ปรับโหมดลูกน้อง “Fauxductivity” ขยันทำงานแบบการละคร สู่โหมดจริงจังและได้ผลงานจริง

Text: VaViz


     “ช่างน่าภูมิใจอะไรอย่างนี้ มีลูกน้องดีๆ ขยันทำงานทั้งวัน”

     ถ้าผลลัพธ์จากประโยคนี้คือผลงานที่ดีและมีประสิทธิภาพคงไม่ใช่ปัญหาหรือเรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่อย่างที่คิด หรือเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง ที่มีลูกน้องรับบทแสดงนำแสร้งทำเป็นขยันล่ะ คุณจะว่ายังไง?  

รู้จัก “Fauxductivity” หลอกว่ายุ่ง แต่ใจไม่ได้มุ่งทำงาน

     พฤติกรรม “ทำตัวยุ่งหรือวุ่นกับงานเข้าไว้ โดยไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” นั้น เรียกว่า “Fauxductivity” ซึ่งมาจากคำว่า Faux + Productivity ใช้อธิบายอาการของคนที่แกล้งทำงานอยู่ตลอดเวลา ดูเผินๆ แล้วเป็นคนขยันเกินล้าน แต่งานจริงๆ กลับไม่เดิน ซึ่งกำลังแพร่กระจายอย่างหนักในโลกการทำงานปัจจุบัน   

     ช้าก่อน อย่าเพิ่งแปะป้ายไปว่า ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะพนักงานคนนั้นขี้เกียจหรือเป็นจอมอู้ไง เพราะถ้ามาพิจารณาให้ลึกลงไป การที่ลูกน้องคนหนึ่งต้องแกล้งทำงานแบบปลอมๆ นั้น อาจสะท้อนตัวผู้นำหรือวัฒนธรรมองค์กรที่มีปัญหาอะไรแอบซ่อนอยู่ก็เป็นได้ เช่น

     - อวยคนทำงานหนัก กดดันคนทำงานน้อย คนที่ดูขยันเท่านั้นถึงจะได้รับการชื่นชม ผลงานเป็นยังไงเอาไว้ก่อน ส่วนคนที่ดูชิลล์ๆ แต่ผลงานดีกลับถูกมองว่าขี้เกียจหรือยังดีไม่พอ

     - ปั้นวัฒนธรรม “Always-on” ต้องพร้อม 24/7 คาดหวังให้ลูกน้องต้องพร้อมทำงานตลอดเวลา ต้อง Productive อยู่เสมอ พร้อมสแตนบายไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ

     - บริหารจัดการงานไม่สมดุล บางคนต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน จนขาดประสิทธิภาพ ในขณะที่คนงานน้อยต้องหาอะไรทำ เพื่อฆ่าเวลา จะได้ไม่ถูกมองว่าว่าง รวมถึงคนที่ทำงานเสร็จเร็วและมีประสิทธิภาพก็ต้องหางานมาเพิ่ม เพื่อให้ดูเหมือนยุ่งตลอดเวลาแบบเดียวกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

 จะรู้ได้ยังไงว่า ใคร “ยุ่งจริง” หรือ “ยุ่งปลอม”

     การจะรู้ว่าพนักงานกำลัง “Fauxductivity” หรือ “ยุ่งจริง” หรือไม่นั้น ต้องดูกันมากกว่าแค่ภายนอก เช่น ความขยัน หรือการตอบแชทเร็ว โดยสามารถเช็กได้จากพฤติกรรมและสิ่งที่เขาคิดหรือทำ ดังนี้

     - ชอบอยู่ในที่ประชุมทั้งวัน แต่ Output จริงๆ แทบไม่มี   

     - ตอบอีเมล-แชทตลอด แต่ไม่มีงานชิ้นสำคัญที่เสร็จ

     - บ่นว่ายุ่งตลอดเวลา แต่ไม่มีอะไรจับต้องได้ว่า “เสร็จ” หรือ “สำเร็จ”

     - บอกเสมอว่าทำชิ้นนี้อยู่ แต่กลับส่งงานไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด

     - อธิบายชัดเจนไม่ได้ว่า อาทิตย์นี้มีอะไรสำคัญที่สุดที่ต้องทำ

     - แยกแยะงานที่ไม่จำเป็น ไม่สำคัญ หรือไม่ด่วนไม่ได้

     - ปรับตัวหรือยอมรับความคิดใหม่ๆ ไม่เป็น   

หมดเวลาแกล้งยุ่ง แล้วมาทำงานจริงๆ ให้รุ่งกันดีกว่า

     เพื่อไม่ให้พนักงานต้องสวมบทหนักจนเกินไป ถึงเวลาที่ผู้นำหรือหัวหน้าต้องย้อนมองกลับมาที่ตัวเองและวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพื่อแก้ปัญหาการทำงานแบบ Fauxductivity ให้อยู่หมัด ตามเคล็ดลับดังต่อไปนี้

     - ให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์ > การแสดง” สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นผลงานไม่ใช่ความยุ่ง ชื่นชมผลลัพธ์ไม่ใช่ชั่วโมงทำงาน

     - ส่งเสริมการทำงานที่ยืดหยุ่น สร้างมาตรฐานการตอบสนองที่สมเหตุสมผล ทำให้การพักหรือมีเวลาได้หยุดคิดกลายเป็นสิ่งปกติ ไม่ต้องเร่งทำทุกอย่างให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา

     - สร้างความไว้วางใจและให้อิสระในการทำงาน ฝึกให้พนักงานกล้าบอกว่า “อันนี้ไม่ใช่งานสำคัญ” โดยไม่รู้สึกผิดและไม่ต้องกังวลว่า จะมีผลกระทบลบๆ ตามมา

     - ลดเรื่องยุ่งที่ไม่คุ้มค่า เช่น ลดการประชุมที่ไม่จำเป็นลงหรือมีหัวข้อที่ไม่ชัดเจน กำหนดตอบอีเมล-แชทเป็นรอบๆ ไม่ต้องทำตลอดเวลา ฝึกให้ลูกน้องจัดลำดับความสำคัญของงานเป็น

     - ไม่มองข้ามเรื่องสุขภาพจิต ให้ความสำคัญกับ Mental Health เพราะการทำตัวให้ยุ่งและต้องกดดันอยู่ตลอดเวลาสามารถนำไปสู่ภาวะหมดไฟ หรือ Burnout และการตัดสินใจหันหลังให้องค์กรได้

     ทั้งหมดทั้งมวล การเกิดขึ้นของ Fauxductivity อาจอยู่ที่การขาดซึ่งความไว้วางใจและความปลอดภัยทางจิตใจในที่ทำงาน ที่ทำให้พนักงานต้องมานั่งกังวลในเรื่องของ Productivity ที่ไม่ว่าจะทุ่มเทแค่ไหนก็ยังอาจจะดูไม่ดีพอ เลยต้องแสร้งทำกันสักหน่อย ซึ่งถ้าปล่อยไว้ต่อไปคงไม่ดีแน่ๆ ดังนั้น ใครจับสัญญาณได้ก่อนและแก้ไขได้เร็ว จะยิ่งเพิ่มโอกาสพาให้ทุกคนในองค์กรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผลที่แท้จริง   

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง

สร้างทีมเล็ก ให้คิดการใหญ่ ด้วย Psychological Safety พื้นที่ที่ทำให้ทุกคนกล้าปล่อยของ

ทีมเล็ก แต่ทำไมบางที่ทำงานใหญ่ วิ่งเร็วกว่าทีมใหญ่ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ เพราะเมื่อคนในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก นั่นจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจ

Unstress Your Day กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ เรียกพลังทำงานให้รุ่ง ธุรกิจ-ชีวิตไม่ยุ่งเหยิง    

รู้จัก “Unstress Your Day” กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ ที่จะพาเจ้าของ SME ค่อย ๆ คลายความตึงเครียด เติมพลังให้สมองและหัวใจ พร้อมกลับมาทำงานได้อย่างมีโฟกัส ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง และชีวิตไหลลื่นแบบไม่ต้องยุ่งเหยิงอีกต่อไป