​11 กลยุทธ์เพิ่มความน่าสนใจให้แฟนเพจ





เรื่อง : นเรศ เหล่าพรรณราย

    หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการรวมถึงสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจขนาดเล็กได้ดีที่สุดคือการใช้แฟนเพจในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและผู้มุ่งหวัง เวบไซท์ smallbiztechnology.com ได้เสนอ 11 กลยุทธ์เพื่อที่จะเสริมความน่าสนใจด้านคอนเทนท์ให้กับแฟนเพจของเอสเอ็มอี

    หนึ่ง..ใช้ภาพประกอบที่น่าสนใจ ธรรมชาติของสายตามนุษย์ให้ความสนใจไปที่ภาพมากกว่าตัวอักษรเสมออย่างเช่นกรณีของอินสตราแกรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว  ผู้ประกอบการจึงควรสรรหาภาพประกอบที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้ชมผสมกับข้อความที่น่าสนใจเพื่อที่จะทำให้แฟนเพจได้รับความสนใจมากขึ้น

    สอง..ใช้แอคเคานท์ส่วนตัวในการโพสต์ ปัจจุบันเฟซบุ๊คได้เปลี่ยนนโยบายโดยลดจำนวน organic reach ของแฟนเพจลงเหมือนกับเป็นการบังคับให้เจ้าของแฟนเพจต้องจ่ายเงินค่าโฆษณามากขึ้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย เจ้าของแฟนเพจอาจโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ซแอคเคานท์ส่วนตัวและแชร์ต่อให้กับเพื่อนที่อยู่ในลิสต์ของเรา

 

    สาม..โพสต์ในเวลาที่เหมาะสม แม้คอนเทนท์ของเราจะดีเพียงใดแต่หากโพสต์ข้อความในเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น เช้าเกินไปหรือดึกเกินไปจะไม่มีใครที่มองเห็นในสิ่งที่เราโพสต์ เจ้าของเพจจึงควรศึกษาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์ข้อความเพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการรับรู้ให้มากขึ้น

    สี่..ใช้วีดีโอสร้างความน่าสนใจ ปัจจุบันอินเทอร์เนตความเร็วสูงมีการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้น การอัพคลิปวีดีโอสั้นๆลงไปในแฟนเพจจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ชม ทั้งนี้ควรเลือกวิธีรับชมที่สามารถดูวีดีโอได้โดยตรงจากหน้าแฟนเพจแทนที่จะต้องลิงค์ต่อไปยังยูทูปเพื่อลดเวลาในการรับชมลง เพราะถ้าหากใช้เวลาเข้าถึงนานเกินไปจะดึงความสนใจของผู้ชมลง

 

     ห้า..พยายามให้มีคนแชร์ต่อให้มากที่สุด จำนวนผู้ที่มองเห็นหรือกดไลค์อาจไม่สำคัญเท่ากับจำนวนผู้ที่กดแชร์ต่อ เพราะจะเป็นการขยายฐานผู้ชมให้กว้างยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยให้การแชร์ต่อไปยังโซเชียลมีเดียอื่นๆได้ง่ายขึ้นจึงควรนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์

    หก..สร้างความเป็นกันเองให้กับผู้ติดตาม ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการความเป็นกันเองมากกว่าความเป็นทางการ เจ้าของแฟนเพจควรใส่ข้อความที่ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกผ่อนคลายเวลาที่อ่านมากกว่าการใช้ข้อความที่แข็งและดูเป็นทางการมากเกินไป

    เจ็ด..ใส่เนื้อหาที่ไม่ใช่เรื่องธุรกิจลงไปบ้าง เพื่อเป็นการสร้างชุมชนบนแฟนเพจ ไม่ควรที่จะโพสต์เฉพาะเนื้อหาทางธุรกิจบนแฟนเพจอย่างเดียว แต่ควรโพสต์เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อไม่ให้ผู้ติดตามรู้สึกเบื่อ เช่น บทความ ข้อควรรู้ ต่างๆ หรือบางครั้งอาจจะอัพเดตข่าวที่น่าสนใจในเวลานั้นเพื่อไม่ให้ตกกระแส

 

    แปด..อย่าลืมเตือนให้ใส่ “get notifications” ผู้ใช้งานแฟนเพจหลายคนอาจไม่ทราบวิธีการที่จะทำให้ผู้ติดตามสามารถอ่านโพสต์ของเราได้โดยไม่ตกหล่นด้วยการกดปุ่ม get notifications นอกเหนือจากการกด Like เพื่อติดตามแล้ว รับรองได้ว่าจะไม่ตกหล่นอย่างแน่นอน

    เก้า..อย่าใส่ลิงค์เวบไซท์ลงบนเพจ ไม่ควรแปะลิงค์เวบไซท์อื่นลงบนหน้าวอลล์ของตัวเองเพราะจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราไม่มีการสร้างคอนเทนท์ของตัวเอง แต่สามารถวางลิงค์เวบไซท์บนโพสต์ต่อจากหน้าวอลล์ของเราได้

    สิบ..โปรโมตแฟนเพจของเราบนเฟซบุ๊คกรุ๊ป มีสถิติที่ยินยันได้ว่าการโพสต์แชร์คอนเทนท์ลงบน Facebook Group จะช่วยเพิ่มการรับรู้คอนเทนท์ให้มากขึ้น

    สิบเอ็ด..เปิดโอกาสให้มีการชิงรางวัลให้กับผู้ติดตามเป็นระยะ จะเป็นการเพิ่มการแชร์คอนเทนท์รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงแฟนเพจของเราได้กว้างมากยิ่งขึ้น 

    นอกเหนือจาก 11 ข้อที่กล่าวมาแล้ว ความน่าสนใจของคอนเทนท์รวมถึงความสม่ำเสมอในการโพสต์ยังเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแฟนเพจของธุรกิจของเราให้เป็นที่รับรู้และพูดถึงในวงกว้าง เพียงเท่านี้ธุรกิจก็เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์มากขึ้นแล้ว

create by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง