คาถา 4 ป. เสริมธุรกิจยุค AEC

by smethailandclub 27 กค. 2016
Share:
 




เรื่อง : ดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม
          nimnual.piewthongngam@gmail.com



    ได้มีโอกาสไปบรรยายการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดเมียนมาและกัมพูชาให้กับผู้ประกอบการไทยทั้ง 4 ภาคเลย ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ และขอนแก่น ผู้เข้าฟังเกือบพันคน มีบางคนก็เข้ามาแวะทักทายกันด้วย ดิฉันก็เลยได้โอกาสถามซะเลยว่า ที่มาฟังบรรยายนี้หวังว่าจะได้อะไรกลับไปเป็นประโยชน์กับการเข้าสู่ตลาด AEC บ้าง และปัญหาในการเข้าตลาดเพื่อนบ้านนี้คืออะไร 

    หลายๆ ท่านบอกว่าไปดูโอกาสทางธุรกิจที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนแล้ว บางท่านไปหลายครั้ง โดยเฉพาะตลาดปราบเซียนอย่างประเทศเมียนมาและประเทศกัมพูชา แต่ก็เกิดอาการที่เรียกว่า “ไปไม่เป็น” คือ ไม่รู้ว่าจะไปต่ออย่างไร จับต้นชนปลายไม่ถูก เห็นโอกาสหลายอย่าง แต่คว้าไว้ไม่ได้ 

    แล้วเราจะทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้ดี เพื่อที่จะได้จัดการเตรียมตัว เตรียมใจเปิดรับ AEC กัน ดิฉันมีคาถา 4 ป. เสริมธุรกิจใน AEC มาฝากกัน คาถานี้มีเคล็ดลับตรงที่ท่านผู้อ่านต้องเอากระดาษมา 3 แผ่น และลงมือทำตามคาถา 4 ป. ทันทีที่อ่านจบแต่ละคาถาเลย 


ป.ที่ 1 : ประเมิน

    การเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดอาเซียนนั้น สิ่งที่สำคัญที่จะต้องทำเป็นอันดับแรก คือ การประเมินธุรกิจ รวมทั้งสินค้า และบริการของเราว่า สามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้หรือไม่ หรือเป็นสินค้าที่ยังไม่แข็งแรงในตลาดบ้านเรา ยังต้องการการปรับปรุงพัฒนา มีเจ้าของธุรกิจท่านหนึ่ง ชื่อคุณท๊อป ที่เคยไปศึกษาหาโอกาสในประเทศเมียนมากับดิฉันเมื่อปีที่ผ่านมา และทราบว่าท่านนี้ได้สานต่อความสัมพันธ์กับนักธุรกิจชาวไทยชั้นแนวหน้าที่อยู่ในเมียนมา เมื่อได้พบกันอีกครั้งก็เลยถามไถ่ว่าไปถึงไหน ก็ได้คำตอบว่า 

    “ผมกำลังปรับปรุงตัวเองครับ ทุกอย่างดีหมด แต่เสียอย่างเดียวคือ ผมไม่พร้อมเอง ประเมินแล้วศักยภาพตัวเองที่ไปไม่ได้ครับ ผมเป็นธุรกิจครอบครัว ทุกอย่างอยู่ที่ผมหมด ทุกการตัดสินใจ ไม่มีระบบการทำงานแบบบริษัทเลย แม้แต่เซ็นเช็คก็ต้องผม เลยจะไปลุยตลาดที่ไหนไม่ได้เลย ชื่อบริษัท โลโก้ก็ไม่อินเตอร์ รู้ตัวครับว่าไปไม่ได้” 

    ฟังแล้วงงมากๆ ไม่นึกว่าเขาจะยอมรับตัวเองได้ขนาดนี้ ถ้าเรารู้จักประเมินศักยภาพของธุรกิจ และตัวเราที่เป็นเจ้าของกิจการ จะทำให้เรารู้จุดอ่อนจุดแข็ง ของเราจะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ไม่ก้าวหน้าและถอยหลังไปมาแบบที่เคยเป็น ถึงตรงนี้หยิบเอาปากกาและกระดาษที่เตรียมไว้ แล้วจดจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองลงไปได้เลย


ป.ที่ 2 : ปรับปรุง

    เมื่อทราบจุดแข็งและจุดอ่อนจากการทำประเมินตัวเอง (แบบไม่เข้าข้างตัวเอง) แล้ว ก็เขียนแปะฝาไว้เลยว่า เราแข็งด้านไหน เช่น การตลาดสมัยใหม่ คุณภาพของสินค้าดี ฯลฯ เอาไว้เป็นอาวุธต่อสู้ในตลาด สำหรับจุดอ่อน เช่น ภาษาไม่ดี ไม่เคยไปดูโอกาสต่างประเทศ หรือผลิตภัณฑ์ หรือบริการไม่น่าสนใจ คงขายได้แค่ในประเทศ ฯลฯ ก็ต้องเอามาปรับปรุงจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง อย่าท้อถอย ต้องยอมรับและจัดการให้ได้ อย่างเรื่องคุณท๊อปที่เล่าไปนั้น ดิฉันถามต่อไปว่ารู้จุดอ่อนอย่างนี้แล้วจะทำอย่างไร เขาบอกว่า 

    “อาจารย์ครับ ผมสู้ต่อครับ ผมเริ่มปรับปรุงทุกอย่าง ยอมจัดระบบตั้งแต่ การซื้อ-ขาย บัญชี แม้กระทั่งปรับโลโก้ ชื่อบริษัท รวมทั้งโกดัง โรงงาน และสำนักงาน ยากมากครับ แต่ไม่ทำก็ไม่โต” 

    ฟังแล้วก็ฮึดตามเลยไหมคะ ถ้าใช่ก็เขียนเลยว่า เรามีวิธีการกำจัดจุดอ่อนอย่างไร ไม่รู้อะไรก็ไปศึกษาหาความรู้เพิ่ม ทุกวันนี้หน่วยงานราชการต่างๆ ก็มีการอบรมเพิ่มศักยภาพให้ SME ฟรีๆ แถมพาไปเจาะตลาดต่างประเทศด้วย อย่ามัวรีรอ 


ป.ที่ 3 : เปลี่ยนแปลง

    อยากให้ทุกคนลองมาเปลี่ยนความคิดของตัวเองดู ทั้งความคิดที่เป็นลบต่อตัวเอง หรือต่อตลาดใน AEC โดยเฉพาะเพื่อนบ้านใกล้เรา ซึ่งเป็นขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาล บางคนชอบกลัวว่าเราไม่มีศักยภาพ สู้ของจีนไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วเราสามารถสู้ได้ ด้วยสินค้าของเราซึ่งมีคุณภาพมากกว่า และได้สิทธิพิเศษจาก AEC ที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเวลาส่งสินค้าไปขายในประเทศสมาชิกอาเซียน 

    หลายคนชอบถามว่า จะไปลุยตลาดประเทศเพื่อนบ้านเราดีหรือ บ้านเขาด้อยกว่าล้าหลังกว่า บ้างก็ว่าเรามีประวัติศาสตร์ที่ไม่ดีกันมา ความคิดแบบนี้ต้องเลิกเลย มาใส่ความคิดบวกๆ ให้สมองดีกว่า โอกาสที่เรามีจุดยุทธศาสตร์อยู่ตรงกลางตลาดใหม่ๆ เป็นประเทศเปิดใหม่นั้น นับเป็นโอกาสทองที่ต้องรีบคว้า เพราะนอกจากเขาจะนิยมชมชอบสินค้า และบริการของเรามากกว่าสินค้าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะจากจีนแล้ว การขนส่งไม่ไกลจึงทำให้ประหยัดค่าขนส่งและไม่ทำให้ราคาสินค้าสูง 

     ฉะนั้นลบความคิดเดิมๆ และมองหาความคิดบวกๆ เปลี่ยนเพื่อโอกาสใน AEC กัน อย่าลืม เขียนลงกระดาษด้วยว่า อะไรคือความกลัว หรือทัศนคติอะไรที่รั้งเราไว้ไม่ให้โกอินเตอร์ซะที


ป.ที่ 4 : ปฏิบัติ

    สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะไม่มีความหมายอะไรเลย หากท่านผู้อ่านไม่ลงมือทำ ในงานสัมมนาที่ผ่านมา ได้มีลูกศิษย์มาทักทายกับดิฉัน มีหลายคนที่มาฟังสัมมนาเข้าสู่ตลาด AEC เกิน 3 ครั้ง แต่ยังไม่ไปถึงไหน เลยหยอกไปว่า จะสัมมนากันอีกกี่ทีถึงจะลงมือทำ เห็นมาทุกรอบเลย แบบเป็นแฟนคลับที่เกาะอาจารย์เหนียวแน่น ไม่ยอมโตซะที 

    คนฟังขำไม่ออก เพราะแทงใจดำมาก แต่ก็ทำให้เขาได้คิด นี่ผ่านไปไม่ถึงเดือนเขากล้าออกไปตลาดต่างประเทศแล้ว ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือมาไหม ขอทิ้งท้ายว่า ท่านที่สนใจจะได้คู่มือชีพจร CLMV และคู่มือการสร้างเครือข่ายและการทดสอบตลาดในประเทศเมียนมาและกัมพูชา ที่มีข้อมูลการติดต่อหน่วยงานที่สำคัญใน 2 ประเทศ และเคล็ดลับต่างๆ ในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ทั้ง 2 คู่มือนี้ ศูนย์ ECBER ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถดาวน์โหลดกันได้ที่ www.ecberkku.com  

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี



Share:

Related Articles

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020