“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

Text : Panrung


     เชื่อว่าผู้ประกอบการ  จะต้องเจอสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจในธุรกิจ ไม่ว่าจะขยายสาขาไหม ควรลงทุนเครื่องจักรเพิ่มหรือเปล่า หรือการขยายตลาด ซึ่งการหาคำตอบมาสนับสนุนการตัดสินใจ โดยส่วนใหญ่มักจะอาศัยตัวเลข กราฟ และการคาดการณ์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีใครการันตีได้ว่าผลลัพธ์จะออกมาดีจริง ขณะที่การจะรอให้มีความมั่นใจ 100% เลยบางทีกลับทำให้ธุรกิจพลาดโอกาสสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว

     ท่ามกลางความคลุมเครือนี้ มีกรอบคิดหนึ่งที่ช่วยให้การตัดสินใจชัดขึ้น ด้วยการพาเราไปถามคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ “วันหนึ่งเราจะเสียใจไหม ถ้าวันนี้เราไม่เลือกทำสิ่งนี้” แนวคิดนี้เรียกว่า Regret Minimization

มองอนาคต เพื่อเลือกปัจจุบันให้ชัดขึ้น

     Regret Minimization คือกรอบคิดด้านการตัดสินใจบนพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ซึ่งยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลเสมอไป แต่มีแรงจูงใจทางอารมณ์ โดยเฉพาะ “ความเสียดาย” หรือความเสียใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะจริงๆ แล้วเรามักเสียดายในสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่าเสียดายสิ่งที่ล้มเหลว

     ดังนั้น แทนที่จะถามว่า “ทางเลือกไหนให้ผลลัพธ์สูงสุด”  แนวคิดนี้กลับชวนให้เราตัดสินใจมุ่งเลือกทางเลือกที่ทำให้เรา “รู้สึกเสียดายน้อยที่สุด” เมื่อมองไปในอนาคต ด้วยการตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้ามองย้อนกลับมาในอีก 10 ปี เราจะเสียดายอะไรมากที่สุด หากวันนี้ไม่ได้เลือกมัน ซึ่งการคิดแบบนี้ทำให้เราโฟกัสที่คุณค่าและผลกระทบในระยะยาว

บทเรียนจาก Jeff Bezos เลือกสิ่งที่จะไม่เสียใจภายหลัง

     กรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ซึ่งหากย้อนกลับไปในปี 1994 ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ เขามีงานมั่นคง รายได้ดี ใน Wall Street แต่เขาก็มีไอเดียดีๆ นั่นคือ "อยากขายหนังสือบนอินเทอร์เน็ต" ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเริ่มต้น ดังนั้น การลาออกมาเปิดร้านหนังสือออนไลน์จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงสูงมากๆ แต่แทนที่จะคิดแค่ว่าธุรกิจจะสำเร็จหรือไม่ เขาลองจินตนาการถึงตัวเองในวัย 80 ปี แล้วมองย้อนกลับมาที่วันนี้ว่า

     “จะเสียใจเรื่องไหนมากกว่ากัน ระหว่างลองแล้วล้มเหลว กับไม่เคยลองเลย”

     คำตอบชัดเจนในวัย 80 ปี เขาจะไม่เสียใจเลยที่ลองตั้งบริษัทแล้วเจ๊ง แต่เขาจะเสียใจมากกว่าถ้าไม่ได้ลอง นั่นทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพราะเขารู้ว่า Amazon จะสำเร็จ แต่เพราะเขาเลือกทางที่ต่อให้ล้มเหลว เขาก็ยังยอมรับตัวเองได้

วิธีนำไปใช้จริง

     ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ ลองใช้คำถาม 3 ข้อนี้

     1. ข้ามเวลาไปอนาคต ลองจินตนาการว่าอีก 5–10 ปี เราจะมองเรื่องนี้อย่างไร เรื่องที่ดูใหญ่วันนี้ อาจเล็กลงเมื่อเวลาผ่านไป

     2. ถามใจตัวเอง เขียนความเสียดายของแต่ละทางเลือกออกมาให้ชัด เช่น ถ้าไม่ได้เลือกทางที่อยากทำจริงๆ ในวันนี้ จะเสียดายไหม? และ "ถ้าฉันทำแล้วมันพัง จะรับได้ไหม?" เมื่อเห็นภาพชัด ๆ จะรู้ว่าความเสียดายแบบไหนหนักกว่ากัน

     3. เลือกทางที่เจ็บน้อยที่สุด ทางที่แม้ผลลัพธ์ไม่เป็นใจ เราก็ยังยอมรับมันได้ ถ้ายังพูดได้ว่า “อย่างน้อยก็ได้ลอง” นั่นมักเป็นสัญญาณของคำตอบที่ใช่ ส่วนใหญ่แล้ว เราจะพบว่าเรา "รับได้" กับความล้มเหลว แต่เรา "รับไม่ได้" กับความรู้สึกค้างคาใจที่ว่า “ถ้าวันนั้นทำ... ป่านนี้ชีวิตจะเป็นยังไงนะ?”

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
  

RECCOMMEND: MANAGEMENT

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง