั้นได้ดีขึ้น  
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง