Starting a Business

มนุษย์เงินเดือนหลักแสน สู่เจ้าของแบรนด์ชุดนอน Call It A Day  ที่อยากรีเฟรชผู้หญิงในวันที่อ่อนล้า!

Text : Yuwadi.s


     เพียงแค่ได้ลองชุดสวยในวันที่เหนื่อยล้า ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งชีวิตเปลี่ยนเพราะเธอปิ๊งไอเดียขึ้นมาเลยทันทีว่าสิ่งนี้แหละที่จะช่วยรีเฟรชความเหนื่อยล้าของผู้หญิงทุกคนได้! จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ชุดนอน Call It A Day ก่อตั้งโดย มุ้ย-ชนิตา สีวิภาพงษ์ ที่เข้าใจหัวอกของผู้หญิงว่าเพียงแค่ได้ลองชุดสวยหรือใส่อะไรที่แสนน่ารักก็สามารถเปลี่ยนวันร้ายๆ ให้กลายเป็นวันที่ดีได้ เธอจึงสร้างสรรค์ชุดนอนที่น่ารักจบใจเจ็บแถมยังเต็มไปด้วยฟังก์ชันที่สาวๆ ต้องการเกิดเป็นแบรนด์ชุดนอนที่ครบเครื่องแถมยังสามารถผลิตเองได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำได้ด้วยตัวเอง เธอจึงติดปีกแบรนด์ด้วยการเทสตลาดจากการส่งชุดนอนลายใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้เลือกสรรทุกเดือนเว้นเดือน 

จากพนักงานประจำเงินเดือนหลักแสนสู่เจ้าของแบรนด์ชุดนอน 

     เส้นทางก่อนมาเป็นเจ้าของแบรนด์ Call It A Day ของมุ้ยคือการทำงานประจำที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเธอตั้งเป้าหมายชีวิตว่าอยากหาเงินหลักแสนได้ก่อนอายุ 28 ปีและในวันที่เธอสามารถพิชิตเป้าหมายได้แล้ว เธอจึงเริ่มมองหาเป้าหมายใหม่ของชีวิต จนวันที่เธออ่อนล้าจากงานประจำวันหนึ่งกลายเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเธอได้ค้นพบความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เธออยากสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมา

     “มุ้ยเรียนจบบัญชี จุฬาฯ ด้วยนิสัยของเด็กบัญชีจะชอบท้าทายตัวเอง อยากทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง เติบโตในหน้าที่การงานเยอะๆ มุ้ยก็เช่นกัน เราไต่การทำงานไปจนถึงเงินเดือนแสนห้าและเป็นคนทำงานหนักมากตั้งแต่ 9 โมงถึง 3 ทุ่มทุกวัน เราอยากท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ ว่าตอนอายุ 28 ปีจะมีเงินเดือนหลักแสนได้หรือเปล่า จนเราถึงเป้าหมายแล้ว เป้าหมายต่อไปคืออะไร เราก็ยังทำงานหนักเหมือนเดิม จนวันหนึ่งที่มุ้ยรู้สึกเหนื่อยมากเหมือนจะหมดไฟ เกิดความเครียด วันนั้นมุ้ยกดสั่งเสื้อแบรนด์หนึ่งมา เป็นวันที่เรารู้สึกเหนื่อยจังเลยพอเสื้อมาส่งและเราลองเสื้อว่าใส่พอดีไหม พอได้ลองมันเหมือนเราตื่นเลยเพราะเสื้อตัวนั้นพออยู่บนตัวเราแล้วน่ารักมาก มันรีเฟรชมาก รู้สึกหายเหนื่อย เราปิ๊งความรู้สึกเลยว่าผู้หญิงอย่างเราไม่ได้ต้องการอะไร ขอแค่ของดีๆ หน้าตาน่ารัก ช่วยฮีลเราได้มากๆ อยู่ดีๆ ก็หายเหนื่อยเลย เกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมามุ้ยเลยอยากสร้างแบรนด์หนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงรีเฟรชแบบนี้เหมือนกัน” 

     มุ้ยเล่าเสริมต่อว่าเธออยากสร้างแบรนด์ที่ซัพพอร์ตผู้หญิง 100% เพื่อให้ผู้หญิงที่เจอความเหนื่อยล้าได้ผ่อนคลายและสามารถรีเฟรชตัวเองได้ 

     “มนุษย์สุดท้ายเราไม่ใช่เครื่องจักร ไม่สามารถขับเคลื่อนไปด้วยการมีเงินเดือนแล้วจะรู้สึกเติมเต็มได้ทั้งหมด คนเราใช้เวลา 8 ชั่วโมงต่อวันทำงาน เดินทาง อาบน้ำ กินข้าวและไม่ได้ใช้ชีวิตเลย แต่เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงได้รีเฟรชตัวเอง มุ้ยว่าผู้หญิงเป็นเพศที่หนักกว่าผู้ชาย ต้องอดทน ทรหด มีประจำเดือน มีลูก มีสามีแต่ทุกอย่างในชีวิตถูกคาดหวังเท่าผู้ชาย ฉะนั้นผู้หญิงเลยเป็นเพศที่ต้องถูกดูแลมากกว่า เราเลยสร้างแบรนด์เพื่อสนับสนุนผู้หญิงอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้หญิงหายเหนื่อยจากวันที่เหนื่อยล้าและดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น”

ชุดนอนที่น่ารักจนใจเจ็บและเก็บดีเทลทุกเม็ด 

     ความน่ารักก็สำคัญแต่เรื่องการใช้งานก็ต้องมาคู่กัน แบรนด์ Call It A Day จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ฟังก์ชันเจอกับแฟชั่นที่ตอบโจทย์สาวๆ ที่อยากได้ชุดนอนใส่สบาย ปิดจุกได้ แถมยังลายน่ารักครบทุกอย่างที่ผู้หญิงต้องการในชุดนอนหนึ่งชุด 

     "ที่บ้านมุ้ยทำเสื้อผ้ามาก่อน อะไรที่เกี่ยวกับเสื้อผ้าเราจะเข้าใจมากกว่าคนอื่นเพราะเราเกิดมากับสิ่งนี้ เราอยากสร้างชุดนอนให้กับผู้หญิงเลยมานั่งคิดว่าชุดนอนที่ดีคืออะไร อันแรกคือฟังก์ชัน มุ้ยรีเสิร์ชว่าชุดนอนที่ดีลูกค้ามองหาอะไร 1.ผู้หญิงไม่ใส่ยกทรงตอนนอน เราต้องทำ Braless Pajamas 2.ชุดนอนลายน่ารักแต่บางทีชอบรั้งไปมาเวลานอน เราเลยทำแพทเทิร์นใหม่โดยใช้เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นเพราะเคยเป็นโรงงานส่งออกต่างประเทศ เราเลยรู้วิธีการทำแพทเทิร์นที่ทำให้เราใส่สบายมากขึ้นแต่ขณะเดียวกันต้องไม่ดูโคร่งเกินไป ใส่แล้วสวยอยู่ 3.ผ้าแบบไหนที่ลูกค้าอยากได้ มุ้ยลิสต์ออกมาว่าเป็นผ้าคอตตอนที่ไม่บาดผิว ไม่มีไฟฟ้าสถิตเวลานอน ได้เป็นผ้าคอตตอนธรรมชาติที่สุด ระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าละเอียดสูง มีการทอพิเศษขึ้นเรียกว่าคอตตอนซาตินเพื่อให้เนื้อผ้านิ่มด้วยตัวเอง กลายเป็นชุดนอนที่ปิดจุก ผ้าคอตตอนธรรมชาติและตอบโจทย์สรีระของผู้หญิง เรายังมีดีเทลเล็กๆ เช่น มุ้ยชอบให้มีกระเป๋าที่หน้าอกและกางเกง บางทีเราตื่นเช้าและยังไม่อาบน้ำแต่อยากไปเซเว่น ใส่ชุดนอนไป เราเลยทำให้มีกระเป๋าทั้งเสื้อและกางเกง”

     นอกจากเรื่องของฟังก์ชัน ในแง่ของการดีไซน์ก็แตกต่างจากชุดนอนในตลาด มุ้ยได้หยิบเอางานอดิเรกของเธอมาเป็นจุดแข็งของแบรนด์ที่ไม่มีใครบนโลกนี้เลียนแบบได้นั่นคือลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเอง

     “ในการดีไซน์ชุดนอนของมุ้ยคือคำว่า Cuteness Overload มุ้ยอยากให้คำว่าฟังก์ชันคู่กับความน่ารักและมีจุดยืนของตัวเองว่าจะไม่ซื้อลายลิขสิทธิ์เพราะลายพวกนั้นหาจากที่ไหนก็ได้ มุ้ยเริ่มจากงานอดิเรกของตัวเองคือการวาดรูป มุ้ยชอบวาดรูปคลายเครียด มุ้ยเลยออกแบบลายผ้าเองและเอาลายผ้ามาพิมพ์ ด้วยความที่มุ้ยผลิตเองตั้งแต่ต้นจนจบ เราสามารถสั่งผลิตผ้าแบบที่เราต้องการได้ทั้งความละเอียดในการทอ สีที่คมชัดและความนุ่มของผ้า”

จับกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยกลยุทธ์ห่อของขวัญฟรีตลอดปี 

     แบรนด์ Call It A Day เปิดตัวครั้งแรกด้วยชุดนอนแค่ 3-5 ลาย แต่เพียงไม่นานก็มีลูกค้าที่เคยซื้อกลับมาถามหาถึงลายใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้มุ้ยรู้ว่าแบรนด์ชุดนอนของเธอมีศักยภาพที่จะเติบโตและสิ่งที่ทำให้ Call It A Day ก้าวไปอีกหนึ่งสเต็ปนั่นคือการทำให้แบรนด์เป็นของขวัญสำหรับสาวๆ ด้วยกลยุทธ์ห่อของขวัญฟรีตลอดปี

     “ตอนที่สินค้าเริ่มวางขาย มีลูกค้าคนเดิมๆ กลับมาถามว่าเมื่อไหร่ลายใหม่จะออก มุ้ยเลยคิดว่าตัวสินค้ามันส่งเสียงด้วยตัวเอง มีคนชอบสินค้า ตอนนั้นมุ้ยไม่ได้ทำการตลาดเยอะ ไม่ได้ยิงโฆษณา เพื่อนๆ ช่วยกันแชร์ ปากต่อปาก จนเรารู้ว่าสินค้าเราดีมากพอเราถึงเริ่มโปรโมทมากขึ้น หลังจากนั้นเริ่มมีลูกค้าเข้ามาถามหาลายใหม่เพิ่ม อยากซื้อเป็นของขวัญจังเลย คำว่าของขวัญเป็นคีเวิร์ดที่เพิ่มเข้ามา เป็นขั้นต่อมาที่ทำให้เราปรับตัวเองเป็นของขวัญเพื่อผู้หญิงที่คุณรัก เราเลยมีกิมมิกว่าเราจะห่อของขวัญให้ฟรีตลอดปี จากนั้นทำให้แบรนด์เราโตขึ้นไปอีกเพราะว่าผู้หญิงซื้อไปให้ผู้หญิง พอเขาได้รับแล้วดีใจ เขาก็จะให้ผู้หญิงคนต่อไป เป็นปากต่อปากที่สร้าง Emotional Touch แบบเต็มๆ และด้วยความที่ลูกค้าหาลายใหม่ๆ เยอะ การเติบโตของแบรนด์คือการที่เราเริ่มวาดลายใหม่ มุ้ยจะออกลายใหม่เดือนเว้นเดือน ถ้าลายไหนขายไม่ดี มุ้ยพร้อมจะทิ้งเลย เพราะเราเป็นครีเอเตอร์อยู่แล้ว สามารถออกแบบลายได้ไม่จำกัด เราแค่วาดรูปที่เราชอบก็ได้ลายใหม่แล้ว แบรนด์เราโตได้เพราะการออกแบบลายใหม่เพื่อเทสตลาดเดือนเว้นเดือน”

     มุ้ยปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ Call It A Day คือการรู้จักลูกค้าของตัวเอง หา Pain Point ลูกค้าให้เจอและตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ดีกว่าคู่แข่ง 

     “เราต้องรู้จักลูกค้าเราให้ได้ก่อน ถ้าอยากแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเราต้องหา Pain Point ของลูกค้าให้เจอและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่าคู่แข่ง ไม่อย่างนั้นจะมีคนมาโค่นเราได้เสมอ ต้องหาสิ่งที่เราคนเดียวที่ทำได้นั่นคือเรื่อง Core Competency จุดเด่นที่เราเหนือกว่า ไม่มีใครเลียนแบบได้ สิ่งนี้ของมุ้ยคือลายผ้าที่เราเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวและดีเทลต่างๆ ที่เราใส่เข้าไปเพื่อให้ลูกค้าเซอร์ไพรส์ เช่น มุ้ยจะทำตราเสื้อไว้ในกระเป๋าเพื่อให้ลูกค้าไม่คันตรงด้านหลังคอหรือกระดุม มุ้ยจะสั่งทำพิเศษให้เป็นกระดุมกากเพชร ดีเทลเล็กๆ แบบนี้เป็นสิ่งที่คนอื่นให้ไม่ได้เพราะนี่คือ DNA ของ Call It A Day”

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup