ส่องกลยุทธ์ทัวร์จีนปรับตัวอย่างไรให้รอด ในช่วงสองปีที่มีวิกฤต

TEXT : หมวยนิ YDM Thailand
PHOTO: baidu.com


 

          ตามสุภาษิตจีน “เมื่อหมดก็ต้องเปลี่ยน เมื่อเปลี่ยนก็ต้องรอด” เกือบสองปีแล้วที่ประเทศที่ส่งออกนักท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดของโลกไม่ให้คนจีนเดินทางออกนอกประเทศ ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวที่จีนจึงหันมาให้กับความสนใจท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เรามาดูกันว่าบริษัทท่องเที่ยวทั้งหลายที่จีนปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด และแนวทางเหล่านี้อาจจะช่วยจุดประกายให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในไทยได้บ้าง





ลดกระหน่ำจับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น



          แตกต่างจากการเที่ยวต่างประเทศที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง การลดราคาแพ็คเกจท่องเที่ยวในประเทศซึ่งพื้นฐานเดิมก็ย่อมเยาอยู่แล้วยิ่งทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมชอบเที่ยวแต่มีรายได้น้อยตัดสินใจง่ายและเร็วในการเดินทางมากขึ้น รายงาน “แนวโน้มการบริโภคการท่องเที่ยวในวันชาติจีนปี 2021" ที่เผยแพร่โดย Tuniu เมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าในบรรดานักท่องเที่ยว เกือบ 70% เกิดในช่วงทศวรรษ 90 และในเดือนตุลาคม 2020 Ctrip ได้เผยแพร่ภาพ user profile กลุ่มสมาชิกซึ่งแสดงให้เห็นว่าในบรรดาสมาชิกใหม่ของ Ctrip ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คนหนุ่มสาว "รุ่นใหม่" เช่นหลังยุค 90, หลัง 00s, และหลังยุค 10 คิดเป็นเกือบ 70% คนหนุ่มสาวเหล่านี้ generate รายได้มากกว่าครึ่งของ Ctrip นับแสนล้านหยวน  



โปรโมชั่นกล่องสุ่มตั๋วเครื่องบิน 99 หยวน ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มวัยรุ่น


Digital marketing เท่านั้น


            แน่นอนเมื่อต้องสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคที่โตมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ การทำการตลาดบนออนไลน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันการซื้อบริการท่องเที่ยวในประเทศของจีนเกือบ 100% เกิดขึ้นบนออนไลน์ ผู้ประกอบการไทยที่ยังพึ่งชองทางขายแบบ traditional อาจจะต้องหันมาทำการตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง


           เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พฤติกรรมซื้อบริการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ การขายบริการท่องเที่ยวไม่จำกัดอยู่บนแพลตฟอร์ม OTA เท่านั้น ผู้ประกอบการยังสามารถขายผ่านช่องทาง social media และ online shopping platform เช่น Shopee Lazada ซึ่งก็เป็นทางออกที่ดีเพราะ commission rate ต่ำกว่าและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ข้างกว้าง


สาวฟาร์มสเตย์ที่จีนไลฟ์ขายแพ็คเกจผ่านทางออนไลน์


เที่ยวแบบมี story



          แตกต่างจากการท่องเที่ยวต่างประเทศที่แหล่งสถานที่ก็ทำให้คนตัดสินใจเดินทางได้แล้ว การเที่ยวในประเทศต้องมีแม่เหล็กมากขึ้นเพื่อดึงดูดคนให้ออกจากบ้าน ซึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการจีนใช้คือสร้าง story และ new experience ให้กับการท่องเที่ยว เช่นการ “ท่องเที่ยวสีแดง” ที่เน้นเส้นทางประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตามรายงานของ Mafengwo 76.92% ของคนรุ่นหลังยุค 95 ชอบสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวสีแดง

 

 
 
            สนุกกับเพื่อนอย่างเต็มที่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์โดยการเข้าพักที่ โรงแรมเกมออนไลน์ ที่แตกต่างจากอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ที่พักเหลานี้มีความเป็นส่วนตัวสูง สะอาด พร้อมด้วยอุปกรณ์เล่นเกมที่ทันสมัย ตั้งแต่ช่วงโควิดถึงปัจจุบันมีโรงแรมเกมออนไลน์เกิดขึ้นมากกว่า 1200 แห่งทั่วประเทศจีน





          สำหรับประเทศไทยที่มีวัฒนธรรมสวยงามและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ถ้าลองใส่ creative idea เข้าไปก็น่าจะเป็นสีสันในการท่องเที่ยวแบบใหม่ ๆ


          สุดท้ายนี้ ผู้เขียนหวังว่าประกอบการไทยที่ “รอ” นักท่องเที่ยวจีนกลับมาจะลองปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศก่อนและนักท่องเที่ยวจีนที่จะกลับมาอีกครั้งในอนาคตจะไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน  เพราะผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนได้สร้างประสบการณ์และพฤติกรรมใหม่ๆ กับผู้บริโภคจีนอย่างต่อเนื่อง

 

 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง