คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

Text: VaViz


     ในหลายองค์กร เรามักพบหัวหน้าประเภทหนึ่งที่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จะรีบเข้ามา “เคลียร์ทาง” ให้ทุกอย่างเดินต่อได้อย่างราบรื่น หัวหน้าลักษณะนี้เปรียบเสมือน “Snowplow” หรือ “รถกวาดหิมะ” ที่จะคอยไถหิมะออกจากถนนก่อนที่ใครจะลำบากหรือได้รับการบาดเจ็บ   

     แม้พฤติกรรมนี้จะเกิดจากความรับผิดชอบและความหวังดี แต่เมื่อหัวหน้าลงมือแก้ไขแทนทีมอยู่เสมอ นอกจากจะทำให้ทีมไม่กล้าตัดสินใจอะไรเองแล้ว ยังบั่นทอนความแข็งแรงขององค์กรอย่างเงียบๆ อีกด้วย

น้องไม่ต้อง เดี๋ยวพี่ทำเอง!  

     หัวหน้าแบบ Snowplow ไม่เป็น “เดอะแบก” ก็ “หวงงาน” จึงต้องลงมือทำเองทุกอย่างถึงจะสบายใจ โดยแบบแรกมักแบกงาน เพราะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ คิดแต่ว่าถ้าเราไม่อยู่ = งานไม่เดิน หรือ ถ้าเราพลาด = องค์กรพัง ในขณะที่แบบหลัง จะหวงงาน เพราะกลัวว่าถ้าให้คนอื่นทำ ตัวเองจะไม่สำคัญหรือสำคัญน้อยลง

     แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มีลักษณะสังเกตง่ายๆ ดังนี้

          - กวาดอุปสรรคแทนเมื่อเจอปัญหา หัวหน้าจะจัดการเองทั้งหมด เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้

          - ชอบพูดว่า “เดี๋ยวจัดการเอง” “เดี๋ยวทำเอง มันเร็วกว่า” เพราะไม่ไว้วางใจความสามารถของทีม

          - ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง มักมองข้ามความคิดเห็นของทีม ใช้แนวทางของตัวเองเป็นใหญ่

          - เอางานมากองที่ตัวเอง เก็บงานไว้ทำเองหมด จนคนในทีมไม่มีอะไรทำ

          - ไม่กระจายงาน ทำเองทุกอย่าง เพราะกลัวงานพลาด ไม่กล้ามอบหมายงานสำคัญให้คนอื่นๆ ทำ

มีคนทำให้...ทำไม? ไม่ดี

     ในระยะสั้น การมีหัวหน้าแบบ Snowplow อาจทำให้องค์กรดูเหมือนทำงานได้ราบรื่น ลูกค้าไม่บ่น งานไม่ค้าง ผลลัพธ์ออกมาดี แต่ในระยะยาว ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ เตรียมเจอปัญหาวิ่งเข้าชนแบบรัวๆ ได้เลย นั่นเพราะ

ทีมขาดทักษะการตัดสินใจ

     เมื่อหัวหน้าแก้ปัญหาแทนเสมอ ลูกทีมจะเรียนรู้ว่า “ไม่ต้องคิด เดี๋ยวหัวหน้าจัดการให้” ดังนั้น เมื่อเจอสถานการณ์ใหม่ๆ คนจะรอคำสั่งแทนการคิดเอง องค์กรจึงไม่สามารถขยายหรือรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นได้

เกิดคอขวด

     หัวหน้าแบบ Snowplow นี่แหละคือคอขวดของธุรกิจ เพราะต้องทำหลายบทบาท ต้องอนุมัติทุกเรื่อง ต้องแก้ปัญหาทุกจุด ต้องตัดสินใจแทนทุกคนไม่พอ ยังเอางานมาสุมไว้ที่ตัวเอง ผลคือ งานช้า งานไม่เดินหน้าถ้าหัวหน้าไม่อนุมัติหรือลงมือทำ ความเครียดสูง และทำให้องค์กรขึ้นกับ “คนๆ เดียว” มากเกินไป ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากในธุรกิจขนาดเล็ก

คนเก่งหมดไฟ หันหลังให้องค์กร

     ไม่ใช่ทุกคนที่คิดว่า มีหัวหน้าแบบนี้ก็ดี ทำงานน้อยดี เพราะคนเก่ง มีความสามารถ หรือ Talent สูงนั้น ต้องการที่จะเติบโต ได้รับโอกาส ได้ลองผิดลองถูก และได้พัฒนาตัวเอง แต่พอโดนบล็อกแบบนี้ สุดท้ายจะเลือกลาออก แม้จะชื่นชมในตัวหัวหน้าก็ตามที

4 วิธีเคลียร์หัวหน้า Snowplow

     องค์กรหรือเจ้าของธุรกิจสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ด้วย 4 วิธีง่ายๆ ดังนี้

          1. แยกให้ชัด “ใครเป็นคนรับผิดชอบ”  องค์กรต้องกำหนดให้ชัดว่า ใครเป็นคนรับผิดชอบหลักในงานนั้นๆ และปลูกฝังวัฒนธรรมหัวหน้ามีบทบาทเป็น “โค้ช” ไม่ใช่ “คนลงมือทำแทน” ซึ่งถ้ากำหนดคนที่รับผิดชอบงานได้แล้ว หัวหน้าควรที่จะเป็นฝ่ายถามคำถาม ให้กรอบการทำงาน และเป็นคนให้ Feedback ไม่ใช่ดึงงานกลับมาทำเอง

          2. ปรับ KPI ประเมินหัวหน้า แทนที่จะวัดแค่ว่า ปัญหาถูกแก้เร็วแค่ไหน ควรเพิ่มตัวชี้วัดหัวหน้าใหม่ เช่น ลูกทีมตัดสินใจได้เองมากขึ้นหรือไม่ จำนวนเรื่องที่ทีมจัดการได้โดยไม่ต้องพึ่งหัวหน้ามีมากน้อยแค่ไหน และความพร้อมของคนที่จะเป็นหัวหน้ารุ่นถัดไปมีใครฉายแววบ้างไหมและหัวหน้าปัจจุบันทำอย่างไร ซึ่งสิ่งที่องค์กรใช้เป็นตัววัดเหล่านี้ จะช่วยกำหนดพฤติกรรมของหัวหน้าและใช้ในการประเมินได้

          3. มี “พื้นที่ให้พลาดได้” องค์กรควรกำหนดให้ชัดว่า เรื่องไหน “พลาดไม่ได้” และเรื่องไหนที่ “พลาดได้เพื่อเรียนรู้” เพื่อสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถผิดพลาดได้อย่างปลอดภัย ไม่ถูกลงโทษแบบเหมารวม ซึ่งจะส่งผลให้หัวหน้าไม่จำเป็นที่จะต้องไถหรือกวาดเรียบทุกอย่าง เพื่อป้องกันความเสี่ยง รวมถึงส่งสัญญาณให้รู้ว่า หัวหน้าที่ไม่เข้าไปแก้ทุกเรื่อง ไม่ใช่หัวหน้าที่แย่ และการปล่อยให้ทีมได้ลอง ≠ ไม่รับผิดชอบ เพราะถ้าวัฒนธรรมองค์กรยังเชิดชูฮีโร่อยู่ หัวหน้าแบบ Snowplow จะไม่มีวันหายไป

          4. พูดคุยอย่างเปิดใจ แม้ว่าหัวหน้าแบบ Snowplow มักเป็นคนทุ่มเท รับผิดชอบสูง และกลัวองค์กรเสียหาย เพราะการตัดสินใจผิด แต่ควรมีการพูดคุยกันอย่างเปิดอก เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ลองถามว่า “ถ้าคุณไม่อยู่ 2 สัปดาห์ หรือป่วยขึ้นมากะทันหัน หรือลาออก ทีมจะเดินต่อได้แค่ไหน?” รวมถึงควรฝึกให้หัวหน้าลองกระจายงานไปยังลูกทีมดูบ้าง

     ดังนั้น องค์กรไหนที่อยากจะเติบโต ควรระลึกเสมอว่า หัวหน้าไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งที่สุดในทุกเรื่อง แต่ต้องเป็นคนที่ทำให้คนอื่นเก่งขึ้นได้ ที่สำคัญ ธุรกิจที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนนั้น ไม่ใช่ธุรกิจที่แก้ปัญหาได้เร็วที่สุด แต่คือธุรกิจที่ไม่ต้องให้หัวหน้าลงมาแก้ทุกเรื่องอีกต่อไป

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
  

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง