Text : Ratchanee P.
ในวันนี้ “สะตอ” กำลังถูกเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ด้วยไอเดียและความมุ่งมั่นของ เกด-ชมนาด จิน เจ้าของแบรนด์ “ชมนาด” ผู้ที่ลุกขึ้นมาตั้งโจทย์ยากให้กับตัวเองว่า จะทำอย่างไรให้สะตอไทยคงความสดใหม่ มีกลิ่น สี และรสชาติเหมือนเด็ดจากต้น แม้จะผ่านการอบแห้งและเก็บไว้นานนับปีก็ตาม
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา Pain Point ของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคที่อยู่ห่างไกล ชมนาดใช้เวลากว่า 2 ปีในการ พัฒนาสะตออบแห้งนวัตกรรมใหม่ ที่คืนรูปได้เหมือนของสดถึง 90% กลายเป็นสินค้าที่ส่งออกรสชาติไทยไปไกลถึงต่างแดน พร้อมกับสร้างรากฐานความยั่งยืนให้กับโรงงานชุมชนเล็กๆ ในบ้านเกิดได้อย่างน่าทึ่ง
จากปัญหาบ้านเกิด สู่โจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้
“ชมนาด” คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาสในปัญหา โดยชมนาดเล่าว่า แรงบันดาลใจแรกเริ่มมาจากบ้านเกิดในอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ที่โอบล้อมด้วยภูเขาและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณท้องถิ่น โดยเฉพาะ “สะตอ” พืชที่ชาวบ้านมักปลูกแซมในสวนทุเรียนหรือมังคุด ซึ่งแม้จะไม่ใช่พืชหลัก แต่กลับเป็นรายได้เสริมที่สำคัญ ทว่าปัญหาคือสะตอจะให้ผลผลิตเพียงปีละครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม เมื่อถึงฤดูกาลผลผลิตจำนวนมหาศาลจะทะลักเข้าสู่ตลาดพร้อมกันจนราคาตกต่ำ ประกอบกับสะตอสดมีอายุการเก็บรักษาสั้นมากเพียง 1-2 วันหลังเก็บจากต้น
“เรามองว่าสะตอเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ แต่พอออกพร้อมกันจนล้นตลาดและเก็บได้ไม่นาน ก็ทำให้เกษตรกรต้องรีบขายจนโดนกดราคา เป็นแบบนี้ซ้ำซากทุกปี การแก้ปัญหาในตอนนั้นมีเพียงการทำสะตอดอง หรือรีบขายฝักสดให้ทันก่อนจะเน่าเสีย” ชมนาดกล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตั้งคำถามถึงการแปรรูปในรูปแบบใหม่
ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ เธอจึงตั้งโจทย์ในการพัฒนา “สะตออบแห้ง” เพื่อส่งออกไปยังพื้นที่ห่างไกล โดยมีเป้าหมายชัดเจน 3 ข้อ คือ 1. เก็บรักษาได้นาน 2. ขนส่งง่ายและต้นทุนต่ำ และ 3. เมื่อนำกลับมาปรุงอาหาร ต้องมีคุณภาพใกล้เคียงสะตอสดมากที่สุด
แม้การอบแห้งจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สำหรับ “สะตอ” ในเวลานั้นยังไม่มีข้อมูลอ้างอิงหรือต้นแบบให้ศึกษา เธอจึงต้องลองผิดลองถูกอยู่นานถึง 2 ปีเต็ม
“ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าจะทำได้ไหม เพราะไม่มีใครเคยทำมาก่อน ข้อมูลก็หาไม่ได้ เราเริ่มจากใช้ตู้อบลมร้อนธรรมดา แม้ผลลัพธ์แรกๆ จะล้มเหลว แต่มันก็ทำให้เราเห็นความเป็นไปได้บางอย่าง”
ความพยายามนั้นนำไปสู่การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อพัฒนางานวิจัยอย่างจริงจัง จนค้นพบว่าอุปสรรคสำคัญคือ “ความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิ” ของสะตอ การควบคุมความร้อนในทุกขั้นตอนมีผลโดยตรงต่อสี กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส จนในที่สุดก็ได้นวัตกรรมสะตออบแห้งที่คืนรูปได้เหมือนของสดถึง 90% เก็บรักษาได้นานถึง 1 ปี โดยยังคงสีเขียวสด กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบไม่ต่างจากสะตอสด
ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย คืนรูปสดใหม่เพียงแค่แช่น้ำ
ความโดดเด่นของสะตออบแห้งแบรนด์ชมนาดคือความสะดวกที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่ เพียงฉีกซองแล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง สะตอที่แห้งเหี่ยวจะค่อยๆ ฟูกลับมาเต่งตึง พร้อมนำไปปรุงอาหารได้ทันที
“ช่วงแรกเราเน้นออกบูธเพื่อให้ลูกค้าได้พิสูจน์ด้วยตาตัวเอง ว่าสะตออบแห้งเมื่อแช่น้ำแล้วจะกลับมาเหมือนของสดได้จริงไหม ซึ่งผลตอบรับดีมาก ลูกค้าส่วนใหญ่บอกว่าถ้าไม่บอกก็แยกไม่ออก หลายคนยืนยันว่าคุณภาพต่างจากสะตอแช่แข็งอย่างสิ้นเชิง เพราะให้สัมผัสเหมือนได้ทานสะตอสดจริงๆ สิ่งนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนไทยในต่างประเทศอย่างมาก”
แม้จะเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แต่แบรนด์ชมนาดกลับได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศที่สูงถึง 80% เนื่องจากตัวสินค้ามีน้ำหนักเบา ไม่มีกลิ่นรบกวนระหว่างขนส่ง และเก็บรักษาได้ง่ายกว่าแบบสดหรือแช่แข็ง ทำให้สะตอจากไทยเดินทางไปถึงครัวทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
มุ่งเน้นความยั่งยืนของชุมชน
หัวใจของแบรนด์ชมนาดไม่ใช่เพียงผลกำไร แต่คือการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน วัตถุดิบทั้งหมดถูกรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก และขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงในช่วงที่ผลผลิตในพื้นที่ไม่เพียงพอ กระบวนการผลิตยังช่วยสร้างอาชีพเสริมให้กับกลุ่มแม่บ้านและผู้สูงอายุในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหยุดกรีดยาง
“แนวคิดหลักของเราคือการช่วยคนในชุมชนเป็นสำคัญ เราอยากสร้างอาชีพให้แม่บ้านหรือผู้สูงอายุมีรายได้เลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้เราให้ความสำคัญกับการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในชุมชนก่อน เมื่อสะตอในนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี หรือชุมพรเริ่มหมด เราก็จะขยับไปรับซื้อจากพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีวัตถุดิบเข้าระบบต่อเนื่อง”
ปัจจุบันแบรนด์ชมนาดขยายไลน์สินค้าไปมากกว่า 20 รายการ โดยใช้เทคโนโลยีการอบแห้งมาตรฐานเดียวกันกบัสะตออบแห้ง เช่น ใบมะกรูด (ที่ยังมีน้ำมันหอมระเหยครบถ้วน) ดอกขี้เหล็ก เห็ดแคลง ใบชะมวง และชะอมอบแห้ง ทว่าชมนาดยังคงยืนหยัดในการเป็น “โรงงานชุมชนเล็กๆ” ที่บริหารจัดการแบบพอเพียง
“เรานิยามตัวเองว่าเป็นผู้ประกอบการรายเล็กในรูปแบบโรงงานชุมชน ผลิตภัณฑ์กว่า 20 รายการของเรายังตั้งอยู่บนความตั้งใจเดิม คือการสนับสนุนพืชผักท้องถิ่น เพื่อให้รายได้หมุนเวียนสู่คนในพื้นที่อย่างแท้จริง”
สินค้าของชมนาดวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง Shopee, Lazada และตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ ในราคาที่เข้าถึงได้ตั้งแต่ 80-250 บาท ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชท้องถิ่นได้อย่างมหาศาล
เรื่องราวของแบรนด์ชมนาด จึงเป็นต้นแบบของผู้ประกอบการไทยที่เริ่มจากปัญหาในบ้านเกิด ใช้ความรู้และนวัตกรรมเข้ามาแก้ไข และเติบโต จนสามารถพารสชาติที่เป็นอัตลักษณ์ของปักษ์ใต้ ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ระดับสากลได้อย่างภาคภูมิใจ
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี