จับตา 10 ปรากฏการณ์เขย่าโลกธุรกิจ ที่หลังโควิดมาแน่!





Main Idea
 
  • โลกการทำธุรกิจจะเปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิม หลังวิกฤตไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้น สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การอยู่รอดให้ได้ในวิกฤต แต่ชีวิตหลังวิกฤตนั้นผู้ประกอบการจะต้องทำยังไง นี่คือโจทย์ที่ท้าทายยิ่งกว่า
 
  • ในทุกวิกฤตมีโอกาส ขอเพียงไม่ท้อ และคิดบวก ถ้าไม่เห็นโอกาสอะไรเลย อย่างน้อยก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้ ที่สำคัญคือ Only the Paranoid Survive ผู้ที่ตื่นตัว ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทจะอยู่รอดเสมอ
 
  • และนี่คือ 10 ปรากฏการณ์ที่จะมาเขย่าโลกธุรกิจเมืองไทยหลังวิกฤตโควิด-19 (Thailand after COVID-19: 10 Phenomena) สัญญาณเตือนที่บอกให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวและเตรียมรับมือ เพื่อเปลี่ยนปรากฏการณ์ให้เป็นโอกาสและวางหมากธุรกิจให้พร้อมคว้าชัยในโลกอนาคต




      จะมีอะไรรอผู้ประกอบการไทยอยู่ในโลกหลังโควิด-19 เมื่อสิ่งสำคัญในนาทีนี้ไม่ใช่แค่การประคองตัวให้รอดในวิกฤตเท่านั้น แต่ชีวิตหลังวิกฤตคือความท้าทายมากยิ่งกว่า ผู้ประกอบการจะต้องทำอย่างไร ต้องปรับกลยุทธ์และรับมือแบบไหน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายที่พลิกโลกธุรกิจให้ต่างไปจากเดิม
               

      “สลิงชอท กรุ๊ป” บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภาวะผู้นำและการพัฒนาองค์กร ร่วมกับ “สถาบัน The Futures Platform” ผู้เชี่ยวชาญด้านอนาคตศาสตร์ (Futurists) ทําการสํารวจออนไลน์ CEO และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในประเทศไทยกว่า 300 คน เกี่ยวกับแนวโน้มของปรากฏการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในไทยซึ่งเป็นสิ่งปกติใหม่ (New Normal) หลังวิกฤตไวรัสผ่านพ้น
               

      โดยได้สรุปเป็นผลสำรวจผู้นำองค์กรไทยกับ 10 ปรากฏการณ์หลังโควิด (Thailand after COVID-19 : 10 Phenomena) ที่แม้แต่ SME ก็ต้องจับตา


 
                10. Geopolitical Impacts : อิทธิพลของจีนจะมากขึ้น สหรัฐและยุโรปจะอ่อนแอลง


      “อภิวุฒิ พิมลแสงสรุิยา” ผู้ก่อตั้ง  สลิงชอท กรุ๊ป ให้ข้อมูลจากผลสำรวจครั้งนี้ว่า จากนี้ภูมิศาสตร์การเมืองจะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยอิทธิพลของจีนจะมีมากขึ้น ขณะที่สหรัฐและยุโรปจะอ่อนแอลง หลังเจอผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 จากนี้โลกจะเกิดการรวมตัวแบบกลุ่มเล็กๆ มากกว่าการรวมตัวแบบเดิมที่แบ่งเป็นฝ่ายตะวันออกและตะวันตก แต่จะเกิดกลุ่มย่อย และการรวมกลุ่มของประเทศเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กันมีมากขึ้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


     ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อแต่ละประเภทธุรกิจที่แตกต่างกันไป เช่น หากอยู่ในธุรกิจการให้บริการ อย่าง ค้าปลีก หรือค้าขายออนไลน์ จะพบว่า จีนจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคู่ค้าที่สำคัญของเราด้วย โดยจีนจะมีอิทธิพลมากขึ้น ต่อไปภาษาจีนจะสำคัญมาก และจะเป็นภาษาอนาคต




     9. Retail in brick & mortar stores : การค้าขายหน้าร้าน จะยังคงมีอยู่ แต่เปลี่ยนรูปแบบไป เป็นคล้ายๆ โชว์รูมของออนไลน์หรือเป็นการสร้างประสบการณ์ในการซื้อให้ลูกค้ามากขึ้น


       จากที่หลายคนคาดการณ์ว่า โควิดครั้งนี้จะทำให้ร้านค้าที่เป็นหน้าร้านเจ๊งไป แต่ปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยเช่นว่า ร้านค้าที่มีหน้าร้านจะไม่ได้เลิกกิจการไป แต่จะเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม เพราะยังมีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากหน้าร้าน เนื่องจากลูกค้าไม่ได้อยากได้แค่สินค้า แต่อยากได้บรรยากาศ และประสบการณ์


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


     ธุรกิจที่มีหน้าร้านยังคงมีอยู่ แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม โดยเป็นการเน้นสร้างประสบการณ์ในการซื้อและการใช้บริการมากขึ้น  เช่น คนยังเลือกไปทานอาหารที่ร้านเพราะได้ประสบการณ์และบรรยากาศ มากกว่าการสั่งอาหารมาทานที่บ้าน ร้านจึงต้องตอบสนองในสิ่งนี้ และหน้าร้านจะกลายเป็นโชว์รูมของร้านค้าออนไลน์ โดยคนไปดูสินค้า แต่เมื่อต้องตัดสินใจซื้ออาจไปซื้อออนไลน์ก็ได้





      8.
Nature and Food as Remedies : จากนี้ไปคนจะหันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลเรื่องอาหารการกิน
อยู่กับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น


      การมาเยือนโลกของไวรัสตัวร้าย ทำให้ผู้คนหันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและสุขอนามัยมากขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพใจ คนจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับสุขภาพแทนการกินยา ทานอาหารเป็นยา และสนใจให้ความสำคัญกับธรรมชาติบำบัดมากขึ้น โดยเชื่อว่าถ้าเราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น จะทำให้เราสุขภาพดีขึ้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      สินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับสุขภาพ จะได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นทวีคูน เพราะโควิดทำให้คนตระหนักว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ รวมถึงเทรนด์ของธรรมชาติบำบัดก็จะมาแรง เป็นโอกาสธุรกิจสำหรับผู้ที่สนใจอยากทำธุรกิจแนวนี้

 



     7. Platform economy : ธุรกิจที่เป็นแพลตฟอร์ม อย่างเช่น Facebook, Airbnb, Alibaba, Amazon
จะเติบโตแบบก้าวกระโดด หลังจากนี้


     โควิดเปลี่ยนวิถีผู้คนให้ดำรงชีวิตผ่านบริการของแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร สั่งสินค้าออนไลน์ แม้กระทั่งการทำงาน ทำให้ธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางอย่างแพลตฟอร์มจะเติบโตกว่าที่ผ่านมา และจะเกิดมากขึ้นกว่าที่มีเดิมอยู่ด้วย


     ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      ธุรกิจและบริการต่างๆ จะเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น ธุรกิจโค้ช เมื่อมีคนอยากเป็นโค้ชเยอะขณะที่มีคนอยากได้รับการโค้ชมากพอสมควร เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสมาเจอกัน ฉะนั้นต่อไปหากมีแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับการโค้ช รวมถึงทุกๆ เรื่อง ที่ยังมีความต้องการ ก็จะช่วยธุรกิจและจะสร้างการเติบโตได้
 




      6. Industrial Revolution 4.0 : การปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยี, digitization, robotics, AI, Internet of things, biotechnology และ big data จะเกิดขึ้น


      จากนี้ไปเทคโนโลยีต่างๆ  จะถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น โควิดจะปฏิวัติอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี และจะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เช่น ซีพี สร้างโรงงานหน้ากากโดยใช้คนจำนวนไม่มาก และทำได้เร็วมาก


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      มองในแง่ดีคือผู้บริโภคจะมีสินค้าและบริการใช้ในราคาที่ถูกลง ขณะที่คนที่อยากทำธุรกิจก็จะง่ายขึ้น ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ  แต่ข้อเสียคือ จากเดิมประเทศไทยเคยมีข้อได้เปรียบตรงค่าแรงถูก แรงงานมีฝีมือ ต่างประเทศจึงย้ายฐานผลิตมาที่บ้านเรา แต่ถ้าวันนี้หุ่นยนต์สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องย้ายฐานผลิตมาหาเราอีก และโรงงานต่างๆ ก็จะมีคนน้อยลง  โรงงานลดการใช้คนลงและนำเทคโนโลยีมาใช้แทนมากขึ้น ก็กระทบต่อภาคแรงงาน





     5.
Collapse of world economy : ผลจากโรคระบาดครั้งนี้จะก่อให้เกิดเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่
ทั่วโลก


      เชื่อว่าหลังวิกฤตโควิด-19 สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกจะเกิดการถดถอยอย่างรุนแรง และจะเกิดการล่มสลายของเศรษฐกิจในบางประเทศได้ แม้ว่าโรคระบาดจะหายไป แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจและความมั่งคั่งจะไม่กลับมาเร็ว เหมือนที่ทุกคนตั้งความหวังไว้


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ



      ในแง่ของผู้ประกอบการ สิ่งที่ต้องรับมือไม่ใช่แค่สถานการณ์โควิด และรอคอยให้โควิดให้ไป แต่ยังต้องเตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วย ฉะนั้นการบริหารเงินสดในมือยิ่งสำคัญ เพื่อประคองธุรกิจให้รับกับความท้าทายของเศรษฐกิจให้ได้  


       4. Need for the culture of preparation : ความตื่นตัวในเรื่องของการวางแผนเพื่อเตรียมความ
พร้อมรับวิกฤต - BCP จะเข้มข้นและมีความสําคัญเป็นอันดับต้นๆ
           

      หลังเรียนรู้ความเลวร้ายของวิกฤตโควิด จากนี้ความตื่นตัวในเรื่องของการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤต จะกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่สำหรับการทำงานในอนาคต ต่อไปนี้เรื่องการบริหารความเสี่ยงต่างๆ จะกลายเป็นหนึ่งในการทำธุรกิจที่ต้องมี
               

      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      จากนี้ผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ จะมีความตื่นตัวในเรื่องของการระแวดระวังในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยคนที่ตื่นตระหนก ระมัดระวัง ไม่ดำเนินชีวิตอยู่บนความประมาทจะเป็นผู้อยู่รอด ซึ่งต่อไปการรับมือกับวิกฤตจะกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานของทุกองค์กร





      3.
Telepresence : การเจอกันแบบไม่เจอตัว จะมีมากขึ้น ไม่ว่าเป็นการประชุม การพบปะพูดคุย หรือ
การหาหมอ เป็นต้น จะทําผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น


       วิกฤตโควิด สอนการทำงานและการใช้ชีวิตแบบใหม่ให้กับผู้คน จนเกิดความคุ้นเคย ดังนั้นต่อไปนี้การเจอกันแบบไม่เจอตัวจะมีมากขึ้น ซึ่งหมายถึง ทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องส่วนตัว เช่น การประชุม Work from Home จะเป็น New Normal  รวมถึงต่อไปการหาหมออาจไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วก็ได้ เพราะเราสามารถปรึกษาหมอในขณะที่เราและหมอต่างอยู่บ้าน หรือตรวจเลือดส่งไปให้หมอวินิจฉัย ส่งผลตรวจและรับผลตรวจผ่านร้านสะดวกซื้อเหล่านี้เป็นต้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


       ปรากฏการณ์นี้จะเกิดผลกระทบอย่างมากต่อโลกการทำงาน เช่น คนทำงานที่ไม่ต้องไปที่ทำงานจะมีเยอะขึ้น หรือคนเป็นฟรีแลนซ์เยอะขึ้น หรือคอนโดจากเดิมจุดขายคือการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพื่อให้คนสะดวกในการไปทำงาน แต่อนาคตอาจไม่จำเป็นแล้ว หรือร้านค้าที่เคยแย่งชิงทำเล ต่อไปอาจไม่จำเป็นเพราะเราสามารถสั่งอาหารโดยไม่ต้องไปที่ร้านได้ ขอเพียงร้านมีพื้นที่ให้จอดมอเตอร์ไซค์และเก้าอี้นั่งรอรับสินค้าสำหรับพนักงานเดลิเวอรี่เท่านั้น โลกของธุรกิจและการทำงานจากนี้จะเปลี่ยนไป




       2.
Online Stores : การซื้อขายออนไลน์จะเติบโตแบบก้าวกระโดด จากนี้เป็นต้นไป


      โควิดสอนให้ผู้คนใช้ชีวิตอยู่บนออนไลน์ และออกจากข้อจำกัดว่าออนไลน์ทำได้แค่บางสิ่ง เป็นออนไลน์ทำอะไรให้เราก็ได้ ฉะนั้นจากนี้ร้านค้าออนไลน์จะมีมากขึ้น การซื้อขายออนไลน์จะโตแบบก้าวกระโดด และอะไรก็ตามที่อยู่ในออฟไลน์จะย้ายไปขายบนออนไลน์ได้หมด การค้าขายออนไลน์จะเกิดขึ้นมหาศาล แต่การค้าขายออฟไลน์ก็จะยังไม่หมดไป เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้นเอง


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      ถ้าเราทำการค้าขาย เราต้องมีช่องทางที่เป็นออนไลน์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่การไปปิดช่องทางออฟไลน์เดิมที่เคยมีแล้วไปทำออนไลน์อย่างเดียว แต่ต้องเป็นการใช้ทั้งสองช่องทาง และอะไรที่ทำบนออนไลน์ได้ก็ไปทำออนไลน์ เช่นฟิตเนสออนไลน์ที่พบว่าขายดีมากในช่วงที่เกิดโควิด สะท้อนว่าจากนี้ทุกอย่างสามารถย้ายมาขายออนไลน์ได้หมด ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้ทัน
 
  1. Teaching & Learning 2.0 : การเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีจะมีมากขึ้น


      ปรากฏการณ์ที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซี่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในหลังโควิด ก็รูปแบบการเรียนการสอนที่จะเปลี่ยนไป โดยการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีจะมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ของนักเรียนในโรงเรียน หรือการเรียนรู้ของคนทำงานที่ก็เป็นการเรียนออนไลน์ ขณะที่ผู้สอน ต่อไปครูอาจจะไม่ใช่คนทำหน้าที่สอนหนังสือและให้คอนเทนต์  เพราะคอนเทนต์มีอยู่ทั่วไป หลายครั้งลูกศิษย์รู้เร็วกว่าครูด้วยซ้ำ แต่ต่อไปครูอาจต้องเป็นโค้ชมากขึ้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


     การทำธุรกิจเกี่ยวกับการเรียนการสอน จะต้องมีเทคโนโลยีออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และปรับรูปแบบโดยทำอย่างไรให้การเรียนสนุก ขณะที่ผู้สอนก็ต้องปรับตัว เพราะการสอนออนไลน์ทักษะจะเปลี่ยนไปจากการสอนแบบเดิมๆ และวิทยากรหรือที่ปรึกษาจะไม่ใช่คนให้คอนเทนต์แล้ว สมัยก่อนวิทยากรอาจหวงคอนเทนต์ เพราะคิดว่า Content is King แต่จากนี้ไปไม่ใช่แล้วเพราะ Content is Free   ข้อมูลหาง่าย ผู้ประกอบการที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงต้องปรับตัว



     อภิวุฒิ บอกต่อว่า ปัจจุบัน สลิงชอท กรุ๊ป ได้นำเครื่องมือ “ฟิวเจอร์ส แพลตฟอร์ม เรดาร์” (Futures Platform Radar) ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ใช้งานง่ายบนช่องทางออนไลน์ สามารถดึงปรากฏการณ์หลังโควิดที่สำคัญๆ สำหรับแต่ละอุตสาหกรรมออกมาให้เห็นเป็นภาพที่ชัดเจน รวมทั้งมีการอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์อยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ มาให้บริการกับลูกค้าองค์กรที่ต้องการศึกษาและติดตามแนวโน้ม (Trend) ใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการลูกค้าและปรับกลยุทธ์ในการรับมือกับ New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้น หลังวิกฤตครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วย
เขาบอกถึงบทสรุปที่ได้จากสถานการณ์โควิดครั้งนี้ ที่มอบบทเรียนและข้อคิดให้กับผู้ประกอบการและโลกธุรกิจในวันนี้


     “1. เชื่อว่าวิกฤตมีวันจบ วันหนึ่งมันก็ต้องจบ จะเร็วหรือช้าเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือชีวิตหลังวิกฤตเราจะทำยังไง 2.ในทุกๆ วิกฤตมีโอกาสเสมอ อยู่ที่เราจะมองเห็นโอกาสนั้นไหม ถ้าเราไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย และคิดบวกก็จะมองเห็นโอกาสในทุกๆ วิกฤต ฉะนั้นใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส พยายามมองหาว่ามีโอกาสอะไรที่เราจะได้ประโยชน์บ้าง ถ้าไม่เห็นอะไรเลย อย่างน้อยก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้ เชื่อว่าพวกเราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 3.ไม่มีอะไรสำคัญกว่าสุขภาพของตัวเราเอง ฉะนั้นจงรักษาสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ และสุขอนามัยของตัวเองมากขึ้น สุดท้าย Only the Paranoid Survive คนที่ตื่นตระหนก ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท จะรอดเสมอ”
 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง