จับตาโฉมใหม่ธุรกิจโรงแรม เมื่อ AI มีแทรกซึมธุรกิจบริการมากขึ้น







     การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้งานในอุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาคการผลิต เช่น โรงงานต่าง ๆ นั้นอาจจะมีมานานแล้ว แต่ในส่วนของธุรกิจบริการนั้น เพิ่งจะเห็นจริงจังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างธุรกิจโรงแรมนั้นก็จะเริ่มเห็นการนำระบบต่าง ๆ มาใช้เพื่อทุ่นแรงงานคน เช่น แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมที่ใหญ่สุดในโลกเตรียมนำระบบเช็คอินด้วยใบหน้ามาใช้ โดยแมริออทจับมือเป็นพันธมิตรกับอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซและผู้พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินหรือฟินเทคนำร่องทดสอบระบบที่โรงแรม 2 แห่งในเมืองหังโจว และเมืองซานย่า
               

     เทคโนโลยีที่นำมาใช้จะทำให้ย่นเวลาในการเช็คอินให้เสร็จภายในไม่ถึง 1 นาที วิธีการคร่าว ๆ ก็คือจะมีตู้อัตโนมัติตั้งวางอยู่ ลูกค้าเพียงสแกน ID อาจจะเป็นพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชน จากนั้นถ่ายรูป และกรอกรายละเอียดลงบนเครื่อง เมื่อเครื่องตววจสอบ ID ว่าตรงกับข้อมูลแล้ว เครื่องจะทำการจ่ายกกุญแจห้องให้ ซึ่งหากมีการติดตั้งระบบนี้มากขึ้นอาจทำให้ความจำเป็นในการจ้าง receptionist หรือพนักงานต้อนรับประจำเคาน์เตอร์ลดน้อยลง
               

     นอกจากนั้น กระแสที่กำลังมาในหลายโรงแรมตอนนี้คือการติดตั้ง “ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งงานด้วยเสียง” ไว้ภายในห้องพักเพื่ออำนวยความสะดวกให้แขกที่เข้าพัก ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถใช้งานแทนมนุษย์ได้ ยกตัวอย่างโรงแรมวิน ลาสเวกัสในรัฐเนวาดา สหรัฐฯที่จัดหา Echo ผู้ช่วยดิจิทัลไว้ตามห้องพัก 5,000 ห้องของโรงแรท ทั้งนี้ Echo เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ติดตั้ง Alexa อันเป็นซอฟต์แวร์ AI พัฒนาโดยอเมซอน อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของโลก มันจะเอื้อให้แขกสามารถพูดคุย สอบถาม หรือสั่งให้หาข้อมูลต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยวให้โดยการใช้สั่งด้วยคำพูด
               

     ขณะเดียวกัน โรงแรมแมริออทในบอสตันเองก็กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเลือกใช้ระบบคำสั่งด้วยเสียงใดดีระหว่าง Alexa กับ Siri ของบริษัทแอปเปิล เชื่อว่าในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีนี้มีราคาถูกลง โรงแรมต่าง ๆ จะหันมาใช้งานแพร่หลายขึ้น  และเป็นไปได้ที่จะกระทบต่อการจ้างงานในตำแหน่งต่าง ๆ อาทิ guest relation/concierge หรืออาคันตุกะสัมพันธ์ที่รับหน้าที่ให้ข้อมูลลูกค้า นอกจากนั้น ยังมีงานต่าง ๆ ที่สามารถผลักไปให้เทคโนโลยีหรือโรบอตช่วยเช่น การติดตั้งโรบอตเชฟเพื่อช่วยปรุงอาหารในครัว การติดตั้งเครื่องผสมค็อกเทลอัตโนมัติเพื่อแบ่งเบาภาระบาร์เทนเดอร์ ไปจนถึงโรบอตที่ทำหน้าที่แทนพนักงาน room service ในการนำอาหารหรือสิ่งที่ลูกค้าสั่งไปส่งถึงห้อง
               

     ไม่เท่านั้น ในอนาคตเราอาจเห็นโรงแรมต่าง ๆ พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ทำให้ลูกค้าสามารถเช็คอิน/เช็คเอ้าท์ผ่านแอพ และรับกุญแจห้องแบบ virtual key ที่อยู่ในรูปรหัส นอกจากทำหน้าที่ไขประตูห้อง กุญแจเสมือนจริงนี้ยังใช้เป็นรีโมทคอนโทรลสำหรับปิดเปิดอุปกรณ์ในห้องพัก เช่น เครื่องปรับอากาศ หลอดไฟ ทีวี และอื่น ๆ อีกด้วย ล
               

     การมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และได้สร้างความหวาดหวั่นให้กับพนักงานโรงแรมหลายแห่ง อย่างที่ฮาวาย สหภาพแรงงานพนักงานโรงแรมได้ลงมติให้มีการเรียกร้องจากนายจ้าง นอกเหนือจากการเพิ่มค่าแรงและความปลอดภัยในการทำงาน ยังเป็นเรื่องการปกป้องแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้
               

     แม้นายจ้างจะระบุไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดจำนวนคนทำงาน แต่เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการใช้บริการให้กับลูกค้า แต่เชื่อว่าอย่างไรแล้วคงเกิดผลกระทบอยู่บ้าง ทั้งนี้ McKinsey Global Institute สถาบันวิจัยธุรกิจชั้นนำประเมินช่วงระว่างปี 2016-2030 เทคโนโลยีและ AI จะทำให้การจ้างงานในภาคส่วนบริการที่พักและร้านอาหารลดลงราว 30% คงต้องถึงเวลาที่เหล่าแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ต้องปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
 


อ้างอิง
https://medium.com/the-mission/how-will-artificial-intelligence-in-hotels-impact-the-operational-dynamics-and-customer-experience-39753f75bf21
www.reuters.com/article/us-alibaba-marriott-intnl-facial-recogni/check-in-with-a-smile-marriott-alibaba-trial-facial-recognition-at-china-hotels-idUSKBN1K11B0
www.cnbc.com/2018/09/25/hotel-workers-fret-over-a-new-rival-alexa-at-the-front-desk.html



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: TECH

พลิกเม็ดมะม่วงตกเกรด สู่ชีส Plant-based AVAGAN นวัตกรรม Food Tech ฝีมือคนไทย ทางเลือกใหม่ ให้คนแพ้นมวัวกินชีสได้ฟินกว่าเดิม

ในประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งมีภาวะแพ้แลคโตส การ “กินชีส” อาจเป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือในบางรายถึงขั้นแพ้รุนแรง นี่คือ Pain Point สำคัญที่ทำให้ Avagan ถือกำเนิดขึ้น

นวัตกรรมโชยุใสจากนาโกย่า Ichibiki พลิกวงการซอสถั่วเหลือง เสิร์ฟความอร่อยที่ไร้สี

ที่เห็นขวดใสๆตั้งอยู่ในครัว นั่นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่คือซอสถั่วเหลืองสีใส หรือ Transparent Soy Sauce ผลิตโดย บริษัท Ichibiki จากเมือง Nagoya ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการหมักมิโสะและโชยุแบบดั้งเดิมมายาวนานกว่า 250 ปี

จากธุรกิจปาเต๊ะรุ่นพ่อ สู่แบรนด์ ‘ซาโลมา ปาเต๊ะ’ ที่เพิ่มมูลค่างานคราฟท์ด้วยนวัตกรรม ผลิตแบบชิ้นเดียวในโลก ดันราคาสูง 100 เท่า

จากลูกสาวคนทำผ้าปาเต๊ะ สู่เจ้าของแบรนด์ซาโลมา ปาเต๊ะ ที่ผสานคราฟต์ 100% กับนวัตกรรมเส้นใยคอลลาเจนจากเกล็ดปลานวลจันทร์ พัฒนาให้กลายเป็นผ้าปาเต๊ะแบบชิ้นเดียวในโลก จากผ้าหลักร้อย สู่ราคาหลักหมื่น