Country Brand กับการยกระดับภาคส่งออกของไทย

 




เรื่อง     ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ
             www.exim.go.th

    ปัจจุบันมีปัจจัยหลายประการที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นราคา ตราสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเมื่อกล่าวถึง ตราสินค้า มีประเด็นน่าสนใจที่อย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของ Country Brand ที่ ณ วันนี้ นับหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น

    Country Brand คืออะไร ผู้อ่านหลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้า โดยตัดสินใจจากประเทศผู้ผลิตสินค้าชนิดนั้น หรือสังเกตจากคำว่า Made in... ทำให้บางครั้งถึงกับยอมที่จะซื้อสินค้าในราคาที่สูงกว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าที่มีความว่า Made in Japan หรือ Made in Germany อยู่บนฉลาก ทั้งที่มีสินค้าชนิดเดียวกัน ในราคาที่ถูกกว่าวางขายอยู่ข้างกัน ซึ่งนั่นคืออิทธิพลของ Country Brand ที่มีต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบัน

    บริษัท Future Brand ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดทำเครื่องหมายการค้าของสหรัฐอเมริกา ได้จัดทำ Country Brand Index 2014 เพื่อสำรวจและจัดอันดับความเข้มแข็งหรือการรับรู้ (Perception) ของผู้บริโภคที่มีต่อ Country Brand ของ 75 ประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย โดยการสอบถามผู้บริโภคทั่วโลกจำนวน 2,530 คน ซึ่งผลสำรวจพบว่า ประเทศที่มี Country Brand เข้มแข็งที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี สวีเดน และแคนาดา     สำหรับประเทศไทยนั้นอยู่ในอันดับที่ 38 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก 

    อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวระบุว่ามีเพียงประเทศในอันดับ 1 ถึง 22 เท่านั้น ที่สามารถเรียกได้ว่ามี Country Brand อย่างแท้จริง นั่นคือ สินค้า Made in ประเทศต่างๆเหล่านั้น มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค หรือผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศดังกล่าวอย่างแท้จริง ซึ่งสินค้า Made in Thailand ยังก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น จึงนำมาสู่คำถามที่ว่าเราจะสร้างความเข้มแข็งให้กับ Country Brand ของประเทศไทยได้อย่างไร
    
    จากผลสำรวจในรายงานฉบับเดียวกันนี้ พบว่า สิ่งที่ผู้บริโภคตระหนักถึงเป็นอันดับแรกในการซื้อสินค้า Made in Japan, Made in Switzerland, Made in Germany หรือ ประเทศอื่นๆที่มี Country Brand แข็งแกร่ง คือ "สินค้ามีคุณภาพสูง" 
    
    ดังนั้น หัวใจสำคัญของการสร้าง Country Brand จึงเป็นเรื่องของการยกระดับคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และรักษาระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคสร้างการรับรู้และยอมรับในมาตรฐานสินค้าที่ผลิตจากประเทศนั้นๆ
    
    ทั้งนี้ Country Brand ของไทย หรือสินค้า Made in Thailand เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สังเกตได้จากการที่สินค้าไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคโดยเฉพาะในอาเซียนว่าเป็นสินค้าคุณภาพสูง อย่างไรก็ตามหากเราต้องการยกระดับ Country Brand ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก คงเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลก ซึ่งทั้งภาคเอกชนและภาครัฐสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยกันผลักดัน 

    โดยในส่วนของภาคเอกชนนอกจากต้องพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพอยู่เสมอแล้ว ยังต้องระมัดระวังมิให้มีสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดปะปนไปกับสินค้าที่ส่งถึงลูกค้า และต้องตระหนักอยู่เสมอว่าสินค้าที่ตนผลิตขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่อาจช่วยสร้างหรือทำลาย Country Brand ของประเทศได้

    ขณะที่ภาครัฐก็สามารถสร้างมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าหรือฉลากสินค้าต่างๆให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งในท้ายที่สุดหาก Country Brand ของไทยเข้มแข็งขึ้น ก็จะช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทยได้อีกทางหนึ่ง

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง