วิกฤตน้ำมันเขย่าธุรกิจอาหารทรุดหนัก 5 ร้านอาหารดังปรับเกมสู้ต้นทุนพุ่ง ยอมกำไรหาย ดีกว่าตายเพราะลูกค้าหนี

Text : กองบรรณาธิการ


     ทันทีที่ราคาน้ำมันถูกปรับขึ้น 6 บาท ตัวเลขที่ดูเหมือนไม่มาก แต่มันคือโดมิโนตัวแรกที่ผลักต้นทุนทั้งระบบให้ขยับตาม ตั้งแต่เนื้อสัตว์ที่ดีดขึ้นกว่า 20% ไปจนถึงค่าขนส่งและแพ็กเกจจิ้งที่ทยอยปรับอีก 15%

     "ในเกมที่ต้นทุนพุ่งชนเพดาน แต่กำลังซื้อลูกค้ากลับหยุดนิ่ง... 'การขึ้นราคา' ดื้อๆ อาจไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืนอีกต่อไป

     SME Thailand ได้รวบรวมเสียงสะท้อนจาก 5 ขุนพลร้านอาหารที่ยืนอยู่หน้าเตาจริง ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่าง ZEN Group, ร้านสุกี้ขวัญใจมหาชน สุกี้พรศิริ, ตัวจริงสายเดลิเวอรี่ อิคคิวโตมากับไข่, ร้านหมูกระทะคิวทองแห่งเมืองอุทัย ตั๊กบ้านโตน ไปจนถึงกูรูการตลาดจากเพจ ขายดีไปด้วยกัน และเจ้าของร้านแบรนด์ หอมมันข้าวมันไก่

     กับคำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ ในหัวงเวลาวิกกฤตแบบนี้ ต้องใช้วิธีไหนให้ลูกค้ายอมจ่าย? และร้านยังอยู่รอดต่อไปได้ได้

วิถีคนใจถึง "อิคคิวโตมากับไข่"

     ในวินาทีที่ต้นทุนพุ่ง ตะวัน บุราญรมย์ – ร้านอิคคิวโตมากับไข่ เป็นร้านอาหารเดลิเวอรี ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ แต่เขาเลือกเดิมพันด้วย "หัวใจ" ลูกค้าก่อนตัวเลขกำไร

     นั่นคือการเลือกตรึงคงราคาเดิม ไม่ลดปริมาณ แม้กำไรจะบางเฉียบจนน่าใจหาย เพราะการยอมเจ็บวันนี้คือการซื้อ "ความจงรักภักดี" ที่เงินซื้อไม่ได้ เมื่อพายุผ่านไป ลูกค้าจะจำได้ว่า "คุณอยู่ข้างเขาในวันที่เขาลำบากที่สุด

     "ใครขึ้นราคาก่อน คนนั้นพังก่อน เพราะขายราคาแพงขึ้น แต่คุณภาพและปริมาณเท่าเดิม ลูกค้าเปลี่ยนไปหาเจ้าอื่นทันที แต่หากใครที่อดทนไปก่อน จนถึงวันหนึ่งที่แบกไม่ไหวแล้ว จำเป็นต้องขึ้นจริงๆ ในวันที่ใครๆ ก็ขึ้น คนนั้นจะไม่สูญเสียลูกค้า”

     การแบกต้นทุนครั้งนี้ตะวันบอกว่า มันเกิดจากการมองโลกตามความเป็นจริง วิเคราะห์ศักยภาพตัวเองให้ขาดว่าทางเลือก 1-2-3-4 ของเราคืออะไร เพราะสำหรับเขา "เราต้องรู้สถานการณ์ตัวเองให้ดีที่สุดก่อน ถึงจะเลือกทางรอดที่ดีที่สุดได้" และการอดทนยืนข้างลูกค้าในวันที่พายุโหม คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อสถานการณ์กลับมาปกติ

สูตรลับรุ่นใหญ่ ZEN Group รีดไขมันให้เป็นกำไร

     แม้จะเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอาหารที่มีกว่า 300 สาขา แต่ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจแฟรนไชส์ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่ายิ่งองค์กรใหญ่ยิ่งกระทบหนักโดยเฉพาะค่าขนส่งที่มีสัดส่วนถึง 15% ออกมาเตือนสติเจ้าของร้านว่า "อย่ารีบขึ้นราคาตามกระแส" เพราะถ้าลูกค้าสู้ไม่ไหว ร้านนั่นแหละที่จะเจ็บหนักที่สุด สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การผลักภาระให้คนซื้อ แต่คือการกลับมา "Lean" หลังบ้านให้เป๊ะ

     “ผมเชื่อว่าการขึ้นราคาเร็วไปก็ไม่ดี ช้าไปก็ไม่เหมาะ สำหรับแบรนด์ในเครือของเราเริ่มมีการปรับตัว เช่น ร้านเขียง ใครถือจานมา เราลดให้ทันที 10 บาท เพื่อลดต้นทุนแพ็กเกจจิ้ง ทุกอย่างต้องเป็นเรียลไทม์ และดูกันวันต่อวันจริงๆ”

     3 คัมภีร์รีดไขมัน เปลี่ยน "ขยะ" เป็นกำไร

          - ฆ่า Waste ด้วยสถิติ ศิรุวัฒน์แนะให้เช็กยอดขายแยกรายวัน (ธรรมดา vs เสาร์-อาทิตย์) แล้วปรับยอดซื้อให้พอดีกับยอดขายจริง “เอาของที่เคยเหลือทิ้งตรงนั้น มาเปลี่ยนเป็นกำไร”

          - บัญชีแบบ "เรียลไทม์" วันต่อวัน เลิกทำบัญชีรายสัปดาห์ ในยุคที่ต้นทุนผันผวนเช้า-เย็น ต้องรู้ Cash Flow ทุกเย็น เพื่อดูว่ากำไรบางลงแค่ไหน “รู้ทุกเย็น ปลอดภัยกว่ารู้ 7 วันครั้ง” เพื่ออุดรอยรั่วให้ทันท่วงที

          - Community Model ลดค่าขนส่งด้วยการหาซัพพลายเออร์ใกล้บ้าน อุดหนุนชุมชนเพื่อให้คนในพื้นที่ยังมีกำลังซื้อกลับมาอุดหนุนร้านเรา เหมือนที่แบรนด์ "เขียง" ยอมลดกำไรหน้าด่าน 10 บาท เพื่อลดต้นทุนแฝงในระยะยาว

"สุกี้พรศิริ" การลดคุณภาพไม่ใช่คำตอบ

     ในวันที่ต้นทุนเนื้อสัตว์พุ่ง 20% และพลาสติกดีดตัวขึ้นอีก 10-15% ตามราคาน้ำมัน อั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เจ้าของร้านสุกี้พรศิริ มองว่าวิกฤตครั้งนี้คือ "โดมิโน" ที่กระทบถึงกันหมด สิ่งที่สุกี้พรศิริเลือกทำไม่ใช่การลดเกรดวัตถุดิบ แต่คือการใช้ความรัดกุมมาสู้กับส่วนต่างกำไรที่หายไป พีชญายืนยันว่า การลดคุณภาพไม่ใช่คำตอบ

      “เราจะใช้วิธีการชี้แจงกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาหากถึงจุดที่แบกรับไม่ไหวจริงๆ ซึ่งเชื่อว่าในวิกฤตที่รับรู้กันในวงกว้างเช่นนี้ ลูกค้ามีความเข้าใจดีอยู่แล้ว”

     แนวทางรับมือฉบับ สุกี้พรศิริ

          - จัดการ Food Waste ให้เหลือน้อยที่สุด

          - การวางแผนสั่งของที่ต้องรัดกุมกว่าเดิม

          - ปรับปรุงการทำงานให้ผิดพลาดน้อยที่สุด เพื่อลดค่าขนส่ง

         - มอนิเตอร์ตัวเลขแบบเรียลไทม์ เพื่อให้รู้ว่า "จุดไหนคือจุดที่ร้านยังไหว" และอุดรอยรั่วทันทีที่เริ่มเจ็บ

ตั๊กบ้านโตน": คิดเผื่อวิกฤต เปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส

     ด้านร้านหมูกระทะชื่อดังอุทัยธานี ที่มีกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดที่เคยจองคิวล่วงหน้า ซึ่งมีสัดส่วนถึง 80% มีการขอเลื่อนบ้าง แต่ถือว่าไม่มากไม่เกิน 5% ณัฐกิตติ์ พุทธยากูล หรือ “โตน” เจ้าของร้านมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นโอกาสให้ร้านสามารถรองรับลูกค้าในพื้นที่ หรือ Walk-in ได้มากขึ้นแทน ขณะเดียวกัน ร้านยังคง “ตรึงราคา” ไว้ที่เดิม ไม่ลดปริมาณ ไม่ผลักภาระให้ลูกค้า เพราะมองว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ลูกค้าก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน การรักษาประสบการณ์ที่ดีจึงสำคัญกว่าการขึ้นราคาในระยะสั้น

     3 กลยุทธ์สู้ศึก

     เบื้องหลังความนิ่งในวันที่หลายร้านสั่นคลอนมาจากสิ่งที่โตนได้ประเมินสถานการณ์ "คิดเผื่อ" ไว้ล่วงหน้าแล้ว

         - การใช้ "รถกอล์ฟไฟฟ้า" วิ่งส่งในรัศมีใกล้ร้าน

          - เปลี่ยนระบบมัดจำที่เคร่งครัดให้ยืดหยุ่น "ไม่ตัดสิทธิ์แต่ให้เลื่อนวัน" การรักษาความสัมพันธ์ลูกค้า

          - กระตุ้น Demand ด้วย Seasonal ดึงเอาผลไม้ตามฤดูกาลมาทำเมนูเรียกแขกอย่าง "ยำมะยงชิด"

หอมมันข้าวมันไก่: อัปเกรดให้คนยอมจ่าย

     ในยุคที่ทุกอย่างขึ้นราคา คุ-คุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของแบรนด์ “หอมมันข้าวมันไก่” และเพจ ขายดีไปด้วยกัน ให้คำแนะนำที่กระตุกต่อมคิด SME ว่า ถ้าอยากรอดไม่อยากเฉือนเนื้อต้องฝึก “ขายของแพงให้เป็น” โดยการสร้าง Sense of Premium หรือการเติม "จริต" บางอย่างที่ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนความรู้สึกจาก "ของกินประทังหิว" เป็น "ประสบการณ์ที่มีคุณค่า"

     “ทำไมคนยอมจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวชามละหลายร้อยให้ทองสมิธได้? คำตอบคือคุณค่าที่ร้านสร้างออกมามันถึงใจลูกค้า SME ต้องหยุดแข่งที่ 'ราคา' แล้วหนีไปสู้ด้วย 'Story' และ 'Brand' เพราะถ้าคุณไม่มีเรื่องเล่า...คุณก็ไม่มีอะไรต่าง”

     คุณาพงศ์ ให้ทางสว่างสำหรับคนที่ไม่อยากลดกำไรว่า "อย่าขึ้นราคาดื้อๆ แต่จงขึ้นราคาด้วยคุณค่า"

          - Sense of Premium เปลี่ยนก๋วยเตี๋ยวธรรมดาเป็นหม้อไฟ หรือเสิร์ฟในหม้อดิน สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรู้สึกว่า "จ่ายเพิ่มแต่คุ้ม"

          - สร้างลัทธิ Storytelling ทำให้คน "ชอบ-เชื่อ-เชี่ยวชาญ" ในตัวคุณผ่านคลิปวิดีโอ เมื่อลูกค้าศรัทธาในแบรนด์ เขาจะเลิกเปรียบเทียบราคา และพร้อมจะจ่ายเพื่อสนับสนุน "ตัวตน" ของคุณมากกว่าแค่ตัวสินค้า

     เช็กสเตจธุรกิจ คุณต้องปรับที่ตรงไหน?

     เจ้าของร้านหอมมันข้าวมันไก่ย้ำว่า ถ้าวันนี้ควรจะเริ่มปรับตัวจากตรงไหนดี ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่า วันนี้ธุรกิจคุณอยู่ในจุดไหน ถ้าอยู่ในจุดที่แข่งราคา ที่เน้นความถูก คุณต้องรีบขยับไป แข่งสินค้า ด้วยการสร้างจุดเด่นที่เลียนแบบยาก แต่ถ้าของดีอย่างเดียวเริ่มไม่พอเพราะใครๆ ก็ทำอร่อยได้ คุณต้องเร่งสปีดไปสู่ จุดที่แข่ง Story เพื่อสร้างลัทธิ "ชอบ-เชื่อ-เชี่ยวชาญ" ให้คนติดตัวตน และปลายทางสุดท้ายคือการเป็น จุดที่สร้างแบรนด์ ที่แข็งแกร่งจนลูกค้าเลิกเปรียบเทียบราคา และยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อมูลค่าที่คุณสร้างขึ้น เหมือน "หมี่ไก่ฉีกเอมิลี่" ที่คุมเกมราคาได้เบ็ดเสร็จ

     "วันนี้ถามตัวเองให้จบ... คุณยังย่ำอยู่ที่ขั้นที่ 1 หรือเปล่า? ถ้าใช่ รีบก้าวขึ้นมา ก่อนที่กำไรจะเหลือศูนย์"

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

จากคอนโดให้เช่างบ 50,000 สู่เจ้าของบูติกโฮเทล 38 ล้าน ‘Zuwala’ ที่พักบางแสนยุคใหม่ ใช้ช่องว่างตลาดปั้นธุรกิจโต

จากทำคอนโดให้เช่างบ 50,000 ต่อยอดสู่ ‘Zuwala Hotel’ โรงแรมบูทีค โฮเทล บางแสน 38 ล้านที่กำลังเป็นไวรัลและถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ในขณะนี้ ทำได้ยังไง?

ชวนชิม กาแฟพริก Chili Americano ประสบการณ์ใหม่เมื่อ กาแฟ กับ พริก มาอยู่ในถ้วยเดียวกัน

กระแสเครื่องดื่มสุดแปลกกำลังเขย่าวงการกาแฟอีกครั้ง เมื่อ “กาแฟพริก” กลายเป็นไวรัลที่คนพูดถึงทั่วโซเชียล จุดเริ่มต้นมาจาก Jiangxi ประเทศจีน กับเมนูที่ชื่อว่า Jiangxi Spicy Latte ซึ่งผสมผสาน “ความเผ็ด” เข้ากับ “กาแฟนม” ได้อย่างลงตัว

Ear Seeds เมื่อเมล็ดกดจุดจีน สลัดลุคโบราณมาเป็น Wellness Jewelry เครื่องประดับกดจุดที่สายแฟต้องมี

ลองจินตนาการดูว่า… “ต่างหู” ที่คุณใส่อยู่ทุกวัน ไม่ได้มีดีแค่ทำให้ลุคดูแพงขึ้น แต่ยังแอบช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ลดความเครียด หรือแม้แต่บาลานซ์ร่างกายได้ไปพร้อมกัน แล้วจะเป็นยังไง?