พฤติกรรมที่ต้องบอกลาถ้าอยากเป็นดาวรุ่งใน AEC

by smethailandclub 17 สค. 2016
Share:
 




เรื่อง : ดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม
          nimnual.piewthongngam@gmail.com



    มีผู้ประกอบการหลายท่านยังมีทัศนคติหรือพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในตลาด AEC โดยที่ท่านผู้อ่านอาจเผลอทำแบบนี้เป็นประจำโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ซึ่งหากได้เปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นตรงกันข้ามกับสิ่งที่เคยทำมาตลอดแล้ว ท่านก็มีสิทธิ์จะได้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงใน AEC


คิดต่าง/นอกกรอบ ไม่ใช่คิดไปเอง

    เราคงได้ยินมาเสมอว่าการประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ ต้องคิดนอกกรอบ หรือคิดต่างจากคนอื่น แต่เชื่อไหมว่ามีหลายคนเข้าใจผิดว่า สาระสำคัญคือการคิดตรงกันข้ามกับสิ่งที่คนอื่นคิดโดยไม่คำนึงว่าสมเหตุสมผลหรือเป็นไปได้หรือไม่ เช่น มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาปรึกษาดิฉันเรื่องการลงทุนในตลาดประเทศเมียนมา เธอบอกว่าอยากสั่งผลิตอาหารสัตว์ไปขายให้ตลาดล่างได้ความว่า ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง ไม่มีแบรนด์สินค้าและไม่มีความเชี่ยวชาญ


    แผนธุรกิจของเธอคือการจ้างผลิตสินค้าที่เพื่อนเธอบอกว่าน่าจะเป็นตลาดที่ดี พอดิฉันอธิบายเรื่องตลาดของอาหารสัตว์ที่ยังไม่เติบโตนักโดยเฉพาะตลาดเป้าหมายของเธอที่เป็นระดับล่างนั้น ซึ่งเขาแทบไม่มีเงินจะซื้ออาหารรับประทานแล้วจะเอาเงินมาซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง เธอเลยเปลี่ยนใจจะทำผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารชนิดหนึ่งไปขาย 


    หลักการคิดเหมือนเดิมคือ ยังไม่มีอะไรในมือเลย ได้ถามไปว่าเธอเคยไปเมียนมาเพื่อดูความเป็นไปได้ของสินค้าที่เธอต้องการทำธุรกิจไหม เธอตอบว่ายัง เพราะคิดว่ายังไม่จำเป็นเพราะคิดต่างสวนทางจากคนอื่น ด้วยการมองหาคนผลิตสินค้าที่เธอรู้จักและสั่งผลิตของมาขายจึงค่อยคิดไปดูตลาด นี่เป็นความคิดที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงทางธุรกิจที่ต้องสำรวจดูว่าสินค้าที่ต้องการมีตลาดหรือไม่ ไม่ใช่ว่าหาสินค้ามาเพื่อจะไปขายโดยไม่สำรวจตลาด แล้วถ้าไม่ใช่สิ่งที่ตลาดต้องการก็เจ๊งไม่เป็นท่า เหมือนอยากเอาหวีไปเสนอขายให้เพื่อนบ้านโดยไม่รู้ว่าเขาหัวล้านหรือใช้หวีไหม
 


น้ำเต็ม/ล้นแก้ว

    โลกดิจิตอลที่หมุนเร็วมากหลายคนอาจจะวิ่งตามทัน แต่ถึงแม้ตามไม่ทันก็พยายามวิ่งจับกระแส แต่เสียดายที่บางคนคิดว่าฉันเก่งไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม ธุรกิจอะไรก็เห็นมาหมดแล้ว อาบน้ำร้อนมาก่อนใครหรือฉันเป็นนักเรียนเกรดเอ เป็นเด็กนอก คิดว่าตัวเองเก่ง เช่นนี้จะทำให้มีโอกาสเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย เพราะการที่คิดว่าดีแล้วจะไม่มีโอกาสเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองในชีวิตทุกวันนี้คนเราต้องไม่หยุดพัฒนาตนเองและใฝ่หาความรู้เพื่อที่จะได้มีโอกาสรับรู้ความรู้และวิทยาการใหม่ๆ มาปรับปรุงธุรกิจและตนเอง 


    ปรมาจารย์ทั้งไทยทั้งต่างชาติได้เตือนเสมอว่า คนที่ฉลาดคือคนที่บอกตัวเองว่า ตนยังไม่ฉลาดพอและหาความรู้เพิ่มแต่คนที่บอกตัวเองหรือแสดงออกว่าเป็นคนฉลาดเหนือคนอื่น มักจะเป็นคนที่เสียโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่จากผู้อื่น เพราะถือว่าตนเก่งแล้ว อายุไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดการเรียนรู้ 


    ดิฉันรู้จักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งอายุเกือบ 70 ปีเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของสินค้าแบรนด์ดังๆ มากมาย แม้อายุความรู้และประสบการณ์มากกว่าดิฉันหลายเท่า ท่านยังเรียกดิฉันว่าอาจารย์เพราะท่านมาขอความรู้เรื่องตลาด CLMVเสมอ พอคุยกันดิฉันทึ่งทุกครั้งว่าท่านรู้เรื่องการตลาดปัจจุบันและวิเคราะห์ตลาดได้คมกริบ ยังรู้ทั้งเรื่องการตลาดออนไลน์เรียกว่าเป็นสารานุกรมด้านการตลาดและการขายสินค้าเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้


    สังเกตว่างานอบรม สัมมนาต่างๆ และงานให้ความรู้ต่างๆ ท่านไปตลอดจึงได้มีความรู้ทันตลาดปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ประสบการณ์ของท่านนี่เหมาะจะไปเป็นผู้บรรยายมากกว่าผู้ฟัง ผิดกับพวกที่คุยแล้วจะเกทับคนอื่นเสียหมด ไปเรียนอะไรก็เที่ยวบ่นว่าอาจารย์หรือคนบรรยายหาเรื่องตำหนิและยกว่าตนเก่ง ตนรู้อวดเก่งสารพัน นิสัยเหล่านี้จะทำให้เป็นคนโลกทัศน์แคบและจิตใจคับแคบตามไปด้วยอย่างนี้ ไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมหรือนิยมทำธุรกิจด้วย


  การเปิดใจกว้าง คือการเปิดโลกธุรกิจให้กว้างขึ้นในแต่ละเดือน มีงานที่จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพของ SME ที่จัดโดยหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอยากสนับสนุนให้ท่านผู้อ่านไปเพิ่มความรู้กันตลอดเวลา และจะได้พบเจอเพื่อนทางธุรกิจใหม่ๆ เป็นการขยายเครือข่ายของเราไปด้วย บางคนรอแต่ของฟรี ไม่ต้องรอ เห็นงานไหนน่าสนใจก็ไปเลยเป็นการเสียเงินที่ซื้อความรู้ให้สมองของเราคุ้มค่าค่ะ

 


เชื่อแต่ “เขาว่า.....” ไม่เชื่อตัวเรา

    ดิฉันมีประสบการณ์ที่พบกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองและไม่กล้าออกไปดูตลาดต่างประเทศ เพราะมัวแต่เชื่อลมปากคนอื่น คนนั้นเขาว่างั้น คนนั้นเขาว่างี้ เช่น ไปกัมพูชาอันตราย คนไม่มีจะกิน หรือไปค้าขายที่เวียดนามง่ายมาก หรือเอาอะไรไปขายในเมียนมาก็ได้เขาขายทุกอย่าง อย่าเชื่อคำพูดของใคร ต้องไปดูเอง ดิฉันพูดในงานบรรยายต่างๆ อยู่เสมอว่า อย่าเชื่อที่คนอื่นพูดเพราะคนเราต่างจิตต่างมุมมอง ไม่ต้องเชื่อดิฉันเพราะเป็นอาจารย์ ดิฉันทำหน้าที่ให้ข้อมูลจากประสบการณ์และสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ธุรกิจของเราใครจะไปรู้ดีหรือประเมินสถานการณ์ดีเท่าเราที่เป็นเจ้าของ 


    ส่วนมากจะเห็นคนที่ให้ความเห็นต่างๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับตลาดเพื่อนบ้านที่เปิดใหม่ของเราเป็นผู้ที่เคยไปประเทศนั้นๆ มานานมาก หรือบางคนไม่เคยไปแต่พูดเป็นตุเป็นตะว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้คนที่ตั้งใจจะไปทำธุรกิจต่างประเทศเกิดความกลัว ลังเล และไม่แน่ใจ บางคนล้มเลิกความตั้งใจไปเลย

   อย่าให้ความคิดของคนอื่นมาตัดสินอนาคตของธุรกิจเรา บางคนนี่ยิ่งหนักทำตามหมอดูบอกไม่ว่าจะทำอะไรต้องไปให้หมอดูเป็นคนบอกว่าดีหรือไม่ดี แม้กระทั่งการมีหุ้นส่วนก็ให้หมอดูบอกว่าดีไหม จะเข้ากันได้ไหม จะโกงหรือเปล่า ว่ากันไปโน่น ทำไมไม่ศึกษากันดีๆ ก่อน แทนที่จะไปเชื่อคนอื่น

   มีพี่ที่สนิทกันคนหนึ่งไม่ยอมเปิดดำเนินงานจนกว่าจะถึงวันที่หมอดูคู่กายบอกว่าเป็นวันดี เสียค่าซินแสไปมากมายแต่สุดท้ายก็ต้องปิดบริษัท ไม่ได้ลบหลู่ความเชื่อเรื่องหมอดู แต่อยากให้ตัดสินใจในเรื่องธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและสถานการณ์จริง ไม่ใช่ตัดสินใจเพราะใครบอกมา โลกหมุนเร็วต้องอัพเดตกันตลอด


 

ชอบทำไร่เลื่อนลอย

    ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอหลังจากบรรยายให้ SME ฟัง คือจะมีคนมารุมขอนามบัตรและนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทมามอบให้ ดีใจนะคะที่คนชอบการบรรยายและเข้ามาคุยมาถาม แต่ไม่อยากรับของ คนส่วนใหญ่ฝากความหวังว่าจะให้ดิฉันทดลองสินค้าให้ว่าดีไหม มีงานหนึ่งที่ผู้เข้าอบรมเกินกึ่งหนึ่งทำสบู่ขาย พอจบการบรรยายก็นำสบู่สารพัดชนิดมาฝากให้ลองและนำไปขายที่ตลาดอาเซียนให้ 


    ดิฉันต้องหอบของพะรุงพะรังกลับบ้านทุกทีจะไม่รับก็เกรงใจคนเอามาให้ ที่หนักสุดคือ เอาของกินของใช้ที่ไม่มี อย.มาให้ ดิฉันก็ไม่กล้าเสี่ยงใช้หรือรับประทาน กลัวชีวิตจะไม่ยืนยาวและจะไม่ได้มาเขียนอะไรให้ท่านอ่านอีก เมื่อทราบว่าดิฉันมีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแรงในเมียนมาก็ฝากของไปเข้าตลาด กะปิ น้ำปลา ซีอิ๊วครีมทาสารพัด รวมทั้งแค็ตตาล็อก เอามาให้ดิฉันไปขายให้ ตอนแรกสงสารก็ขนไปให้ บางทีฝากมาเป็นสิบโล หลายๆ คนรวมกันก็หนักเอาการ เลยเลิกรับของ 


    ปัญหาอยู่ที่ท่านเหล่านี้ไม่ยอมไปทำการทดสอบสินค้าเองและไม่ยอมไปดูตลาดเองฝากแต่คนอื่น พวกอาจารย์ที่เป็นวิทยากรก็บ่นกันมากเลยว่าชอบเอาของมาฝากไปขาย แล้วจะมีโอกาสเข้าตลาดไหมถ้าไม่ได้ติดต่อและดำเนินการเองไม่มีหลักการเลย ทำไปเรื่อยๆ ไร้จุดหมายไม่มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน แต่ถ้าคุณตั้งใจที่จะทำให้ได้อย่างเร็วและสัมฤทธิผลก็ควรที่จะทำการทดสอบตลาดตามหลักการวิเคราะห์ตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้มีการทดลองและทดสอบตลาด การเข้าไปหาโอกาสในตลาดที่ท่านต้องการไป ซึ่งจะเป็นการก้าวข้ามบันไดที่เป็นไปตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบเพื่อไปถึงจุดสูงสุดคือความสำเร็จ


    ถ้าใครเข้าข่ายที่กล่าวมานี้ขอให้ลดละเลิกพฤติกรรม 3 ข้อนี้ ไว้โอกาสต่อไปจะนำพฤติกรรมทั้งที่ควรและไม่ควรทำมาเล่าสู่กันอ่านอีก ตอนท้ายนี้ขอประชาสัมพันธ์ว่า ท่านผู้อ่านที่สนใจว่าคนในประเทศ CLMV มีพฤติกรรมในการบริโภคอย่างไร เช่น ในประเทศเหล่านี้ใช้โซเชียลมีเดียอะไรมากที่สุด ชอบรับประทานอาหารรสไหน การเดินทางไปเที่ยวชอบที่ใด เรื่องที่อยู่อาศัย รวมถึงการรักษาสุขภาพเป็นอย่างไร เชิญดาวน์โหลดหนังสือชุดจับชีพจร CLMV ได้ฟรีที่www.ecberkku.com

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี












Share:

Related Articles

​Saorsa 1875 โรงแรม Vagan เต็มสูตร เที่ยวหรูได้ไม่ขัดศรัทธาสาวกวีแกน

โรงแรม Saorsa 1875 ในเมืองสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นโรงแรมวีแกนแห่งแรกของสหราชอาณาจักร ที่นี่หรูหราและแสนสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์แม้แต่น้อย เรี..

by SME Thailand.| 29 ตค. 2020

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020