จาก "เบ็ดตกปลา" สู่ "อาณาจักรขนมไวรัล SGFR Store ที่ทำให้วัยรุ่นสิงคโปร์ ยอมตื่นตี 5 มาต่อคิว
เรียบเรียง : PhanRung
ในเช้าวันหยุดที่หลายคนยังคงนอนหลับพักผ่อน วัยรุ่นสิงคโปร์กลุ่มใหญ่กลับไปยืนรวมตัวกันหน้าห้างสรรพสินค้าในย่านอี้ชุนตั้งแต่ตี 5 เพื่อรอคอยการเปิดตัวสาขาใหม่ของ SGFR Store กระแสความแรงนี้ส่งผลให้คิวทอดยาวเลื้อยผ่านห้าง Northpoint City จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องขอให้บางส่วนออกจากพื้นที่ก่อนเวลาห้างเปิด เพื่อจัดระเบียบฝูงชนที่ล้นหลามเกินความคาดหมาย
ปรากฏการณ์ "ห้างแตก" เช่นนี้ มักสงวนไว้สำหรับการเปิดตัวสินค้า Limited Edition หรือการกดบัตรคอนเสิร์ตศิลปินดัง แต่สำหรับ SGFR Store นี่คือภาพจำที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นเครื่องยืนยันว่าแบรนด์นี้ได้เข้าไปครองใจกลุ่มนิชมาร์เก็ต (Niche Market) ของสิงคโปร์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
จุดเริ่มต้นจาก "ช่องว่าง" ในวันที่เจ็บตัว
เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ Mohamed Haikkel ชายหนุ่มวัย 23 ปี ผู้มีสัญชาตญาณผู้ประกอบการมาตั้งแต่เด็ก ย้อนกลับไปตอนอายุ 16 ปี หลังจบการศึกษาชั้น O-Level เขาประสบอุบัติเหตุจนขาหักและต้องเก็บตัวอยู่บ้าน ด้วยความเบื่อหน่ายเขาจึงหันมาศึกษาเรื่องการตกปลา และพบ "ช่องว่าง" สำคัญในตลาด
"ผมสังเกตว่าร้านอุปกรณ์ตกปลาส่วนใหญ่สนใจแต่จะขายของให้มือโปร ไม่มีใครอยากเสียเวลาสอนมือใหม่เลย" ไฮเกลเล่าถึงจุดเปลี่ยน
เขาจึงสร้าง SGFishingRigz ขายชุดตกปลาสำหรับผู้เริ่มต้นที่ใช้ง่าย พร้อม QR Code สแกนดูวิดีโอสอนแบบจับมือทำ ธุรกิจเขาเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงแพนเดอมิกที่ผู้คนมองหางานอดิเรกใหม่ๆ จนสามารถเปิดหน้าร้านสาขาแรกได้ในวัยเพียง 18 ปี
เมื่อปลาไม่กินเบ็ด แต่เด็กอยากกินขนม
เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ผู้คนกลับไปเดินทางท่องเที่ยว กระแสการตกปลาก็เริ่มซบเซา ยอดขายที่ดิ่งลงทำให้ไฮเกลต้องมองหาโอกาสใหม่ เขาช่างสังเกตจนเห็นว่า ลูกค้าที่มาดูอุปกรณ์ตกปลามักจะถามหาขนมและเครื่องดื่มเสมอ
เขาจึงตัดสินใจนำเข้า PRIME Hydration เครื่องดื่มสุดฮิตของ YouTuber ชื่อดังอย่าง Logan Paul และ KSI มาลองตลาดเพียง 150 ขวด ปรากฏว่าหลังจากลงคลิปใน TikTok เพียงคลิปเดียว สินค้าทั้งหมดขายหมดเกลี้ยงภายใน 4 ชั่วโมง! นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจ "ทิ้งเบ็ด" แล้วหันมาลุยธุรกิจ "ขนมไวรัล" อย่างเต็มตัวภายใต้ชื่อ SGFR Store ในปี 2022
แหล่งรวม "ไอเทมลับ" ที่หาไม่ได้จากห้างสรรพสินค้าทั่วไป
SGFR วางตัวเป็น "Concept Candy Store" ที่รวบรวมขนมและเครื่องดื่มจากทั่วโลกที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์ ซึ่งห้างสรรพสินค้าทั่วไปมักมองข้าม เช่น
- PRIME Energy เครื่องดื่มที่วัยรุ่นทั่วโลกใฝ่ฝัน
- Feastables ช็อกโกแลตจาก MrBeast ยูทูบเบอร์อันดับหนึ่งของโลก
- Takis มันฝรั่งทอดรสเผ็ดจี๊ดจ๊าดที่ใครๆ ก็ต้องทำคอนเทนต์ลองกิน
ราคาในร้านมีความหลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ช็อกโกแลต Hershey’s ราคา 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ ไปจนถึง PRIME รุ่น Limited Edition สีทองที่มีมูลค่าสูงถึง 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 8,000 บาท)
สร้างเทรนด์เอง ไม่ต้องรอพึ่งกระแส
ปัจจุบัน SGFR ขยายสาขาไปแล้วถึง 9 แห่ง สร้างรายได้หลัก 6 หลักต่อเดือน แต่ไฮเกลไม่ได้หยุดแค่การนำเข้า เขาเริ่มสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง (In-house brand) เพื่อความยั่งยืน เช่น "Quench" นมรสไอศกรีมแบบกระป๋องเจ้าแรกของโลก และ "Cwumble Cwunch" ขนมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช็อกโกแลตดูไบที่เป็นไวรัลไปทั่วโลก
ความสำเร็จของ SGFR ไม่ได้มาจากตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก "ความจริงใจ" และการสร้างคอมมูนิตี้ ไฮเกลและทีมงานบริหารแบรนด์ด้วยการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเหมือนเพื่อน มีการจัด Meet & Greet และทำกิจกรรมคืนสู่สังคมสม่ำเสมอ จนทำให้เขากลายเป็นเหมือน "เซเลบริตี้" ในสายตาเด็กๆ ที่มาต่อคิวขอลายเซ็นและถ่ายรูปในวันเปิดสาขา
เป้าหมายต่อไปของ SGFR Store คือการขยายสาขาให้ครบ 15 แห่งภายในปี 2026 และมุ่งหน้าสู่ตลาดต่างประเทศในปี 2027
"ทั้งหมดนี้จะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีลูกค้าของเรา" ไฮเกลทิ้งท้าย "ตั้งแต่วันแรก พวกเขาไม่ได้แค่มาซื้อขนม แต่พวกเขาคือส่วนหนึ่งของการเดินทางไปพร้อมกับเรา"
ที่มา : vulcanpost.com
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup