6 ไลฟ์สไตล์ใหม่ของชาวเมียนมา

by smethailandclub 04 ตค. 2016
Share:


 

เรื่อง กองบรรณาธิการ


    ใครคิดอยากทำตลาดเมียนมา ต้องดูไว้เลย วันนี้ไลฟ์สไตล์ของคนเมียนมากำลังเปลี่ยนไปแล้ว ล่าสุดจากผลวิจัยของเอ็นไวโรเซล (ไทยแลนด์) ซึ่งได้ทำการวิจัยใน 2 หัวเมืองหลักของเมียนมา อย่าง ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ชี้ชัดให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคนเมียนมาในปี 2559 ที่เปิดรับสิ่งใหม่ด้วยกระแสจากภายนอก เปลี่ยนจากทานาคาสู่มอยส์เจอไรเซอร์ จากรถมือสองสู่รถนำเข้า จากกาแฟชงแบบซอง สู่กาแฟสด


    1. เปลี่ยนรสนิยม
    คนเมียนมาปัจจุบันยอมใช้จ่ายเงินมากขึ้นเพื่อประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น ร้านกาแฟสดที่เริ่มมีมากขึ้นในย่างกุ้ง คนเมียนมาบางกลุ่มเริ่มเปลี่ยนจากร้านกาแฟริมถนน มายอมจ่ายแพงขึ้นถึง 10 เท่าโดยเฉลี่ยเพื่อดื่มกาแฟในคาเฟ่ที่สมัยใหม่ ปัจจุบันในย่างกุ้งมีร้านกาแฟสดเพิ่มมากขึ้นราว 30 ร้านใน 2-3 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชาวเมียนมาสนใจในกาแฟสดก็มีอิทธิพลมาจากการเสพสื่อมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต รวมทั้งซีรีส์เกาหลี 


    2. ท่องเที่ยว
     ไม่เพียงแค่ชาวต่างชาติจะสนใจเมียนมา แต่ชาวเมียนมาก็สนใจโลกภายนอกเช่นกัน กำลังซื้อที่มีมากขึ้นจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและค่าเงินที่แข็งขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ชาวเมียนมาสนใจไปเที่ยวนอกประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในเอเชียแปซิฟิกอย่าง ไทย เวียดนาม กัมพูชา เป็นต้น โดยมีการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศมากกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา


    3. ทันโลก
    ชาวเมียนมามีทางเลือกและโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ คนเมียนมามีสัดส่วนการติดจานดาวเทียมเพื่อรับสื่อนอกประเทศมากขึ้นกว่า 200 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว และกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ มีโทรศัพท์ใช้ โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของโทรศัพท์ทั้งหมดเป็นสมาร์ตโฟน นอกจากนั้น 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้โทรศัพท์ยังใช้บริการบนโลกออนไลน์ 


    4. ลองของใหม่
     คนเมียนมาเสพสื่อและเปิดรับกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากขึ้น ปัจจัยหนึ่งเกิดจากการแข่งขันทางการตลาดในเมียนมาที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปีทั้งแบรนด์ในประเทศและแบรนด์ต่างชาติ งบโฆษณาของแบรนด์ต่างชาติเพิ่มขึ้นราว3 เท่าจากปี 2553 เช่นเดียวกับแบรนด์ท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นราว 2.3 เท่าเช่นกัน ชี้ชัดได้ว่าตลาดที่กำลังเติบโต และการแข่งขันที่มากขึ้นจะทำให้ความภักดีต่อแบรนด์ลดลง จากที่เคยใช้สินค้ายี่ห้อเดียว ก็เป็น 2 ยี่ห้อไปโดยปริยาย


    5. เครื่องสำอาง
    คนเมียนมาเริ่มรู้จักและใช้สินค้าเพื่อดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น เช่น ครีมหรือโลชั่น มีการเติบโตถึง 2 เท่าใน 3 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับครีมนวดผม ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 5 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 มาเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ นอกจากนั้นการดูแลผิวพรรณของชาวเมียนมา อดีตเป็นเรื่องของผู้หญิงซะส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันผู้ชายก็เริ่มดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยเช่นกัน 


    6. พกบัตร
    เมื่อการใช้อินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้น การซื้อ-ขายจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ก็มีแนวโน้มเติบโตด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับระบบการจ่ายเงินแบบเครดิตในเมียนมา ได้มีการกระตุ้นให้เกิดการใช้งานมากขึ้น เช่น Myanmar Payment Union ได้ร่วมมือกับ 2C2P ผู้ให้บริการ Online Payment และแบงก์ในประเทศเพื่อออกบัตรเดบิตสำหรับชาวเมียนมา หรือ MPU Cards ขึ้น มีเป้าหมายเพื่อเปิดประตูให้ชาวเมียนมาได้ซื้อสินค้าจากในประเทศและต่างประเทศ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share:

Related Articles

​EAON MALL สลัดภาพค้าปลีกหัวเก่า ก้าวเท้าสู่ “ดิจิทัล” ตั้งศูนย์เทคโนโลยีนำร่องในจีน ก่อนใช้จริงในญี่ปุ่น

อิออน มอลล์ที่ให้บริการในจีนได้เคยนำร่องให้ร้านค้าของห้างไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าไปแล้วหลังจากที่มีการก่อตั้งศูนย์บริหารดิจิทัลอิออนขึ้นในเมืองหังโจว เรี..

by SME Thailand.| 19 เมย. 2021

​หมัดเด็ดเล็กสู้ยักษ์! ถอดกลยุทธ์ Dunham's ห้างสรรพสินค้าอิสระแห่งสุดท้ายในอเมริกา

ทุกเมืองคงเคยมีห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่น ก่อนที่แบรนด์ใหญ่ทุนหนาจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนห้างท้องถิ่นสู้ไม่ไหวปิดตัวลงไปในที่สุด แต่ไม่ใช่กับ Dunham’s ..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021

​ไอเดียเข้าท่า!! สาวนักกำหนดอาหารเปิดคาเฟ่ ควบคลินิกสุขภาพแห่งแรกในฮ่องกง

ช่วงหลังๆ นี้ เทรนด์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือร้านอาหารประเภท Fast Casual มีการจ้างนักกำหนดอาหารมาประจำร้านมากขึ้น แต่ร้าน Grain Of Salt เป็นร้านแรกใน..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021