Scoop Bar ก้าวที่กล้าของไอศกรีมแซนด์วิช Local Brand

by SME Thailand. 14 พย. 2017
Share:


 



เรื่อง : ชัย ธำรงกูล
ภาพ : ชาคริต ยศสุวรรณ์


    Scoop Bar ขนมหวานแบรนด์ท้องถิ่นที่แทรกตัวขึ้นมาท่ามกลาง International Food, Beverage & Dessert ยี่ห้อดัง ณ Mall Kota Kasablanka ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา มุ่งหวังเพื่อต้องการร่วมแบ่งเค้กชิ้นโตในบ้านตัวเอง กับตัวเลขประชากรที่มีมากเป็นอันดับ 4 ของโลก อีกทั้งครึ่งหนึ่งของรายได้ยังถูกใช้ไปกับอาหารการกิน 

    ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็อยู่ในทิศทางที่ดี ชนชั้นกลางขยายตัวมากขึ้น เบเกอรี จนเย้ายวนให้ไอศครีมแบรนด์ต่างชาติเคลื่อนขบวนเข้ามาเจาะตลาดผู้มีรายได้ระดับกลางถึงสูงกันอย่างคับคั่ง จนเกิดเป็นค่านิยมการรับประทานขนมหวานหลังอาหารหลัก ซึ่งส่งผลให้ยอดขายสินค้าประเภทนี้เติบโตเฉลี่ยราว 15-20 เปอร์เซ็นต์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2552 


 



     Ronald Pang หนึ่งในหุ้นส่วนเจ้าของ Scoop Bar เล่าถึงที่มาที่ไปของกิจการให้ฟังว่า ได้ไอเดียธุรกิจไอศกรีมแซนด์วิชนี้มาจากอเมริกา และเมื่อเห็นว่าในตลาดอินโดนีเซียยังไม่มีใครทำ จึงต่อยอดความคิด และพัฒนาสูตรคุกกี้ ไอศกรีม ให้ถูกปากคนท้องถิ่น แล้วทำเป็นแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งก่อนจะมีช็อปที่นี่เราได้ทำคุกกี้ Homemade ขายในลักษณะ Delivery อยู่ 6-8 เดือน ตอนนั้นใช้ Social Media ในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งดึงดูดลูกค้าได้มาก เมื่อผลตอบรับดี มีการบอกต่อ จึงตัดสินใจเปิดสาขา โดยมีโรงงานเล็กๆ ไว้ผลิตสินค้าแล้วส่งมาที่ร้าน

     อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ยังมีลูกค้าประจำไม่มากนัก จำนวนขายเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ชุดต่อวัน โดยลูกค้า 1 รายจะสั่งไอศกรีม 1 สกู๊ป ประกบด้วยคุกกี้ 2 ชิ้น สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 100 บาทไทย ซึ่งถือว่าไม่ถูกเลยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของคนในประเทศ แต่ด้วยการทำตลาดที่จับมือกับธนาคารเพื่อมอบส่วนลด และจัดโปรโมชั่นแบบ Groupon ทำให้ลูกค้าใหม่ตัดสินใจเข้ามาชิมได้ง่ายขึ้น 

 



    ตอนนี้เราเน้นกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัย ซึ่งลูกค้าบางคนอาจจะติว่าหวานไป บ้างก็ว่าจืดไป แต่โดยพื้นฐานนั้นคนอินโดนีเซียรับประทานรสหวานมากเป็นปกติอยู่แล้ว เราจึงยังไม่มีไอศกรีมและคุกกี้รสชาติอมเปรี้ยวหรือเข้มข้นออกมา เนื่องจากขายยาก แต่ด้วยความที่เราเป็นเจ้าแรกผู้บริโภคก็อยากมาชิม 

    อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ก็มีผู้สนใจจากมาเลเซีย และสิงคโปร์ติดต่อเข้ามา เราจึงมองว่าจะโตทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งใจว่าหากเปิดครบสัก 5 สาขาก็จะขยายไปสิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งการเปิดเสรีทางการค้านั้นเชื่อว่าจะสร้างโอกาสแก่ SME อย่างเรา ด้วยความที่เป็นธุรกิจเล็ก ทำให้เราสามารถปรับตัวในตลาดที่มีความแตกต่างได้ง่าย


 


    สำหรับเมืองอื่นๆ ในประเทศนั้น Ronald ก็สนใจเช่นเดียวกัน หากแต่ขนาดประชากรและสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะส่งผลให้ผู้บริโภคในแต่ละช่วงอายุ เขตที่อยู่อาศัย รายได้ มีพฤติกรรมแตกต่างกัน เขาจึงมองสุราบายา และเมดานเอาไว้เป็นเมืองลำดับต่อไปด้วยเพราะมีความคล้ายคลึงกับจาการ์ตาในหลายๆ แง่มุม 

    “สองเมืองนี้มีชนชั้นกลางที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน และเดินเล่นดูสินค้าหลังเลิกงานตามห้างสรรพสินค้า เป็นเมืองที่กำลังขยายตัว มีจุดเชื่อมต่อทางธุรกิจ คนรุ่นใหม่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี เราจึงต้องเตรียมการเรื่อง Distribution ให้แข็งแกร่ง และแน่ใจว่าคนในพื้นที่อื่นๆ จะตอบรับสินค้าของ Scoop Bar ด้วยเช่นกัน” 

 


    ในแง่ของวิธีการขยายธุรกิจนั้น Ronald มุ่งใช้ระบบแฟรนไชส์เป็นสำคัญ และเลือกทำเลเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่าน โดยไม่ลืมที่จะออกเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ อาทิ เค้กป๊อบ หรือการนำวาฟเฟิล มาการอง เมอแรง แพนเค้ก บราวนี ฯลฯ มาใส่ไว้เป็นตัวเลือกในเมนู นอกเหนือจากคุกกี้ เป็นต้น เพื่อให้แบรนด์มีความสดใหม่ และมีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ทั้งนี้ การตอบสนองลูกค้าในแง่ของความต้องการ หรือการแสดงความเห็น ได้อย่างทันท่วงทีก็เป็นสิ่งที่ Scoop Bar ให้ความสนใจเป็นอย่างมากเช่นกัน 


 



    ส่วนความคิดเห็นในแง่ของโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยนั้น Ronald บอกว่าสินค้าประเภทอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพมาก โดยเฉพาะอาหารไทยนั้นเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก คนอินโดนีเซียเองก็ชอบอาหารไทยมาก การมาลงทุนตามห้างสรรพสินค้าน่าจะเป็นทำเลที่ดี เพราะในอินโดนีเซียมีห้างสรรพสินค้ามากมาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่กำลังขยายตัว และก็มักตั้งอยู่ใกล้สำนักงานอันเป็นแหล่งรวมชนชั้นกลางผู้มีอำนาจจับจ่ายใช้สอยด้วย

 



    ในอีกมุมหนึ่งเมื่อมองไปที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ไทยเองถือเป็นผู้ส่งออกหลักไปยังอินโดนีเซียอันดับ 3 ของโลก รองจากอเมริกา และออสเตรเลีย หรือเป็นอันดับ 1 ในอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตในแง่การส่งออกตั้งแต่ พ.ศ. 2550 โดยเฉลี่ย 28.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสินค้าหลักก็คือ น้ำตาล และธัญพืช ซึ่งมีอัตราที่ก้าวกระโดดเช่นเดียวกัน 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/scoopbarid


 



รู้หรือไม่ว่า

ด้วยความที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีหมู่เกาะเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันจำนวนประชากรก็มีมากกว่า 240 ล้านคน ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของคนอินโดนีเซียนี้แตกต่างกันออกไป


•    คนในเมืองใหญ่มักจะนิยมรับประทานอาหารที่ปรุงสำเร็จ ส่วนคนที่อาศัยนอกเขตเมืองมักจะปรุงอาหารรับประทานเอง

•    คนอินโดนีเซียช่วงอายุ 15-24 ปี (ซึ่งมีอยู่ประมาณ 40 ล้านคน) ชื่นชอบการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มตามกระแสนิยมที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ วัยทำงานนิยมรับประทานอาหารปรุงสำเร็จรูปหรืออาหารสำเร็จรูปแช่แข็งที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ

•    ผู้มีรายได้สูง (มีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน) จะนิยมบริโภคอาหารคุณภาพดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)


 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020