คิดแต่จะหาคู่ค้า ระวังเสียท่าไม่ได้ค้าอะไรเลย

by smethailandclub 15 สค. 2016
Share:
 


เรื่อง : ดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม
          nimnual.piewthongngam@gmail.com


    ดิฉันได้มีโอกาสนำคณะผู้ประกอบการไทยขนาดกลางจำนวน 2 คณะ ไปเปิดหู เปิดตา และเปิดใจรับโอกาสที่เข้ามาจากการที่เราจะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ใน 2 ประเทศ คือ ประเทศเมียนมา และประเทศกัมพูชา ก็ได้ยืนยันเคล็ดลับขั้นเทพในการเปิดโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในแถบเพื่อนบ้านเราว่า ต้องตั้งปณิธานว่าจะไปหาเพื่อน ไม่ใช่มัวแต่มุ่งหาคู่ค้า หรือจะไปขายของแต่อย่างเดียว เพราะการที่เราไปพยายามขายสินค้า หรือบริการของเราในประเทศอื่นนั้น ไม่ใช่ของง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ SME ที่ยังไม่มีสินค้าเป็นที่รู้จักในประเทศนั้นๆ

 
    ผู้อ่านลองนึกตามนะคะว่า ถ้ามีชาวมาเลเซียสักคนมาเสนอสินค้าให้เราโดยที่เราไม่รู้จักสินค้า และตัวบริษัทหรือคนๆ นั้นเลย ท่านจะรู้สึกว่าอย่างไร ในทางกลับกัน เวลาเราไปประเทศอื่นเขาก็คิดเหมือนกันกับเรานั่นแหละ ธรรมชาติเช่นนี้เป็นทุกที่ทุกชนชาติ แล้วเราจะทำอย่างไรให้คนเขารู้สึกเชื่อใจ? ไม่ให้หาคู่ค้าแล้วจะให้ไปดูตลาดต่างประเทศทำไม? ดิฉันเจอคำถามแบบนี้มาตลอด 


    คำตอบคือ “ไปหาเพื่อน” ท่องมนต์ไว้เลยว่า ไม่ว่าจะไปดูธุรกิจ หรือไปที่ใด ฉันจะไปสร้างเพื่อน สร้างเครือข่าย (Network)!! มนตราบทนี้ได้ผลมากๆ ค่ะ อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า ทดสอบมาหลายครั้งในหลายประเทศที่พาผู้ประกอบการไทยไป นับจำนวนก็หลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ไปงาน Trade Show มาแล้ว หลายรอบ ไปดูตลาดประเทศนั้น ประเทศนี้มาหลายครา ก็เจาะตลาดไม่ได้สักที มาลองวิธีนี้กันค่ะ


    เวลาได้มีโอกาสนำผู้ประกอบการไปสำรวจตลาดในต่างประเทศ โดยโครงการของหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ดิฉันจะขอจัดวันอบรมก่อนเดินทางหนึ่งวันเพื่อล้างสมองของผู้เข้าร่วมงานว่า การไปดูงานต่างๆ โดยเฉพาะที่มี Business Dinner กับนักธุรกิจท้องถิ่น อย่าพูดคำว่า จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ให้ พูดคำว่า ต้องการมาหาเพื่อน (Making Friend) เพื่อสร้างเครือข่าย (Building Network) 


    ผู้ร่วมทริปหลายคนมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า ตอนที่ดิฉันบอกอย่างนี้ก็ไม่พอใจมาก ทั้งนึกในใจและนินทากับคนอื่นว่า ยายคนนี้ท่าจะบ้า มาบอกว่าไม่ให้ไป Matching แล้วจะให้เราเสียเงินทำไม พอตอนหลังก็มาสารภาพกันหลายคนว่า ตอนแรกได้แอบว่าดิฉันไปแล้ว แต่พอไปจริงก็ได้รู้ว่า มนตราคาถาหาเพื่อนนี่ ได้ผลมากที่สุด ทำไมเป็นอย่างนั้นหรือค่ะ? 


    ก็เป็นเรื่องธรรมชาติง่ายๆ คนต่างชาติ ต่างภาษามาเจอกันครั้งแรกจะให้เกิดธุรกิจ ค้าขายกันเลยนี่ไม่ใช่เรื่องปกติ คงต้องเป็นคนดวงดีมาก ถึงจะเจอแบบเห็นปุ๊บ ตกลงใจทำธุรกิจปั๊บ ถ้าคุณไม่ได้พกดวงมาดีแบบนี้ละก็ มาลองวิธีนี้เลยค่ะ การันตีว่าได้ผลแน่ๆ เพราะการที่เราเจอคนหนึ่งคน แล้วเราไม่ได้โอกาสค้าขายกับเขา เราก็ต้องเดินหน้าออกแรงหาคนใหม่ต่อไป 


    แต่ถ้าคบคนนั้นแบบเป็นเพื่อน ก็จะทำให้ความลังเล และไม่เชื่อใจกันลดลง และเพื่อนก็จะช่วยเพื่อนในการหาช่องทางธุรกิจ และแนะนำในเรื่องการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ รวมทั้งหาช่องทางการเข้าตลาดให้ท่านเอง หรือไม่ก็มาเป็นหุ้นส่วนร่วมกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือมนต์ขลังอะไรหรอก ผู้อ่านลองนึกถึงตัวเองว่า ระหว่างคนแปลกหน้ากับคนที่เป็นเพื่อนกัน ท่านอยากค้าขายกับคนที่ท่านรู้จักไหมค่ะ 


    คนที่ว่าดิฉันเรื่องไม่ให้ไปหาคู่ค้านั้น มาเล่าให้ฟังภายหลังว่า เคยไปไหนก็ตั้งท่า (บางครั้งออกแนว Aggressive) จะหาคู่ค้า เอะอะก็ Matching จับคู่ธุรกิจ ไปต่างประเทศทีไรก็ไม่มีคนสนใจ (ฝั่งตรงข้ามก็คงคิดว่า นายเป็นใครมาจากไหน ทำไมฉันต้องค้าขายกะคุณ อะไรประมาณนั้น) พอท่องคาถาหาเพื่อนนี่ ตัวเขาบอกเลยทำให้กิริยาท่าทาง และภาษาเปลี่ยนไป ดูอ่อนลง สบายๆ เขาก็รู้สึกไว้ใจ เราก็สบายใจไม่เกร็ง คุยไปคุยมาก็เป็นเพื่อนกัน 


    ถ้ารู้สึกถูกอัธยาศัยกัน ในที่สุดก็จะมีการเอ่ยถามกันว่า จะให้ช่วยอะไรไหมถ้าจะมาค้าขายที่ประเทศนั้น อันนี้ฟันธงค่ะว่าได้ผล เพราะได้เห็นมาเกือบ 200 คนใน 2 ปีนี้ว่ามันเป็นไปได้จริง เพราะไม่ว่าที่ไหนในโลก เพื่อนก็มักจะช่วยเพื่อน 


    ตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ ในวันที่เขียนต้นฉบับนี้เลย ดิฉันเพิ่งได้ไปลงนามเป็นพยานการลงทุนโรงแรมระดับพันล้านในประเทศเมียนมา ระหว่างนักลงทุนไทย และอภิมหาเศรษฐีชาวเมียนมา เริ่มเรื่องคือ คุณพี่ท่านนี้ไปตะลุยย่างกุ้งครั้งแรกในกรุ๊ปของดิฉันมา แกก็บอกกับตัวเองว่าอยากมาประเทศเมียนมา และมาหาเพื่อนทำธุรกิจ ไม่ได้ต้องการมาหาโปรเจ็กต์หรือมาขายของอะไร และแกก็ทำตามที่ดิฉันบอก คือให้ท่องไว้เสมอว่าจะมาหาเพื่อน ตอนนี้แกเป็นคนที่เนื้อหอมมากๆ ไปไหนก็มีแต่นักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมียนมามาขอหุ้นทำธุรกิจ 


    ดิฉันเลยถามท่านๆ ชาวเมียนมาว่าทำไมอยากทำธุรกิจกับพี่คนนี้ ทุกคนตอบเหมือนกัน คือ แกดูเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่เอาแต่ได้ หรือดูอยากจะมาขายของ หาโปรเจ็กต์ เหมือนที่เขาเคยมีประสบการณ์จากที่พบกับคนไทยหลายๆ ท่าน และทุกคนชอบที่แกเป็นคนพูดตรง และเปิดอกมาเลยว่า อยากหาเพื่อนที่ดี เผื่อมีโอกาสได้ทำธุรกิจที่นี่ และต้องการมาถ่ายทอดเทคโนโลยี และความรู้ที่แกมีอยู่ให้คนท้องถิ่น 


    เท่านั้นล่ะคะ หลังจากนั้นก็เข้าสูตรเพื่อนช่วยเพื่อนนี่ล่ะคะ พี่คนนี้เป็น SME แบบเรานี่เอง เรียกว่าพบกันครั้งเดียว ก็ถูกชะตาว่าเป็นเพื่อนกันได้ นี่แกเซ็นสัญญาทำธุรกิจกันไป 40 ปี เรียกว่าชั่วอายุของทั้งสองฝ่ายเลย นี่ไม่ใช่เรื่องความโชคดี แต่เป็นเรื่องของการที่เราเปลี่ยนทัศนคติ จากการหาเงิน ไปเป็นหาเพื่อนก่อน แล้วเงินมันก็ตามมา


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020