AEC และการเข้ามาของดิจิทัล เอสเอ็มอีจะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว

by smethailandclub 15 กค. 2016
Share:



เรื่อง กองบรรณาธิการ


    การเข้ามาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในปี 2016 นี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่คาดกันว่าในในปี 2020 ที่จะถึงนี้  ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ของบรรดาชาติอาเซียนทั้งหมด จะเติบโตไปอยู่ที่ 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยภูมิภาคนี้รวมกันทุกชาติมีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ภายในปี 2030


    สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เฉพาะภาคธุรกิจใหญ่ๆ เท่านั้นที่จะต้องทำการปรับตัว เพราะเอสเอ็มอีก็สามารถใช้โอกาสสำคัญนี้ในการก้าวเข้าสู่การค้าขายที่กว้างขึ้น ใหญ่ขึ้น มีโอกาสมากขึ้น ซึ่งภาพรวมของเศรษฐกิจในระดับลึกขึ้นจะช่วยเปิดช่องทางใหม่ๆให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงตลาดที่ใหญ่ขึ้น และมีจำนวนผู้บริโภคมากกว่า 600 ล้านคน


    เช่นเดียวกันกับที่ต้องจัดการกับระบบงานในองค์กรใหม่ทั้งหมด เพื่อให้รับกับการก้าวโกอินเตอร์ แม้เอสเอ็มอีอาจยังไม่อยากขยายตลาดไปต่างประเทศ  แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับคู่แข่ง ที่กำลังจะเข้ามาเปิดตลาดใหม่ๆ เช่นกัน 


    แล้วเอสเอ็มอีไทยควรใช้อะไรไปแข่งขันดี


    เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าขณะนี้โครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคมของไทยกำลังขยายตัว โดยเฉพาะการมาถึงของ 4G ที่กำลังจะครอบคลุมทั่วประเทศในอีกไม่นาน ดังนั้นการปรับตัวของเอสเอ็มอีไทยนั้น ควรจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เพราะเมื่อเครือข่ายเข้าถึงทุกที่ การใช้งานด้านอินเทอร์เน็ต ไอที โมบาย ก็จะทำได้อย่างราบรื่นมากขึ้น และสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาช่วยในการประหยัดต้นทุนและเวลา รวมทั้งเพิ่มคุณภาพของสินค้าและบริการ


    ซีเอ เทคโนโลยี คาดว่าภายในช่วง 4 ปีข้างหน้า 70% ของผู้คนในโลก จะใช้งานเทคโนโลยีโมไบล์ระดับสูง และพื้นที่ 90 เปอร์เซ็นต์ของโลกจะครอบคลุมด้วยเครือข่ายบริการอินเทอร์เน็ตโมบายบรอดแบนด์ความเร็วสูง โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น มีอัตราการใช้อุปกรณ์โมไบล์และยูสเซอร์ที่ใช้งานสมาร์ตโฟนสูงมาก และจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่าภายในปี 2020 


    โดยจะมีจำนวน มากถึง 6.1 พันล้านราย และเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของยูสเซอร์รายใหม่จะมาจาก เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยรายงานการศึกษาของ GSMA Intelligence ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นจะเพิ่มจำนวนการใช้งานสมาร์ตโฟนจนเกือบถึงยอด 1.7 พันล้านเครื่อง ภายในปี 2020 โดยคิดเป็นมากกว่าครึ่ง ของจำนวนที่ใช้กันทั่วโลก โดยตลาดที่เกิดใหม่อย่างชาติประชาคมอาเซียนจะเป็นตัวผลักดันที่สำคัญของการเติบโตนี้


    ดังน้้นเอสเอ็มอีต้องเปิดรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอลที่กำลังเเริ่มเข้ามามีบทบาท โดยเฉพาะการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับโมบาย รวมไปถึงเรื่องของบิ๊กดาต้า Internet of Things (IoT)  คลาวด์ โซเชียลมีเดีย จะเป็นเรื่องที่ไม่ศึกษาและเรียนรู้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะถือเป็นตัวผลักดันการเติบโตทางการค้าและเศรษฐกิจสำหรับชาติต่างๆ ใน AEC รวมถึงประเทศไทย ให้สามารถก้าวไปสู่การค้าระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ


    นอกจากนี้ยังต้องมองไปถึงเรื่องของการพัฒนา แอปพลิเคชัน ที่ขณะนี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจในปัจจุบันกำลังจะถูกขับเคลื่อนด้วยโมบายและแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีก ข่าวสารข้อมูล โลกบันเทิง การเงินการธนาคาร การศึกษา งานบริการสาธารณะภาครัฐ และการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม และลูกค้าในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะผ่านประสบการณ์การติดต่อกับแบรนด์ของสินค้าแต่ละอย่าง มีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรธุรกิจผ่านซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน มากกว่าจะได้ติดต่อกับพนักงานที่เป็นบุคคลจริงๆ


    ดังนั้นเอสเอ็มอีต้องเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะด้านการการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อเปลี่ยนแปลงแง่มุมธุรกิจสำคัญๆ ของตน ให้มีความพร้อม สำหรับการก้าวสู่ยุคดิจิตอลให้ได้ โดยเฉพาะการใช้ดิจิตอลในการดึงลูกค้าให้เกิดแบรนด์ลอยัลตี้ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ยิ่งเป็นเรื่องที่เอสเอ็มอีจะต้องศึกษาและเรียนรู้ เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าไม่ให้หนีไปไหน เพราะมีผลการวิจัยออกมาแล้วว่าบริษัทและองค์กรใดที่ไม่สามารถนำเสนอประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชันที่ดีได้ จะเสี่ยงกับการสูญเสียฐานลูกค้าไปอย่างน้อย 1 ใน 3 จากที่เคยมี


    เพราะยุคมือถือ 4G นี้แอปพลิเคชันต่างๆ จะเริ่มกลายมาเป็นช่องทางหลักสำหรับผู้บริโภคในการติดต่อกับตัวธุรกิจ และสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้สำคัญอย่างแท้จริงก็คือการสร้างแอปพลิเคชัน ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีรวมทั้งต้องมีรูปแบบที่สะดวกและใช้งานง่าย โดยเฉพาะในตลาด AEC ที่เราอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงตลาดที่มีประชากรมากกว่าครึ่งมีอายุน้อยกว่า 30 ปี ที่มีความอดทนน้อยมาก และมักจะเข้าถึงสินค้าแต่ละแบรนด์ผ่านแอปพลิเคชัน และที่สำคัญลูกค้ากลุ่มนี้เป็นผู้มีกำลังซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ


    ในสถานการณ์ที่ AEC กำลังเริ่มต้นขึ้น ถึงแม้จะมีโอกาสใหม่ๆ แต่ยังหมายถึงการแข่งขันใหม่ที่มีมาด้วย บริษัทธุรกิจที่พร้อมปรับตัว จะมีข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันเหนือกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจ แอปพลิเคชันอย่างในปัจจุบันที่ต้องเริ่มทำการเรียนรู้และผลักดันธุรกิจของตัวเองให้เข้าสู่ดิทัลให้ได้ ดังนั้นหลังจากหยุดยาวในช่วงสงกรานต์แล้ว ก็อย่าลืมที่จะเริ่มต้นคิดหาวิธีที่จะเริ่มนำดิจิทัลเข้าไปสอดแทรกในการทำธุรกิจกันได้แล้ว

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020