จับตาการตลาดแห่งยุค “Bully Marketing” เล่นตัวเอง นักเลงพอ

TEXT : วันวิสา งามแสงชัยกิจ





     “โตแล้วต้องเดี่ยวกับตัวเอง” อีกกระแสที่พลิกกลับด้านคำว่า “บูลลี่ (Bully)” หรือการรังแกผู้อื่นมาเป็นการแซะตัวเอง ที่เริ่มมีให้เห็นในการทำคอนเทนต์ เจาะตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ที่เรียกว่าได้ใจ กลายเป็นไวรัล และสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี


     แต่ก่อนจะข้ามขั้นไปถึงการแซะตัวเองแบบเพียวๆ ไม่เกี่ยวกับใคร คงต้องเริ่มจากการที่ Burger King ฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่ได้หยิบเอาประเด็นสังคมอย่างการที่แต่ละปีมีเด็กกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ทั่วโลกโดนรังแกหรือถูกบูลลี่มาทำแคมเปญการตลาด โดยมีการถ่ายทำคลิปวิดีโอ เพื่อดูปฏิกิริยาของคนในร้านว่า

     ระหว่างเด็กที่ถูกบูลลี่ (นักแสดง) กับเบอร์เกอร์ Whopper Jr ที่ถูกบูลลี่ (โดยการถูกทุบและเสิร์ฟให้กับผู้ใหญ่ที่เห็นเหตุการณ์แล้วไม่ทำอะไร) นั้น


     อะไร? ที่คนจะร้องเรียนมากกว่ากัน   


     ผลปรากฏว่า มีคนเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ที่เลือกยืนหยัดและเข้ามาช่วยเหลือเด็กที่กำลังโดนรังแก


     ขณะที่มีคนถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ที่โวยวายเมื่อตัวเองได้รับเบอร์เกอร์ที่ถูกทุบ


     แน่นอนว่าแคมเปญนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และถือเป็นการโชว์กึ๋นอีกครั้งของ Burger King ในการนำเรื่องรอบตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับแบรนด์โดยตรงมาโยงเข้าสู่การทำการตลาดได้อย่างน่าจดจำ





     นอกจากการบูลลี่เบอร์เกอร์ของตัวเองที่เห็นไปแล้วนั้น อีกหนึ่งกลยุทธ์มาแรงสุดๆ คงหนีไม่พ้นการที่แบรนด์รับบทนางเหยียดบูลลี่ตัวเองก่อนแบบไม่ต้องรอให้ใครมาเปิด อย่างเพจของ “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย” ที่มาในคอนเซปต์

  
     “Bully Marketing” ด้วยสโลแกนขำขันเด็ดๆ อย่าง


      “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย อร่อยเกินร้อย ให้น้อยสมชื่อ”


      “คำแรกติดใจ คำต่อไปติดคอ”


     “อร่อยจริง ทิ้งพินัยกรรม”


      “โปรดสั่งเสีย ก่อนสั่งซื้อ”


      “อร่อยให้ 6 สกปรกให้ 10”


     แถมลีลาการตอบ การโพสต์ หรือทำคอนเทนต์แบบตลกร้ายขยี้ปมเรื่องความแข็งของแคบหมู หรือกินแล้วตายของแบรนด์นั้น ได้กลายเป็นไวรัลและมิติใหม่ของการขายที่ดีดผลกระทบด้านบวกกลับไปยังแบรนด์ เพิ่ม Engagement ยอดสั่งซื้อ และเข้าถึงลูกค้ายุคใหม่ ที่วันนี้การโต้ตอบและเสพคอนเทนต์แบบธรรมดาดูจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ในแบบที่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าเจ้าของเพจหรือลูกเพจนั้นใครฮากว่ากัน





       อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่แบรนด์น้องใหม่ที่ใช้การจิกกัดตัวเองแล้วเวิร์กเท่านั้น เมื่อ Au Bon Pain แบรนด์แฟรนไชส์เบเกอรี่ คาเฟ่ ซึ่งโลดแล่นในเมืองไทยมากว่า 23 ปี ทำการ “เล่นตัวเองแล้วเจ็บน้อยกว่า” เช่นกัน โดยหยิบเอาชื่อร้านที่คนมักออกเสียง (ผิด) และเรียกจนติดปากอย่าง “อุบลพรรณ” มาเป็นชื่อร้านจริงๆ เสียเลย ถือเป็นการ Revamp Brand หรือปรับปรุงภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ให้ดูทันสมัย สดใส และเข้ากับคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งการเคลื่อนไหวของแบรนด์ในครั้งนี้สามารถเรียกความสนใจจากผู้คนได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว   


     การแซะแบบหยิกแกมหยอกเบาๆ ของแบรนด์ ซึ่งไม่ได้บูลลี่ใครนอกจากตัวเอง ไม่เพียงแต่จะสร้างสีสันให้กับบรรดาผู้ชมหรือลูกค้าได้เท่านั้น แต่ยังถือเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างชุดใหญ่ให้กับคนทำธุรกิจ สามารถแหวกวงล้อมของเพื่อนต่างแบรนด์ที่มาพร้อมกับคลังคอนเทนต์มากมาย เพื่อยืนหนึ่งให้ได้ในยุคที่ “คอนเทนต์จืดๆ ไม่มีใครกิน” เช่นนี้
 

    อ้างอิง:
https://medium.com/@conniepanteion/burger-king-bullying-jr-ad-campaign-b5095df2e2b9
https://www.facebook.com/waterchillinarrowpig/
https://www.facebook.com/Feedforfuture/videos/796730424221178/?__tn__=-R
https://www.facebook.com/AuBonPainThailand/
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง