MATCHAZUKI จากความหลงใหลสู่แบรนด์มัทฉะไทยกว่า 11 ปี ที่ “ใส่ใจ” ลูกค้าในทุกย่างก้าวของการเติบโต

     11 ปีก่อน การจะหามัทฉะคุณภาพดีในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้บริโภคยังเข้าถึงรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆได้ค่อนข้างยาก นั่นคือจุดเริ่มต้นของ MATCHAZUKI  แบรนด์ไทยที่เกิดจาก “ความหลงใหลในมัทฉะ” ของทีมเล็กๆ ที่เพียงอยากหามัทฉะดีๆ ดื่มเอง และอยากแบ่งปันสิ่งที่รักให้กับคนอื่น

     จาก Passion เล็กๆ นี้ ค่อยๆ เติบโตเป็นแบรนด์ที่หลายคนคุ้นชื่อในฐานะ

     “มัทฉะคุณภาพดีที่เข้าถึงง่าย และเป็นจุดเริ่มต้นให้ใครหลายคนเข้าสู่โลกมัทฉะ”

Brand Philosophy: คุณภาพ + ความง่าย = โอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน

     ตั้งแต่วันแรก ทีม MATCHAZUKI มีความตั้งใจร่วมกันว่า

     “มัทฉะคุณภาพดีต้องดื่มง่าย และไม่ใช่ของไกลตัว”

     ทุกผลิตภัณฑ์จึงถูกสร้างขึ้นด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกแหล่งปลูกในญี่ปุ่น การทำงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านมัทฉะจากญี่ปุ่น ไปจนถึงการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้กลิ่น รสชาติ และสีที่ดีที่สุด พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้มัทฉะชงง่ายขึ้น โดยไม่ลดทอนคุณภาพแม้แต่น้อย

11 ปีแห่งการเติบโตด้วย Core Value เดียว—Caring

     ตลอดการเดินทาง MATCHAZUKI ค้นพบว่า ความสำเร็จของแบรนด์เกิดจาก “ความใส่ใจที่อยากช่วยเหลือ และแก้ปัญหาให้กับลูกค้าทุกคนอย่างจริงใจ”

     นี่คือ Core Value ที่ MATCHAZUKI ยืนหยัดมาตลอด 11 ปี

          - ใส่ใจต่อคุณภาพสินค้า

          - ใส่ใจต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของลูกค้า

          - ใส่ใจต่อฟีดแบ็กทุกเสียงที่ได้รับ

     แบรนด์เลือกที่จะ “ให้ก่อนเสมอ” ผ่านการรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับมัทฉะ และการตอบคำถามลูกค้าทุกรายด้วยความใส่ใจ

     เพราะสิ่งนี้เอง MATCHAZUKI จึงเติบโตเคียงข้างร้านคาเฟ่ที่เพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงผู้บริโภคที่อยากชงมัทฉะอร่อยๆ ดื่มเองที่บ้านได้อย่างยั่งยืน

Turning Point: เมื่อโลกต้องการมัทฉะมากกว่าที่เคย

      ปลายปี 2024 – ต้นปี 2025 โลกเผชิญ ภาวะมัทฉะขาดตลาด ทั้งไทยและต่างประเทศต้องการมัทฉะคุณภาพสูงมากขึ้น ทำให้ซัพพลายตึงตัวอย่างหนัก

     นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ของ MATCHAZUKI:

     จะรักษา “คุณภาพ” ที่เป็นหัวใจของแบรนด์ พร้อมตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่ต้องใช้มัทฉะทุกวันได้อย่างไร?

     แทนที่จะลดคุณภาพเพื่อผลิตปริมาณที่มากขึ้น MATCHAZUKI เลือกทางที่ยั่งยืนกว่า —การพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบโจทย์ตลาดอย่างเฉพาะทาง

      ทีมงานศึกษาพฤติกรรมลูกค้า เก็บฟีดแบ็กจากกลุ่มคาเฟ่ และนำข้อมูลทั้งหมดมาพัฒนาสูตรใหม่ที่

          - เข้มข้น สู้นม

          - คุณภาพเสถียร

          - ละลายง่าย เหมาะกับการใช้งานได้ง่าย

          - ราคาเหมาะสมกับผู้ประกอบการ

     เพราะพวกเรา แคร์ธุรกิจของลูกค้า B2B ไม่แพ้การรักษาคุณภาพสินค้า

ขยายตลาดด้วยนวัตกรรม — เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายขึ้น

     สำหรับกลุ่มผู้บริโภค MATCHAZUKI ยังมุ่งพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เช่น
Coconut Matcha — มัทฉะที่ชงง่าย ดื่มง่าย แต่ยังคงรสชาติแท้ๆ เพื่อให้ทั้งมือใหม่และคนรักมัทฉะได้สัมผัสความอร่อยแบบเข้าถึงง่ายในทุกวัน

เดินหน้าต่อด้วยความตั้งใจเดิม: ส่งต่อมัทฉะที่ดีที่สุด

     ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร MATCHAZUKI ยังคงยึดมั่นในสิ่งที่เชื่อมาตลอด 11 ปี

          - ส่งต่อมัทฉะคุณภาพดีให้กับทุกคน

          - เติบโตเคียงข้างลูกค้าทั้ง B2B และ B2C

         - และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความรู้ และประสบการณ์ให้ดีขึ้นในทุกๆ ปี

     เพราะสำหรับ MATCHAZUKI การเติบโตไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็น ผลลัพธ์จากความตั้งใจที่เรามอบให้ลูกค้าทุกคนอย่างจริงใจ

     และจนถึงวันนี้ “การส่งมอบของดี” ก็ยังเป็นหัวใจของแบรนด์ ทั้งในวันที่เริ่มต้น และในทุกก้าวที่กำลังเดินต่อไป

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ส่อง 3 นวัตกรรมไทย สร้างความต่าง เปลี่ยนของใกล้ตัวให้เป็นธุรกิจไร้คู่แข่ง

จากเปลือกไข่เหลือทิ้ง ที่ถูกพัฒนาเป็นครีมกันแดด สู่พืชทางเลือกจากแปลงเกษตรที่ต่อยอดเป็นวุ้นเส้นสุขภาพ ไปจนถึง แป้งทางเลือกที่กลายเป็นพาสต้าบุกตลาดเกาหลี ชวนอ่าน 3 เรื่องราวผู้ประกอบการไทยที่ใช้ “นวัตกรรม” สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

Kit Oisix ชุดทำอาหารสำเร็จรูป โมเดลธุรกิจช่วยลดขยะอาหารเหลือทิ้ง ที่ออกแบบตั้งแต่ฟาร์ม จนถึงครัวในบ้าน

ปกติเรามักคิดว่า ปัญหาอาหารเหลือทิ้งต้องแก้ที่ปลายทาง เช่น ลดขยะ หรือจัดการของเหลือเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ แต่ Oisix ซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น กลับคิดต่างออกไป คิดโมเดลธุรกิจเพื่อควบคุมปริมาณอาหารตั้งแต่ต้นทาง

“เรือนบุษบา” ร้านดอกไม้ที่คิดเรื่อง ESG เมื่อความสวย ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อโลก

ทำไม? อยู่ดีๆ "เรือนบุษบา" ร้านดอกไม้เล็กๆ จึงหันมาให้ความสำคัญกับหลักการ ESG เขาทำอย่างไร อะไรที่เราสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้บ้าง