4 กลยุทธ์เด็ด! เพิ่มยอด Engagement บนโลกออนไลน์

TEXT : เจษฎา





     นักการตลาดทั่วโลกต่างให้การยอมรับว่า “โซเชียลมีเดีย” เป็นการตลาดที่ดีที่สุดรูปแบบหนึ่งของยุคนี้เลยทีเดียว แต่ประเด็นสำคัญก็คือ หากเนื้อหาไม่มีความน่าสนใจ ไม่ดึงดูด และไม่สร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าจะให้ความสนใจกับเราและกดติดตาม ตลอดจนซื้อสินค้าจากเราได้อย่างไร
               

     ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียกว่าร้อยละ 90 เคยใช้แพลตฟอร์มนี้ติดต่อกับแบรนด์ต่างๆ โดยตรง ดังนั้น ถ้าเราทำธุรกิจแล้วพบว่า ไม่มีลูกค้า คอมเมนต์สอบถาม หรือ Direct Message หรือสอบถามถึงผลิตภัณฑ์และบริการเลย แปลว่าการทำธุรกิจมีปัญหาแล้วอย่างแน่นอน


     แต่ไม่ต้องกังวลไป เรามีกลยุทธ์เด็ดเพื่อเพิ่มและสร้างโอกาสให้ลูกค้าหันมาสนใจแบรนด์ของเราให้มากขึ้น เพียงแค่เริ่มจาก




1. โฟกัสเนื้อหาที่มีความน่าสนใจ


     เรื่องราวที่น่าสนใจนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชิงบวกจากลูกค้าในอดีต เรื่องของผู้ประกอบการรายอื่นที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ จุดดีหรือจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเรา หรือแม้แต่ Caption สั้นๆ ที่ช่วยสร้างความรู้สึกดี สนุก ตลก หรือได้รับความรู้เมื่ออ่าน ซึ่งเราสามารถพัฒนาเนื้อหาได้หลายรูปแบบตามกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ ข้อความ วีดิโอ อินโฟกราฟิก เป็นต้น




 

2. สร้างโพลล์ หรือสอบถามกลุ่มเป้าหมาย


     คำถามถัดมาก็คือ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากลุ่มเป้าหมายชอบเนื้อหาแบบไหน เอาเป็นว่าลองใช้ Instagram ดูได้ เพราะแอปพลิเคชันนี้มีฟีเจอร์มากมายที่จะใช้สร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายได้ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างโพลล์ (Poll) โดยวิธีนี้จะช่วยให้เราสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย และได้รู้ว่าพวกเขาชอบ หรือไม่ชอบอะไร ซึ่งในต่างประเทศเหล่าผู้มีอิทธิพลบน Instagram และ Blogger ต่างยกให้ฟีเจอร์การสร้างโพลล์เป็นฟังก์ชันที่น่าสนใจ และผลลัพธ์ก็จะทำให้เราประหลาดใจกับกลุ่มเป้าหมายที่เราเคยคิดว่าเรารู้จักดีแล้วด้วย เพราะคำตอบอาจเซอร์ไพร์สเรามากๆ ขณะเดียวกันก็ทำให้เราเข้าใจลูกค้า และสร้างเนื้อหาหรือกิจกรรมที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายต้องการได้ตรงใจมากยิ่งขึ้น    

          


3. ถาม-ตอบ ผ่าน Live สด ด้วย Facebook หรือ Instagram
               

     อีกหนึ่งวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสนับสนุนกลยุทธ์การสร้าง Content ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย คือการ ถาม-ตอบ บน Facebook หรือ Instagram แบบ Live สด ซึ่งวิธีนี้นอกจากเรื่อง Content ที่กำลังจะทำในอนาคตแล้ว เรายังสามารถพูดคุยกับแฟนเพจรวมถึงกลุ่มเป้าหมายในเรื่องอื่นๆ ได้อีกมากมาย ทำให้เราอาจได้ข้อมูลในการพัฒนาแบรนด์ ฟีดแบ็ค แนวทางการพัฒนา Content ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมในเชิงบวกกับกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้นไปในคราวเดียวกัน



           

4. กระตุ้นการตัดสินใจทุกโพสต์
               

      เรื่องที่เรียบง่ายแต่มักถูกมองข้ามก็คือ การกระตุ้นการตัดสินใจ หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า “Call to Action” ยกตัวอย่างเช่น การพิมพ์ลงท้ายโพสต์ด้วยคำว่า “หากคุณสนใจ อย่าลืมส่งข้อความหาเรา” หรือ “ถ้าชอบคอนเทนต์แบบนี้ อย่าลืมกด Like หรือ Subscribe เป็นกำลังใจให้เราด้วย” หรือ “ชอบกด Like ถูกใจกด Share” เป็นต้น รวมถึงการขอให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้รับชมแสดงความคิดเห็นด้วยการกดอีโมติคอน เพื่อให้เรารับรู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับโพสต์ หรือ Content ของเรา
               

     หากเราไม่บอก ลูกค้าอาจไม่รู้ว่าจะมีส่วนร่วมกับเราอย่างไร แต่ถ้าบอก อย่างน้อยกลุ่มเป้าหมายก็รู้แนวทางการตอบโต้กับแบรนด์ นำไปสู่การสนทนา และพาไปถึงจุดที่สร้าง Trust หรือความรู้สึกดีๆ ร่วมกันได้ไม่ยาก   
 
               
     ทั้งหมดนี้คือแนวทางในเบื้องต้น สำหรับการสร้างโอกาสให้ลูกค้าหันมาสนใจแบรนด์ของเราให้มากขึ้น SME สามารถนำไปใช้กันได้




 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี   

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง