ค้าปลีกอาเซียนโอกาสไทยกระเป๋าตุง

by SMEs 26 พย. 2012
Share:

 

 
 
การเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่ AEC ที่กำลังมาถึงในระยะอันใกล้ ส่งสัญญาณให้เห็นถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกไทยมากขึ้น อีกทั้งการบริโภคสินค้าของผู้บริโภคสอดคล้องกับสังคมสมัยใหม่ที่เข้าสู่ความเป็นเมือง จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ภายหลังจากการเปิดเสรี AEC 
 
ไม่ว่าจะเป็นโอกาสจากการขยายตัวของตลาดในประเทศที่กว้างขึ้น อันเนื่องมาจากกำลังซื้อของประชากร และจำนวนนักท่องเที่ยวอาเซียนที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ตามแนวชายแดนก็น่าจะจูงใจให้ผู้บริโภคอาเซียนโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา ลาว และพม่า) เดินทางเข้ามาใช้จ่ายในไทยมากขึ้น
 
        นอกจากนี้ ผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีศักยภาพในการแข่งขันก็มีโอกาสที่จะรุกขยายธุรกิจไปยังประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพด้านการตลาด โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซียน่าจะเป็นตลาดที่น่าสนใจในการลงทุน 
 
แต่ถึงกระนั้น ผลจากการเปิดเสรีดังกล่าวนำมาซึ่งการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกถือได้ว่าเป็นธุรกิจบริการที่แต่ละประเทศค่อนข้างให้ความสำคัญ เพราะเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดที่สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น ในอีกระยะ 3 ปีนับจากนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการค้าปลีกของไทยจะต้องเร่งศึกษาถึงผลกระทบจากการเปิดเสรี AEC ที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการค้าปลีกของไทย
 
 
 
 
ค้าชายแดน แหล่งปั้มเงินชั้นยอด
 
 
การเปิดเสรี AEC เอื้อให้ธุรกิจค้าปลีกมีโอกาสขยายตลาดภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านแนวชายแดนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของการค้าทั้งหมด จึงคาดการณ์ว่า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนน่าจะมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากภายหลังจากการเปิดเสรี AEC 
 
นอกจากนี้ ธุรกิจค้าปลีกในประเทศจะมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอาเซียน ซึ่งนับว่าเป็นตลาดที่สำคัญของไทย ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวอาเซียนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 8 ล้านคน 
 
 
"อาเซียน" เหมืองทองขนาดใหญ่
 
ผู้ประกอบการค้าปลีกของไทยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการแข่งขันก็ย่อมมีโอกาสที่จะก้าวออกไปขยายการลงทุนในอาเซียนได้ด้วย เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดที่มีมูลค่าตลาดค้าปลีกอาเซียนรวมกันไม่ต่ำกว่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6 เท่าของตลาดค้าปลีกไทย อีกทั้งจากแนวโน้มของกลุ่มประชากรที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป (Middle Income) คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านคนในปี 2558 จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจบริการที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน 
 
ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกในอาเซียนยังมีแนวโน้มขยายตัว พฤติกรรมผู้บริโภคอาเซียนที่เปลี่ยนแปลงไป เริ่มมีความหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้ประชากร และการเข้าสู่ความเป็นสังคมเมือง ทำให้พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด  ฉะนั้น ภายหลังเปิดเสรี AEC ในปี 2558 คาดว่าภาพรวมของเศรษฐกิจและการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียนจะมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น สอดคล้องไปกับรายได้ของประชากรในอาเซียนที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่อัตราการขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) ของประชากรอาเซียนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มเติบโต สอดคล้องไปกับการเข้าสู่สังคมเมือง และนับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการค้าปลีกไทยในการขยายการลงทุนในตลาดอาเซียน 
 
การขยายตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียน นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นการเติบโตของธุรกิจค้าปลีก จากรายงานขององค์การท่องเที่ยวโลกหรือ World Tourism Organization ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในแถบอาเซียนกว่า 81.2 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2558 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอาเซียนกว่า 120 ล้านคน ดังนั้น จากแนวโน้มการขยายตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวอาเซียน นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นให้ภาคธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มขยายตัวตามไปด้วย เนื่องจากการช็อปปิ้ง (Shopping) นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
 
 
 
 
เข้าถึงนิสัยใจ ธุรกิจไม่มีสะดุด
 
ด้วยศักยภาพของตลาดค้าปลีกในหลายประเทศในอาเซียนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสนใจขยายช่องทางธุรกิจเข้าไปแสวงหาโอกาสทางการตลาดในประเทศเหล่านี้ แต่การดำเนินธุรกิจในลักษณะของการออกไปตั้งร้านค้าปลีกในอาเซียนนั้นก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ และยิ่งถ้าเป็นนักลงทุนต่างชาติด้วยแล้วนั้น การเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือความเชี่ยวชาญในโครงสร้างของธุรกิจค้าปลีกในแต่ละประเทศอาจจะเสียเปรียบผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือต้องใช้ระยะเวลานานในการศึกษาทำความเข้าใจ
 
นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจค้าปลีกให้ประสบความสำเร็จ โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทพาณิชยกรรมควบคู่ไปด้วย ซึ่งในหลายประเทศ การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังต้องอาศัยเครือข่ายผู้ประกอบการท้องถิ่นเป็นสำคัญ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในลำดับต้นๆเพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด ต้องเริ่มจากศึกษารสนิยม และพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละประเทศในอาเซียน 
 
จากนั้น ต้องมองหาทำเลที่ตั้ง ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจค้าปลีก  ซึ่งแต่ละธุรกิจก็จะมีทำเลที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น ย่านศูนย์การค้า ชุมชน อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ เป็นต้น
 
 
สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เช่นกันนั่นคือรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพราะแต่ละประเทศแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและระดับรายได้ของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ บางพื้นที่อาจแค่ส่งสินค้าป้อนให้ผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่น แต่บางที่หากมีกำลังซื้อสูง สังคมเมืองนิยมความทันสมัย แม้ตลาดไม่ใหญ่ แต่อาจใช้รูปแบบการจัดตั้งร้านค้าปลีกที่ใช้พื้นที่ขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของคนที่มีรายได้ค่อนข้างดี หรือในบางที่มีประชากรหนาแน่น อาจลงทุนสร้างห้างสรรพสินค้า แต่ต้องคำนึงถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีกด้วย
 
อย่างไรก็ตาม หากจะทำธุรกิจรูปแบบใดก็ตาม การสร้างพันธมิตรทางการค้า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ แม้บางที่อนุญาตให้ต่างชาติลงทุนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กระนั้น ก็จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในระบบโครงสร้างของธุรกิจค้าปลีก และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่า
 
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่สุดนั้นน ผู้ประกอบการไทยต้องศึกษากฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจค้าปลีกให้ถึงแก่นเสียก่อน ว่ามีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดอย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถวางแผนการทำตลาดได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด เพื่อกินส่วนแบ่งเค้กก้อนมหึมามูลค่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ได้ชิ้นใหญ่มากที่สุด
 
 
Share:

Related Articles

​ฟินแลนด์เจ๋ง! ออกแสตมป์รักษ์โลก เปลี่ยนสีได้ตามสภาพภูมิอากาศ

จากการค้าธุรกิจออนไลน์ที่เติบโตเพิ่มมากขึ้น “ไปรษณีย์ฟินแลนด์” หนึ่งในหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลระบบโลจิสติกส์จึงได้คิดออกอุบายทำชุดแสตมป์เปลี่ยนสีได้..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​Saorsa 1875 โรงแรม Vagan เต็มสูตร เที่ยวหรูได้ไม่ขัดศรัทธาสาวกวีแกน

โรงแรม Saorsa 1875 ในเมืองสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นโรงแรมวีแกนแห่งแรกของสหราชอาณาจักร ที่นี่หรูหราและแสนสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์แม้แต่น้อย เรี..

by SME Thailand.| 29 ตค. 2020

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020