รู้จัก Consumer Biotech เทรนด์สุขภาพแห่งอนาคตใน 3 นาที ตลาดแสนล้านที่ SME ไม่ควรพลาด

Text: Neung Cch.


     เมื่อก่อน คำว่า "เทคโนโลยีชีวภาพ" (Biotechnology) อาจฟังดูเหมือนเรื่องไกลตัวเกี่ยวข้องกับห้องแล็บและนักวิจัยเท่านั้น แต่วันนี้ โลกได้ขยับมาไกลกว่านั้นมาก

     Biotech กำลังหลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่อาหารที่กินไปจนถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่และนั่นทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า Consumer Biotech เทคโนโลยีชีวภาพสำหรับผู้บริโภคที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของนวัตกรรม ที่ฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่วันนี้ Biotech กำลังกลายเป็นของจริงในตลาดไม่ว่าจะเป็น “โปรตีนทางเลือก”, “สกินแคร์เฉพาะบุคคล”, หรือ “แฟชั่นจากวัสดุชีวภาพ” “ตลาดใหม่ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.7 - 6.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2040” ที่ SME ไทยควรรีบคว้า ก่อนที่คู่แข่งจะชิงตัดหน้า

สุขภาพ + ความยั่งยืน = สูตรลับของการเติบโตในยุคนี้

     ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลือกสินค้าเพียงแค่ถูกและดีอีกต่อไป แต่ต้อง ดีต่อสุขภาพ และ ดีต่อโลก ไปพร้อมกันConsumer Biotech คือคำตอบของโจทย์นี้ เพราะเป็นการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการพัฒนาโปรดักต์ที่ “แม่นยำขึ้น” และ “ยั่งยืนขึ้น” เช่น:

     - โปรตีนทางเลือก ที่ใช้พืชหรือการเพาะเซลล์แทนการเลี้ยงสัตว์

     - สกินแคร์หรืออาหารเสริมเฉพาะบุคคล ที่ออกแบบตาม DNA

     - วัสดุชีวภาพ จากใบสับปะรด ยางพารา หรือสาหร่าย ที่แทนพลาสติกหรือหนังสัตว์ได้

     ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องในอนาคต เพราะกำลังเกิดขึ้นจริง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว

ตลาดที่โตเร็ว… และ SME เข้าได้

     จากรายงานของ McKinsey Global Institute ตลาด Consumer Biotech ทั่วโลกกำลังขยายตัวแบบก้าวกระโดด โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.7 - 6.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2040 แค่เฉพาะในกลุ่ม “โปรตีนทางเลือก” ปี 2022 ก็มีมูลค่าถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% - 25%

     สินค้าที่พัฒนาตาม DNA หรือใช้วัสดุชีวภาพก็กำลังขยับขึ้นเป็นเมนสตรีมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ ตลาดนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่เพราะต้นทุนการเข้าถึงเทคโนโลยีต่ำลงอย่างชัดเจน

     ยกตัวอย่างเช่น ราคาการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ (Human Genome Sequencing) ที่เคยสูงถึง 47 ล้านดอลลาร์ในปี 2003 วันนี้เหลือไม่ถึง 200 ดอลลาร์ แล้วในปี 2024 นั่นหมายความว่า SME ขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ก็สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาออกแบบโปรดักต์ใหม่ได้ในงบที่จับต้องได้จริง

ตัวอย่าง SME ไทยที่ขยับเข้าสู่ Consumer Biotech

     เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นี่คือตัวอย่าง SME ไทยที่กำลังใช้เทคโนโลยีชีวภาพมาออกแบบสินค้าใหม่ ๆ:

     บริษัท สไปก์ อาร์ซิ เทคโนนิคส์ จำกัด ที่ผลิต Microspike แผ่นเข็มจิ๋วออกแบบเฉพาะ ถูกคิดค้นเพื่อปลดล็อคขีดจำกัดการผลิตด้วยเทคโนโลยีเดิม ให้มีประสิทธิภาพมากกว่า ด้วยกระบวนการผลิตแผงเข็มที่รวดเร็วกว่า 20 เท่า สามารถใช้ในสกินแคร์และเวชสำอาง สามารถสร้างยอดขายได้ 2 ล้านบาทในปีแรก ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่มาจากหลายพื้นที่ทั่วโลก

    Hooray! แบรนด์ไทยแท้เปิดตลาด ‘นมโปรตีนพร้อมดื่ม' ท้าชนยักษ์ใหญ่วงการนม ชิงส่วนแบ่งทางการตลาด พร้อมกับการสร้างพื้นที่ให้คนไทยได้รู้จักกับนมโปรตีนทางเลือกมากยิ่งขึ้นในสังคม และทำรายได้ถึงกว่า 600 ล้านบาทในปี 2566

คนไทยพร้อมรับ – ตลาดไทยพร้อมโต

     การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคไทยก็สนับสนุนเทรนด์นี้อย่างชัดเจน จากข้อมูลของ SCB EIC พบว่า คนไทยยินดีจ่ายเพิ่มเฉลี่ย 12% สำหรับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 10% (อ้างอิงจาก PWC) ในขณะเดียวกัน คนไทยก็เริ่มใส่ใจสุขภาพแบบลงลึกมากขึ้นปี 2024 ข้อมูลจาก LINE MAN พบว่า การสั่ง “เมนูไม่หวาน” เพิ่มขึ้นถึง 160% จากปีก่อนหน้าสะท้อนให้เห็นว่า พฤติกรรมสุขภาพไม่ใช่กระแส แต่กลายเป็นนิสัยของผู้บริโภคไปแล้ว

     เมื่อประกอบกับเทรนด์การเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์” และการผลักดันนโยบาย BCG Economy ของรัฐบาลไทยที่เน้น Bio – Circular – Green economy ก็ยิ่งทำให้ Consumer Biotech กลายเป็นแนวทางที่สอดคล้องทั้งในระดับผู้บริโภคและนโยบายรัฐ

โอกาสสำหรับ SME ที่มองไกล

     Consumer Biotech ไม่ได้เป็นแค่ “ทางเลือก” แต่น่าจะกลายเป็น “ความจำเป็น” สำหรับ SME ที่ต้องการอยู่รอดในระยะยาวใครเริ่มก่อน = ได้เปรียบก่อน

     ลองนึกภาพ SME ไทยที่พัฒนาโปรตีนจากพืชให้ตรงกับรสนิยมของคนรุ่นใหม่หรือผลิตสกินแคร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ DNA ของคนไทยในแต่ละภูมิภาค หรือแบรนด์แฟชั่นที่ใช้วัสดุชีวภาพจากผลผลิตเกษตรในท้องถิ่น

     ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แค่ทำได้จริง แต่ยังเป็นโมเดลธุรกิจที่มีคนพร้อมจ่ายและรัฐพร้อมหนุน

ถึงเวลา “เข้าใจก่อน โอกาสจะผ่านไป”

     Consumer Biotech กำลังเปลี่ยนวิธีคิดในการสร้างสินค้าและบริการแบบเดิมๆ มันคือพื้นที่ใหม่ ที่มีทั้งเทคโนโลยี ผู้บริโภค และนโยบายรัฐ อยู่ฝั่งเดียวกันสิ่งที่ SME ต้องทำตอนนี้ คือเริ่มศึกษาและมองหาโอกาสเล็ก ๆ ที่เหมาะกับความเชี่ยวชาญของตัวเอง

     เพราะในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน…บางครั้งผู้ชนะอาจไม่ใช่ “คนที่เก่งกว่า”แต่คือ “คนที่เริ่มก่อน”

     ที่มา: SCBEIC

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: TECH

พลิกเม็ดมะม่วงตกเกรด สู่ชีส Plant-based AVAGAN นวัตกรรม Food Tech ฝีมือคนไทย ทางเลือกใหม่ ให้คนแพ้นมวัวกินชีสได้ฟินกว่าเดิม

ในประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งมีภาวะแพ้แลคโตส การ “กินชีส” อาจเป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือในบางรายถึงขั้นแพ้รุนแรง นี่คือ Pain Point สำคัญที่ทำให้ Avagan ถือกำเนิดขึ้น

นวัตกรรมโชยุใสจากนาโกย่า Ichibiki พลิกวงการซอสถั่วเหลือง เสิร์ฟความอร่อยที่ไร้สี

ที่เห็นขวดใสๆตั้งอยู่ในครัว นั่นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่คือซอสถั่วเหลืองสีใส หรือ Transparent Soy Sauce ผลิตโดย บริษัท Ichibiki จากเมือง Nagoya ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการหมักมิโสะและโชยุแบบดั้งเดิมมายาวนานกว่า 250 ปี

จากธุรกิจปาเต๊ะรุ่นพ่อ สู่แบรนด์ ‘ซาโลมา ปาเต๊ะ’ ที่เพิ่มมูลค่างานคราฟท์ด้วยนวัตกรรม ผลิตแบบชิ้นเดียวในโลก ดันราคาสูง 100 เท่า

จากลูกสาวคนทำผ้าปาเต๊ะ สู่เจ้าของแบรนด์ซาโลมา ปาเต๊ะ ที่ผสานคราฟต์ 100% กับนวัตกรรมเส้นใยคอลลาเจนจากเกล็ดปลานวลจันทร์ พัฒนาให้กลายเป็นผ้าปาเต๊ะแบบชิ้นเดียวในโลก จากผ้าหลักร้อย สู่ราคาหลักหมื่น