PASH เปลี่ยนผลไม้ไทย ให้เป็นธุรกิจสมูทตี้ที่สเกลได้จริง วางระบบด้วยวิธีคิดแบบวิศวกร

Text: Wipawan In.

Photo: Sunun Lorsomsab


     PASH ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์สมูทตี้ผลไม้ทั่วไป แต่เป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การผลิตเชิงอุตสาหกรรม และมุมมองแบบเชฟ มาหลอมรวมเข้ากับวัตถุดิบผลไม้ไทย จนเกิดเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งรสชาติ คุณภาพ และโมเดลธุรกิจที่สามารถขยายสู่การสร้างแฟรนไชส์ได้

     เรื่องราวของ PASH สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าใจ “กระบวนการ” สามารถยกระดับสินค้าอย่างผลไม้ ให้กลายเป็นธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มและเติบโตได้ในระยะยาว โดยเบื้องหลังแนวคิดทั้งหมดนี้คือ ปอม วงศธร สถิตย์สุขเสนาะ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมเครื่องกล และเป็นกำลังสำคัญในการวางระบบคิดของแบรนด์

จากผลไม้ไทยสู่แบรนด์ระดับอุตสาหกรรม: จุดเริ่มต้นของ PASH

     PASH ไม่ได้มาจากความตั้งใจจะเปิดร้านสมูทตี้ แต่เริ่มจากอยากนำคุณค่าของผลไม้ไทยออกสู่ตลาดโลก แรงบันดาลใจสำคัญมาจากคุณอาซึ่งเป็นเชฟชาวไทยที่ใช้ชีวิตและเปิดร้านอาหารอยู่ในนิวยอร์กมานานกว่า 30 ปี เมื่อกลับมาเยี่ยมประเทศไทย เขาสัมผัสได้ถึงความโดดเด่นของผลไม้ไทย ทั้งรสชาติ กลิ่น และความหลากหลายที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก ความคิดจึงเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า “ทำอย่างไรให้ผลไม้ไทยถูกนำไปใช้ได้มากกว่าการบริโภคสด และสามารถส่งออกได้อย่างมีคุณภาพ”

     แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การก่อตั้งโรงงาน และการสร้างแบรนด์ที่เน้นการ “แปรรูปอย่างมีคุณค่า” ภายใต้ชื่อ PASH มาจากคำว่า Passion Fruit หรือเสาวรส ซึ่งถูกเลือกให้เป็นวัตถุดิบหลักในช่วงเริ่มต้น เพราะมีคาแรกเตอร์รสชาติที่ชัด เปรี้ยวสดชื่น และแตกต่างจากผลไม้ที่มักถูกนำมาใช้ในตลาดสมูทตี้ทั่วไป เสาวรสจึงไม่ใช่แค่ส่วนผสม แต่เป็นสัญลักษณ์ของตัวตนแบรนด์ที่ต้องการชูผลไม้ไทยในมุมใหม่

หยิบความรู้ด้านวิศวกรรมมาเป็นหัวใจของรสชาติและคุณภาพ

     หนึ่งในความแตกต่างสำคัญของ PASH คือโครงสร้างความคิดแบบวิศวกร ผู้ร่วมก่อตั้งและทีมหลักล้วนมีพื้นฐานด้าน Engineering ทำให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การออกแบบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ ถูกคิดอย่างเป็นระบบ

     “ที่เราเลือกนำความรู้ด้านนวัตกรรมมาเชื่อมโยงเข้ากับธุรกิจไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวก แต่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ถูกนำมาใช้เพื่อลดของเสีย คุมมาตรฐาน และรักษาคุณภาพของผลไม้ให้ใกล้เคียงกับการทำแบบ home cooking มากที่สุด เราเลือกใช้เครื่องจักรเฉพาะทางที่นำเข้าจากอิตาลี ซึ่งในช่วงนั้นถือเป็นโรงงานเดียวในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ที่ช่วยรักษา texture กลิ่น และรสชาติของผลไม้ โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนกระบวนการแปรรูปทั่วไป ผลลัพธ์คือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแช่แข็งหรือแปรรูป แต่ยังให้ประสบการณ์ใกล้เคียงผลไม้สด ทั้งความเข้มข้นและความเป็นธรรมชาติ”

     หัวใจสำคัญอีกประการคือการยึดมั่นในคุณภาพวัตถุดิบ PASH เลือกใช้ผลไม้ตามฤดูกาล และให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง เพราะต่อให้เทคโนโลยีดีแค่ไหน แต่วัตถุดิบไม่ดี กระบวนการทั้งหมดไม่มีความหมาย ทำให้แบรนด์จับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อคุณภาพ และกลายเป็นฐานลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ต่อยอดสู่ นวัตกรรมเพื่อการขยายแฟรนไชส์

ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความเป็น PASH ได้ชัดเจนที่สุดคือ “สมูทตี้คิวบ์” ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาทั้งด้านคุณภาพ ต้นทุน และการทำงานหน้าร้าน สมูทตี้คิวบ์คือการนำเนื้อผลไม้และน้ำผลไม้มาผสมเข้าด้วยกันตามสูตร จากนั้นแช่แข็งเป็นก้อนสี่เหลี่ยม กระบวนการนี้ทำให้หน้าร้านไม่ต้องตวง ผสม หรือเติมน้ำแข็งเพิ่มเติม เพียงนำไปปั่นกับเบสของเหลวก็สามารถเสิร์ฟได้ทันที

“แนวคิดนี้ช่วยลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) เพิ่มความเร็วในการเสิร์ฟ และคุมมาตรฐานรสชาติให้เหมือนกันทุกแก้ว ทุกสาขา โดยเฉลี่ยแบรนด์เราใช้เวลาเสิร์ฟเพียงประมาณ 1 นาทีต่อแก้ว ซึ่งเร็วกว่าแบรนด์สมูทตี้ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่ง การจัดเก็บ และเพิ่มความปลอดภัยด้านอาหาร เพราะกระบวนการทั้งหมดถูกควบคุมจากโรงงาน”

จากจุดนี้เองที่ PASH เริ่มเห็นศักยภาพในการขยายธุรกิจสู่แฟรนไชส์ เดิมทีร้านรีเทลถูกเปิดขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด เมื่อการส่งออกชะลอตัว แต่ผลลัพธ์ดีเกินคาด ด้วยระบบหลังบ้านที่แข็งแรง โรงงานที่ จึงเชื่อว่า PASH มีความพร้อมในการเป็นแฟรนไชส์ที่สามารถขยายได้จริง ปัจจุบันมีผู้สนใจแฟรนไชส์อยู่ในระดับหลักสิบราย และแบรนด์ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาระบบสนับสนุนแฟรนไชส์อย่างครบวงจร

สร้างสมดุลระหว่างคราฟต์ คุณภาพ และการเติบโต

    เมื่อมองไปข้างหน้า PASH วางตำแหน่งตัวเองอย่างชัดเจนในฐานะแบรนด์ที่ยืนอยู่บนสองขาหลัก คือธุรกิจ retail และการเป็นซัพพลายเออร์วัตถุดิบให้กับคาเฟ่ ร้านอาหาร และพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการขยายแฟรนไชส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน สิงคโปร์ หรือมัลดีฟส์ ตามแนวโน้มการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มสุขภาพที่ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ ทำให้แบรนด์ไทยอย่าง PASH ขยายตัวได้อีกมาก

     นิยามของ PASH ในมุมของคุณปอมคือ “Chef Craft Recipe” การผสานมุมมองของเชฟและวิศวกรเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับ มีคุณภาพ ปลอดภัย และอร่อย ภายใต้แนวคิดนี้ PASH ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างมีระบบ ไม่ไล่ตามเทรนด์ฉาบฉวย แต่เลือกสร้างความแตกต่างที่ยั่งยืน และสร้างอิมแพกต์ให้กับตลาดในระยะยาว

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

T-Shed เสื้อยืด 2 in 1 สำหรับคนใส่แว่น ใส่ก็เท่ เช็ดแว่นก็ดี หมดปัญหาทำเลนส์เป็นรอย

คนใส่แว่น ต้องเคยประสบปัญหานี้! เผลอ “เช็ดแว่นด้วยเสื้อ” จนทำให้เลนส์เป็นรอยขีดข่วนโดย จาก Pain Point ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดไอเดียสุดครีเอทเสื้อยืด “T-Shed” (ทีเช็ด) ฟังก์ชันพิเศษออกมาที่สามารถใช้เช็ดแว่นได้จริง โดยไม่ทำให้เลนส์เป็นรอย

จาก ‘ระบบจำ’ ของแม่สู่ ‘ระบบ Data’ ของลูก ถอดสูตรทายาท ‘บัวทองเบเกอรี่’ เปลี่ยนร้านที่ต้องมีเจ้าของเฝ้า สู่ธุรกิจที่รันได้เอง

เมื่อเอิร์ธ-อมรชัย สุวรรณวิไกุล ทายาทรุ่น 2 บัวทองเบเกอรี่ ธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบและอุปกรณ์เบเกอรี่ ตัดสินใจเปลี่ยนจากระบบที่พึ่งพาตัวบุคคล สู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่เพียงทำให้ธุรกิจเดินต่อได้ แต่ยังคืนอิสรภาพให้ผู้เป็นแม่ได้สำเร็จ

จากวิกฤตที่เกือบปิดโรงงาน สู่จุดเปลี่ยนของการสร้างแบรนด์เทวิกา เครื่องประดับที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

จากธุรกิจครอบครัวที่เจียระไนพลอยและผลิตจิวเวลรี่ส่งออกมายาวนาน แต่เมื่อมาเจอกับโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างสะดุดลง รายได้แทบเป็นศูนย์ “เพนกวิน–ณัฐชยา” ทายาทรุ่นที่ 3 จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัว และสร้างแบรนด์เทวิกาจิวเวลรี่ที่มีชิ้นเดียวในโลกขึ้น