กฎหมายสำคัญนั้นสำคัญไฉน?

by smethailandclub 11 สค. 2016
Share:



เรื่อง : ดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม
          nimnual.piewthongngam@gmail.com



    เรื่องที่จุดประเด็นให้นำมาเขียนในวันนี้ คือได้มีผู้ประกอบการท่านหนึ่งมาขอคำปรึกษาว่า ไปตกลงเป็นหุ้นส่วนกับนักธุรกิจเมียนมา และได้จ่ายเงินหลายล้านบาทให้หุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานผลิตอาหารแปรรูปร่วมกัน โดยไม่มีสัญญาใดๆ เรียกได้ว่าปรอทวัดความเสี่ยงพุ่งปรี๊ดเลยทันที จะไม่ให้เสี่ยงได้อย่างไร ในเมื่อเป็นการลงทุนแบบไม่รู้สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย และซ้ำร้ายยังไม่มีการปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายอีก สรุปคือ เสียเงินไปโดยไม่ได้หลักประกันอะไรทางกฎหมาย


    เฮ้อ! เห็นแบบนี้มาเยอะมากๆ เลยอยากจะนำเรื่องกฎหมายที่ต้องรู้เมื่อไปลงทุนในต่างประเทศมาแนะนำกันให้แฟนๆ คอลัมน์ได้อ่านกันแบบชัดๆ อีกครั้งว่าในการวางแผนการลงทุน เราควรจะไปในรูปแบบไหนที่กฎหมายอนุญาตและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด โดยผู้ประกอบการต้องหาคำตอบให้ได้ว่า...


•    คนต่างชาติถือหุ้นได้เท่าไหร่

    สัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติจะเป็นตัวกำหนดที่สำคัญมากกับนักลงทุนในเรื่องของสิทธิความเป็นเจ้าของ รูปแบบการลงทุน เช่น ในบางประเทศกำหนดว่า ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ในบางประเทศ เช่น สิงคโปร์และเมียนมาอนุญาตให้ถือหุ้นได้เต็ม100 เปอร์เซ็นต์ เว้นแต่เป็นกิจการที่กฎหมายห้ามประกอบกิจการหรือมีข้อจำกัดไว้เป็นพิเศษ


• ธุรกิจเราเป็นกิจการต้องห้าม หรือต้องขอใบอนุญาตอะไรเป็นพิเศษหรือไม่

    กิจการแต่ละประเภทนี้ อาจมีกฎหมายกำหนดที่ไม่เหมือนกัน บางกิจการกฎหมายอนุญาตให้ทำได้หรือทำได้แบบมีเงื่อนไข หรือเป็นกิจการที่ห้ามนักลงทุนต่างชาติทำเลย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องศึกษาให้เข้าใจก่อน


• มีสิทธิพิเศษอะไรสำหรับกิจการของเราและมีเงื่อนไขอย่างไร

    มีลูกความรายหนึ่งมาถึงก็บอกว่าจะตั้งบริษัทที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่ต้องให้คำแนะนำเรื่องกฎระเบียบอะไร ดิฉันต้องขอไปเช็กว่ากิจการของบริษัทนี้จะเข้าข่ายขอรับสิทธิพิเศษภายใต้กฎหมายส่งเสริมการลงทุนของคนต่างชาติหรือไม่ กลายเป็นว่าแจ๊กพอต เพราะบริษัทนี้ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเลย 5 ปี เรียกว่ากำไรตั้งแต่ต้น เพราะไม่ต้องเสียภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ แถมได้สิทธิพิเศษอื่นๆ เช่น การเช่าที่ดินระยะยาว ทุกประเทศมีการส่งเสริมการลงทุนที่คล้ายกับ BOI บ้านเรา ฉะนั้นนักลงทุนทั้งหลายคงต้องไปดูแล้วว่า กิจการของท่านนั้นเข้าข่ายได้รับสิทธิพิเศษหรือไม่



• เอาเงินเข้าแล้ว เอาออกได้ไหม

    เรื่องนี้สำคัญมากๆ เลยทีเดียว เมื่อลงทุนไปแล้วจะเอาเงินทุนและกำไรออกได้ไหม ซึ่งนักลงทุนต้องไปดูกฎหมายเรื่องการปริวรรตเงินตราและกฎระเบียบของธนาคารชาติในประเทศนั้นว่า มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการส่งเงินออกนอกประเทศอย่างไร



• ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

    การเสียภาษีให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ในทุกประเทศ นักลงทุนควรต้องศึกษาว่านอกจากภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว ในธุรกิจนั้นๆ ต้องเสียภาษีอะไรอีกบ้าง ในอัตราเท่าใด และเสียอย่างไรบ้าง เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่าลืมดูว่า ประเทศนั้นมีอนุสัญญาป้องกันการเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทยหรือไม่ เพื่อที่จะได้ไม่โดนเก็บภาษี 2 เด้งนั่นเอง



• การจ้างพนักงานต่างชาติ

    ในการจะออกไปลงทุนหรือไปทำตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ควรเอาแม่ทัพและขุนพลของเราไปด้วย แต่ก็ต้องดูด้วยว่ากฎหมายในประเทศนั้นๆ อนุญาตหรือไม่และต้องทำตามขั้นตอนและระเบียบอะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวนี้ นักลงทุนจะไม่รู้ไม่ได้โดยเด็ดขาด



• สิทธิหน้าที่ตามกฎหมายแรงงาน

    นอกจากนี้ การที่จะไปลงทุนที่ใดก็ตาม เราจำเป็นต้องจ้างงานคนท้องถิ่น ฉะนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง เช่น การจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ชั่วโมงทำงาน วันหยุด วันลา และค่าแรงขั้นต่ำ



• การถือครองอสังหาริมทรัพย์และการเช่า

    เรื่องของการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเช่า หรือการซื้อก็ตาม กฎหมายของแต่ละประเทศจะกำหนดไว้แตกต่างกันไป เมื่อไปลงทุนในที่ใดก็ต้องดูว่าเราสามารถซื้อที่ดินได้หรือไม่ หรือเช่าได้กี่ปี มีแบบของนิติกรรมอย่างไร กฎหมายจึงจะคุ้มครองสิทธิของเรา

    ก่อนจากกันในเล่มนี้ขอทิ้งท้ายว่า ให้ผู้อ่านไปหาที่ปรึกษากฎหมายช่วยท่านตอบคำถามเหล่านี้เพราะกฎระเบียบในแต่ละประเทศไม่เหมือนกันและมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตลอด ขอให้วิ่งหาที่ปรึกษาดีๆ ไม่ใช่วิ่งหนีอย่างที่เคย เพราะกลัวต้องเสียตังค์ แต่อยากให้นักลงทุนคิดเสมอว่า ค่าบริการวิชาชีพกฎหมายที่ท่านต้องจ่ายนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงในธุรกิจของท่านได้ รับรองถูกกว่าที่จะต้องมาเสียเงินที่ลงทุนไปเพราะไม่รู้กฎหมายเลย

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี



Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020